วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2558

มิงกะลาบาร์เมียนมาร์4: "พุกาม" สวรรค์บนดิน (สวรรค์จริงๆ นะ)

พุกาม (Bagan) อีกหนึ่งจุดหมายในฝันที่ตั้งใจว่าครั้งหนึ่งต้องมาให้ได้ เราได้แรงบันดาลใจในการมาพุกามจากรายการหนังพาไป คือดูตอนนั้นดูแล้วแบบว้าวววว มันมีที่แบบนี้จริงๆ เหรอ แล้วคือ มันอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านของเรา เราต้องมนสเน่ห์ พุกามผ่านการนำเสนอของรายการในวันนั้น 
กับประโยคของอาร์โนว ทอยบี "See Bagan and Live" ที่ทำให้เราตั้งใจว่าต้องมาที่นี่ให้ได้
และวันนี้เรากำลังจะได้สัมผัสเมืองในฝันของเราด้วยสายตาเราจริงๆ กับที่นี่ 
"พุกาม" สวรรค์บนดิน


.................................

เมื่อถึงสถานีรถบัสอองมิงกะลา เราก็หารถที่จะไปพุกามโดยเราได้บริษัท Mandalay Express นี่แหละตามรูปราคาตั๋ว 15,500 จั๊ต (ห้าร้อยกว่าบาท) เป็นรถแอร์นอน โดยเราจะใช้เวลาในการเดินทาง 7 ชั่วโมงสู่พุกาม 

บริเวณหน้าบริษัทขายตั๋วรถทัวร์ ที่หนาแน่นไปด้วยผู้คน

พนักงานบริการบนรถทัวร์

สภาพที่นั่ง
โดยเราไปถึงที่พุกามประมาณตี 5 โดยเมื่อลงจากรสบัสมาถึงจะโดนคนขับแท็กซี่เอย รถม้าเอย สามล้อเอยมารุม ซึ่งเราต้องรู้เป้าหมายที่แน่ชัดว่าจะไปไหน ซึ่งเอาจริงตอนนั้นกูไม่มีเป้าหมายแน่ชัดเลย แน่ชัดที่สุดคือ Hostel ราคาถูก เราตีสนิทกับคนขับแท็กซี่ด้วยมุกเดิมคือภาษาพม่า จนแกคิดราคาแท็กซี่แค่ 2,000 จั๊ต จากสถานีรถบัสสู่ โฮสเทลราคาถูกที่ไหนซักที่บริเวณยองอู
บอกก่อนว่าที่พุกามจะมีทั้งหมด 3 โซน คือ
  • ยองอู (Nyaung U) เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยกันจริงจัง มีร้านอาหาร รถรา เกสเฮ้า โฮสเตลเยอะแยะไปหมด เป็นย่านชุมชน
  • พุกามเก่า (Ole Bagan) เขตเมืองเก่าที่อยู่ของทะเลเจดีย์ต่างๆ เต้มมมมไปหมด เมื่อก่อนคนอยู่แถวนี้แต่เพื่อรักษาโบราณสถานต่างๆ รัฐบาลให้ย้ายคนไปอยู่เมืองใหม่
  • พุกามใหม่ (New Bafan) เป็นโซนที่ที่ขยายอกมาเพื่อไม่ให้รบกวนโบราณสถานมากนัก มีโรงแรมเปิดเยอะมาก เพราะตั้งใจสร้างโวฯนี้รับรองการท่องเที่ยว

เมื่อได้ที่พักที่ Eden3 Gresthouse ราคาคืนละ 10 ดอลล่า เราก็งีบแล้วก็ตื่นอกกมาตะลุยพุกามสมตั้งใจ โดยเราได้เช่ามอเตอไบค์เพื่อที่จะได้ขับเที่ยวทั่วพุกามได้อย่างอิสระ อยากแวะไหน แวะ อยากไปไหนไป และอีกอย่างพุกามนี่ร้อนมาก ร้อนวัวตาย ร้อนควายล้ม การเช่ารถม้าหรืออะไรแบบนี้ทั้งวันแล้วคิดจะพักอ่ะ มันก็กลัวไม่คุ้มไง แต่มอเตอร์ไบค์นี่มันโคตรอิสระเลย และไม่ต้องกลัวหลงนะ เราสามารถถามคนได้ตลอด โดยเราเริ่มวันนี้ด้วยการกินอาหารเช้า ณ ร้านน้ำชาตามประสา บอยๆ




ร้านน้ำชาเมียนมาร์ที่มีแต่เพศชาย เพราะถ้าผู้หญิงเข้ามาเมื่อไหร่นี่จะถูกมองว่าไม่ดี ชายเป็นใหญ่แมะ ชายเป็นใหญ่

น้ำชา โรตี และ ขนมจีนเมียนมาร์ 

เมื่อเราขับรถไปตามทางเพื่อจะไปเจดีย์ชเวชิกอง มหาบูชาสถานที่สำคัญของพุกาม เราก็ได้พบเจอกับกลุ่มวัยรุ่นพุกาม ที่แม่จ้าวววววว อย่างกะหลุดมาจาก Capital City ของ Hunger Game แต่ละคนสีผม และทรงผมนี่ แม่งโคตรเท่ห์

สีผมสุดแนว กับโสร่งสุดจ๊าบ โอ๊ย โคตรเท่ห์

ชาวร็อกส์

ทางเดินสู๋ที่ไหนซักแห่ง

และแล้วเราก็มาถึงเจดีย์ชเวซิกอง (Shwezigon Pagoda) ซึ่งเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานของเมียนมาร์ (เห้ยกูได้มาไหว้ 4 ใน 5 แล้วโว้ยยย)  ภายในนั้นบรรจุพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า ตัวเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำ มีแถบคาดรอบองค์ระฆังที่เรียกว่า รัดอก สวยงามตามท้องเรื่อง
มาถึงเราก็สักการระพระธาตุ และปิดทอง โดยเราซื้อทองจากป้าท่านหนึ่ง แกก็ใจดี บอกว่าติดตรงนี้สิ ติดตรงนี้สิ แกก็บอกว่าติดตรงนี้อีกสิ ก็กูติดสิ แล้วทีนี้ติดเสร็จนางเรียกเก็บเงินกูอีก อ้าวววว กูก็แบบพิทักษ์สิทธิตัวเองสิคะ "Hello คุณป้า ทำไมทำแบบนี้เธอบอกชั้นเองให้ติด ชั้นก็คิดว่าเป็นทองของชั้นที่เหลือ ทำไมไม่บอก่อน ชั้นไม่จ่ายหรอกนะ คุณทำคนเมียนมาร์ ชาวพุกามเสียหายมาก ชั้นหล่ะเสียใจจริงๆ" ทีนี้อีป้าแก คงเห็นท่าไม่ได้ตกใจ แล้วก็ทำหน้าเจื่อนๆ ปัดมือ "ไปๆๆ ไม่เก็บก็ได้ ไปๆ" หืมมม สะใจอีช้อยนัก ใครเจออะไรแบบนี้อย่ายอมนะ เราต้องสู้ค่ะ

ทองคำเปลวจากอีป้า

ว่ากันว่าที่นี่เริ่มสร้างตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโนธรา โดยช้างเผือกเสี่ยงทายของพระองค์ได้มาหยุดตรงนี้ซึ่งเป็นหาดทรายริมแม่น้ำอิระวดี จึงเอาตรงนี้แหละก่อสร้างซะเลย

เจดีย์ชเวซิกองอันสวยงาม


อย่างที่บอกไปว่าการเข้าวัดหรือเข้าเจดีย์ ทั้งใหม่ทั้งเก่า ของที่เมียนมาร์เราต้องถอดรองเท้าตั้งแต่บันได เพื่อเป็นการให้เกียรติและเคารพสถานที่



ตีกลองเพื่อความเป็นศิริมงคล

แม่ค้าขายดอกไม้บูชาภายในเจดีย์

ผู้คนนำอาหารและดอกไม้มาถวายบูชา
ภานในวัดก็มีนัต หรือวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของผู้ตายโหง ตนนี้ไว้คอยสักการะด้วย ซึ่ง นัต นี้จะมีอยู่ทั่วไปที่เมียนมาร์ คนเมียนมาร์นับถือนัตจำนวน 36 ตน ตนที่คนไทยรู้จักมากที่สุดคงเป็นเทพทันใจที่ย่างกุ้ง นั่นเอง คุ้นกันแล้วไม๊ทีนี้ว่านัตคืออะไร


และที่อาหารของนัตตนนี้ ก็มีน้องๆ ลูกสาวมาคอยแอ้วกูด้วยครับ กูก็แอ๊บชายให้น้องเค้าสบายใจ นางกอดกันใหญ่ น่ารักดี ตลกตัวเองด้วย 5555


วิหารที่ถูกปิด

ตอนเดินกลับเราก็ผ่านเด็กกลุ่มหนึ่งที่กำลังเล่นกันอย่างสนุกสนานเลยขอนางๆ ถ่ายรูแ เด็กๆ เห็นกล้องนี่วิ่งกรูกันเข้ามาถ่าย คำว่าเขินอายเหรอ ไม่มี๊

ยี้.......(ยิ้ม)


หลังจากที่ออกจากเจดีย์ชเวซิกองเราก็ขับมอเตอไบค์คู่ใจมุ่งตรงไปที่พุกามเก่า เพื่อไปเยี่ยมชมเจดีย์ต่างๆ และในระหว่างทางก็เห็นเณรน้อยกำลังเดินต่อแถวกลับวัดหลังจากกลับจากบิณฑบาตรพอดี น่ารักมาก เดินไปเขย่งเท้าไป เพราะคงร้อน




การมาเยือนพุกามนั้นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะต้องซื้อตั๋วค่าเข้าชมพื้นที่โบราณคดีพุกามซึ่งถ้าฟังไม่ผิดคือ 30 ดอลล่าร์ (แต่หนังในหนังสือบอกว่า 15 ดอลล่าร์) ซึ่งตลกดีเหมือนกันตั้งแต่เราเที่ยวมาเรามักพบคนขับรถที่มักบอกเคล็ดลับการไม่ต้องจ่ายค่าเข้าชม วิธีหลบหลีกการเก็บเงินบ่อยๆ ซึ่งการแต่งนุ่งโสร่ง ทาทานาคา พูดพม่าได้บ้างของเราก็ทำให้เรารอดค่าเข้าชมพวกนี้ไปได้หลายพันบาท ซึ่งถามว่าดีไม๊ เราว่าไม่หรอก อย่าเอาเยี่ยงอย่าง แต่คนมันจนจริงๆ ทำไงได้ TT


มอเตอร์ไบค์คู่ใจ


ท่ามกลางทะเลเจดีย์ก็จะมีผู้คนอาศัยแทรกอยู่บ้างประปราย คิดไปก็อิจฉาเด็กๆ พวกนี้เน๊อะ ที่จะได้อยู่กับโบราณสถานพวกนี้ในทุกๆ วัน ได้เห็นทะเลเจดีย์เมื่อไหร่ก็ได้ (ในขณะที่เรากำลังอิจฉาพวกเค้า พวกเค้าหลายคนก็อยากเป็นแบบเราเหมือนกัน)

สามพี่น้องผู้อาศัยท่ามกลางทะเลเจดีย์พุกาม
การเข้าไปในเจดีย์ของพุกามเกือบทุกอันเราจะเห็นผลงานศิลปะตั้งวางขายอยู่ หรือได้พบเห็นศิลปินกำลังวาดรูปอยู่เลยก็ได้ โดยภาพวาดที่ฮิตที่สุดของที่นี่คือการรูปวาดจากทรายสไตล์พุกามซึ่งพ่อค้าแม่ขายแต่ละคนก็มีลีลาการขายที่โอ้โหววว พูดได้พูดไง ไปเอาบทมาจากไหนเนี่ย ซึ่งการเล่นปากเล่นคำ กับแม่ค้าพวกนี้ก็สนุกดีนะครับ โดยเฉพาะเด็ก สังเกตเด็กหลายคนจะมีพล็อตการพูดที่คล้ายๆ กัน เช่นถ้านักท่องเที่ยวตอบแบบนี้ จะพูดไรต่อ ซึ่งเด็กหลายคนนี่หัวไวมากๆ ยอมใจจริงๆ

ศิลปินแห่งพุกามกำลังลงสีภาพวาด
ที่พุกามนั้น จะมีเจดีย์ทุกที่เต็มไปหมด แต่ละอันนะ ก็มีลักษณะคล้ายๆ กัน การมีหนังสือนำเที่ยวคอยบอกเจดีย์องค์สำคัญๆ และประวัติของเจดีย์เหล่านั้นก็สามารถช่วยให้การเยือนทะเลเจดีย์ที่นี่สนุกขึ้น 




เราขึ้นมาถ่ายรูปบนเจดีย์องค์หนึ่งและได้พบกับน้องโจนาอู ซึ่งมาเที่ยวกับพ่อแม่ พอน้องรู้ว่าเรามาจากไทย แล้วก็มาเที่ยวที่นี่คนเดียว และพูดพม่าได้นิดหน่อย น้องชอบใจใหญ่ ตอนนั้นรู้สึกป็อปปูมาก ทั้งแม่ทั้งน้อง ขอถ่ายรูปเหมือนดารา คงเพราะความสวยจริงๆ

น้องโจนาอู และพี่มินมิน

ทางขึ้นไปยังเจดีย์ซึ่งเป็นทางเล็กๆ แคบๆ มืดๆ


วิวจากช่องหินระหว่างทางลงเจดีย์

ณ ทางเข้าเจดีย์องห์หนึ่ง




ในระหว่างทางเราเห็นแม่ๆ กลุ่มหนึ่งกำลังก้มๆ เก็บอะไรบางอย่างอยู่ เลยแวะพูดคุย เลยได้รู้ว่าแกกำลังเก็บถั่วอะไรไม่รู้เป็นฝักๆ แกบอกว่าต้องเอาไปต้มก่อนถึงกินได้ (เดาจากภาษามือ)


อะเผ่ ติ นิ โต้ง ยี้นะ (แม่ๆ  1 2 3 แล้วยิ้มหน่อยนะ) ช่อแด มากๆ (สวย มากๆ) จากนั้นแกก็หัวเราะร่า

เราขับมอเตอร์ไบค์ลัดเลาะไปตามที่ต่างๆ ออกจากถนนลาดยางเข้าไปที่ถนนทราย อย่างทุลักทะเลเพราะทรายค่อนข้างดูด จะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่ ลงเข็นรถบ้างก็มี ฝุ่นคลุ้ง กับอากาศร้อนตับแตก ก็ชวนเหนื่อยไม่น้อย แต่พลังความลึกลับและเก่าแกของพุกามมันโคตรมีเสน่ห์และดึงดูดเลย
ขณะขับเราก็เห็นขบวนรถม้ามากันเป็นขบวนยาว เราหยุดรถ และรอถ่ายรูปบรรยากาศสุดคลาสสิคนี้ไว้ให้กับเพื่อนๆ และคนที่รอคอยได้ดู


การขับรถและอยู่ท่ามกลางดงทรายและเจดีย์ทำให้เรารู้สึกเหมือนย้อนกลับไปในอดีต อดีตที่เป็นปัจจุบันขณะ เรามักจินตนาการถึงภาพความเคลื่อนไหว และเรื่องราวในอดีตของสิ่งที่เรามองเห็นตรงหน้า และอยากฝากถึงคนในอนาคตว่า ครั้งหนึ่งเราเคยอยู่ตรงนี้ อีอะลิตเติ้ลกอล์ฟเคยมาเหยียบที่นี่โว้ยยย 






โยะเถ่ ตุ๊กตาหุ่นเชิดเมียนมาร์


ณ เจดีย์ซักหลังหนึ่งเราได้พบกับน้องผู้ชายคนนี้ เด็กน้อยน่ารัก ยิ้มหวานที่พาเราเดินชมทั่วเจดีย์พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว


เราได้พูดคุยกับน้องได้ความว่า
"พี่เรียนยังเรียนหนังสือเหรอ"
"ใช่ๆ พี่เรียนอยู่ที่มหาลัย เราหล่ะอยากเข้ามหาลัยไม๊"
"ไม่อ่ะ"
"อ้าว แล้วโตขึ้นอยากเป็นอะไร"
"ผมอยากเป็นนักวาดภาพ"
"น่าสนใจแฮะ ไหนบอกพี่หน่อยทำไมถึงอยากเป็นนักวาดภาพ"
"ผมจะวาดภาพทะเลเจดีย์พุกามขายนักท่องเที่ยว
มันรายได้ดีกว่าขายโปสการ์ดแบบนี้เยอะเลย
แล้วผมก็ชอบวาดภาพด้วย"

เด็กน้อยผู้ยิ่งใหญ่กับการมีความฝันเป็นนักวาดภาพ


สกุลเงินจากประเทศต่างๆ ที่เด็กน้อยสะสมและควักออกมาอวดกับเรา


เจดีย์วิหารธรรมยางจี ที่พระเจ้านรธูสร้างเพื่อล้างบาปที่ได้ฆ่าพ่อกับพี่ชายของตนเพื่อครองบัลลังค์
วิหารธรรมยางจี เป็นวิหารที่ใหญ่โตมโหฬารที่สุดของพุกาม ดูดุดัน แข็งแกร่ง แต่แฝงไปด้วยรังสีอำมหิต คือเราสัมผัสรังสีนางได้จริงๆ เพราะการก่อสร้างนี้มีคนโดนตัดมือเอย ฆ่าตายเอยไปหลายคนด้วยความเนี๊ยบของพระเจ้านรธูที่อิฐทุกก้อนต้องเรียงให้เป๊ะจนเข็มไม่สามารถสอดได้ เพราะหวังจะให้วิหารย์แห่งนี้ สวยสุด ใหญ่สุด ปังสุด เนี๊ยบสุด ซึ่งวิหารปัจจุบันนี่ยังสร้างไม่เสร็จนะ แม้จะผ่านมาแปดร้อยกว่าปีเพราะแกถูกฆ่าตายซะก่อนเพราะแกฆ่าสนมของตัวเองที่เกลียดคนโหดร้ายอย่างพระองค์มากจนไม่ยอมเข้าใกล้ แล้วทีนี้สนมคนนั้นเป็นลูกของกษัยริย์แคว้นหนึ่งในอินเดีย พอพ่อนางรู้ก็โกรธสิ ฆ่าลูกสาวสุดที่รัก นางก็เลยส่งคนมาฆ่าพระเจ้านรธูตายตกไปตามกัน ซึ่งสถาปัตยกรรมชิ้นนี้ก็เป็นครูสอนชิ้นดีให้กับคนรุ่นหลังๆ ที่ความลุ่มหลงในบางอย่าง จนเราตกหลุมพลางได้อย่างน่ากลัว

ยืนท้ารังสีอำมหิต




เราตะลุยพุกามด้วยความสนุก ปีนเจดีย์นู่น ไต่เจดีย์นี่ แลัวก็ขับรถไปที่ทางแปลกๆ ที่ไม่มีใคร
พุกามเหมือนทะเลทราย ที่มีเจดีย์มากมาย และต้นไม่ประปราย เราขับมอเตอร์ไบค์ลุยผ่านทรายที่ไม่มีใครเลย มีแต่เรา และพุกาม เราเหนื่อย เลยก็หาร่มไม้พัก ชื่นชมกับบรรยากาศที่มีแต่ตัวเรา
ณ ช่วงเวลานั้นเราได้ยิ้ม และชื่นชมให้กับตัวเอง ที่กำลังนอนอยู่ใต้ร่มเงาแห่งไม้ต้นนี้ และงีบไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ตัว เรารู้สึกขอบคุณต้นไม้ต้นนี้ที่ให้ร่มเงาแก่เรา เรารู้สึกถึงคุณประโยชน์ของสรรพสิ่งและความเชื่อมโยงระหว่างเราและสิ่งต่างๆ รอบตัวจากการนิ่ง ละเอียดอ่อน และซึมซับกับสิ่งแวดล้อมรอบข้าง และขอบคุณในทุกสิ่งเหล่านั้น

ร่มไม้ที่เราใช้เป็นที่พักกลางทะเลเจดีย์ ขอบคุณที่ให้ร่มเงา

เส้นทางบางส่วนที่เราใช้มอเตอร์ไบต์ขับผ่าน

เมื่อตื่นขึ้นมาเรามีความรู้สึกว่าแดดมันร้อนมาก และคงเป็นเพราะเราพักผ่อนน้อย มันเลยรู้สึกเหนื่อย เราเลยตัดสินใจขับรถกลับโรงแรมที่พักเพื่อไปหลับจริงจังซักงีบ แล้วก็อาบน้ำใหม่ซักครั้ง ค่อยมาใหม่อีกทีตอนพระอาทิตย์ตก ในระหว่างทางเราได้พบกับพี่สาวท่านหนึ่งนามว่าเกเก้ แกเห็นแล้วกวัดรถเราถามเรา "เป็นนักท่องเที่ยวเหรอ ทำไมนุ่งโสร่งแบบนี้ ทาทานาคาด้วย น่ารักจัง" จากจุดนั้นทำให้เราได้มีโอกาสเข้าไปนั่งพักในบ้านของแก ได้น้ำดื่มเย็นๆ ดื่ม และได้รับเกียรติเรียนรู้เรื่องราวของครอบครัวแกด้วย 

น้องทูทู่ลูกชายพี่เกเก้ กำลังรินน้ำให้เรา

พี่เกเก้บอกว่า ไม่เอาพี่ไม่ถ่ายรูปวันนี้พี่ไม่สวย ถ่ายรูปลูกพี่ไปแทนเขาหล่อ 5555

ภายในบ้านของพี่เกเก้
ในระหว่างทางเราได้พักดื่มน้ำอ้อย ซึ่งเราสามารถหาได้ง่ายดายทั่วเมียนมาร์ เพราะร้านขายน้ำอ้อยลักษณะนี้จะเป็นที่นิยมมาก น้ำอ้อยคั้นสดๆ เห็นจะๆ ผสมน้ำมะนาว และน้ำแข็งน้อยก้อน รสชาดหวานอมเปรี้ยว เย็นนิดๆ โหยยยย อร่อย ชื่นใจมาก

ลูกสาวคนโตพ่อค้าอ้อย กำลังช่วยพ่ออย่างขมักเขม้น

พ่อค้าอ้อยและลูกสาวคนเล็ก


น้ำอ้อยผสมมะนาวสูตรพุกาม แสนอร่อย

เมื่อกลับถึงโรงแรมได้พักเหนื่อยอาบน้ำอาบท่าเราก็ออกเดินทางกลับมายังุกามเก่าเพื่อตะลุยต่อซึ่งการไปวิหารต่างๆ เกิดจากการขับมั่วและบังเอิญทั้งสิน ดังนั้นบางวิหารเราก็จะไม่รู้จักชื่อ

วิหารสุลามณี

คุณยายกะเหรี่ยงคอยาวภายในวิหารที่กำลังทอผ้าเพื่อขายนักท่องเที่ยว

เห็นทอแบบนี้ไม่กล้าต่อราคาเลย

คุณยายท่านนี้ทำหน้าที่เป็นดาราคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวและถ่ายรูปด้วย

ประกบกันหน่อย
การขับรถท่องเที่ยวในพุกามเราจะเจอเจดีย์ทุกที่ขึ้นเหมือนดอกเห็ด ชุกชุมยิ่งกว่ายุงหน้าฝน คือทุกที่จริงๆ ใครอยากแวะไหนแวะ คือมันให้อารมณ์ถึงความรุ่งเรืองในยุคเก่าได้อย่างไม่น่าเชื่อ คือไม่ต้องรู้ประวัติ แต่จากหลักฐานที่ปรากฎตรงหน้าคือรู้เลยว่าอาณาจักรแห่งนี้ต้องเคยรุ่งเรืองมากแน่ๆ ในอดีต




เรามาถึงเจดีย์วิหารอนันดาซึ่งได้รับยกย่องให้เป็นสุดยอดความงามแห่งสถาปัตยกรรมในพุกาม สร้างขึ้นเพราะเกิดจากที่ภิกษุอินเดียมาพร่ำพรรณนาถึงความงดงามของถ้ำนันทมูลในอินเดียให้พระเจ้ากยันสิทธาฟังว่ามันสวยงามมากเลยนะพระองค์ พอแกได้ฟังปุ๊บ ทีนี้ก็อยากเอาความสวยงามแบบนั้นมาไว้ในพุกามเลยสร้างเจดีย์อนันดาขึ้นมา โดยความหมายของชื่อคือ ไม่มีที่สิ้นสุด คือจะให้ความสวยงามนี้อยู่คู่กับพุกามแบบไม่สิ้นสุด ชั่วกาลนานเทอญ
และในปัจจุบันความงามอันนั้นก็ยังชัดแจ้งอยู่ต่อหน้าผู้ที่มาเยือนทุกๆ คนอย่างประจักษ์ชัดจริงๆ



เออ สวยจริง ยอม!


เต็ดเตร่ไปมาเราก็มองนาฬิกาบอกเวลาเกือบห้าโมงเย็นเราก็รีบขับไปยังเจดีย์ชเวสันดอซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ที่ฮ็อตฮิตที่สุดของพุกาม ซึ่งสร้างมาแล้วเกือบ 1,000 ปี ซึ่งมีความสูงทั้งหมด 5 ชั้นที่นักท่องเที่ยวสามารถปีนป่ายขึ้นไปมองดูวิวพระอาทิตย์ตกและทะเลเจดีย์ได้


หนทางสู่การขึ้นไปชมทะเลย์เจดีและพระอาทิตย์ตกที่เจดีย์ชเวสันดอ
ซึ่งเมื่อขึ้นไปแล้วเราจะสามารถเดินรอบเจดีย์และเห็นวิวทิวทัศน์ของทะเลเจดีย์แห่งอาณาจักรพุกามนี้ได้ทุกทิศทุกทางเลย ของดีมากๆ 



ภาพรถทัวร์จอดส่งนักท่องเทียวขึ้นมาชมพระอาทิตย์ตก

ทะเลเจดีย์พุกามยามพระอาทิตย์ตก

เพื่ออรรถรสในการชมภาพทะเลเจดีย์ของพุกาม เราก็มารู้จักพุกามกันก่อนละกัน
พุกาม หรือ ที่ชาวท้องถิ่นและต่างชาติเรียกว่า บากัน (Bagan) เป็นอาณาจักรแห่งแรกของพม่า ก่อตั้งขึ้นที่ริมแม่น้ำอิระวดีเมื่อเกือบ 1,000 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่มากๆ เพราะกษัตริย์องค์ต่างๆ ต่างทำนุบำรุงพระพุทธศาสนากันอย่างเอาจริงเอาจังเอารางวัลกันเลยทีเดียว เจดีย์วิหารต่างๆ ถูกสร้างแล้วสร้างอีกจากทั้งกษัตริย์และชาวบ้านจนเต็มทุกรูขุมขน สร้างไปสร้างมาปาเข้าไปกว่า 4,000 องค์ โดนแผ่นดินไหวไปบ้างพังไปบ้างเหลือยู่ตอนนี้ที่สมบูรณ์ๆ ก็ 2,000 องค์ โอ้โหวววววว แล้วจะไม่ให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกอยากมาซึมซับความยิ่งใหญ่นี้ได้ยังไงกันหล้าาาาา 


บริเวณตัวเจดีย์เราสามารถเดินดูวิวได้รอบ ก็จะเห็นทะเลเจดีย์ได้ทุกทิศทุกทางอย่างที่บอก





แต่ทิศที่นิยมที่สุดก็คงไม่พ้นทิศที่พระอาทิตย์ตก และเห็นแม่น้ำอิระวดี และมีฉากหลังเป็นภูเขา


เรานั่งรอพระอาทิตย์ค่อยๆ ลงจากท้องฟ้า เป็นเวลาร่วม 1 ชั่วโมง มันเป็นการรอที่ไม่น่าเบื่อเลย เพราะเราเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา ทั้งตัวท้องฟ้า และผู้คนที่ค่อยๆ ขึ้นมาจากด้านล่าง และนี่คือภาพแห่งสวรรค์บนดินยามพระอาทิตย์ตก
















เจอกันใหม่พรุ่งนี้นะ พระอาทิตย์


ซึ่งบรรยากาศของการดูพระอาทิตย์ตกนั้นจะคราคร่ำไปด้วยผู้คน เบียดเสียดกันอย่างเมามันส์
ในระหว่างการนั่งรอก็เป็นโอกาสในการพูดคุยทำความรู้จักกับผู้คนต่างๆ ที่ได้เดินทางมาจากที่ต่างๆ ทั่วโลก เป็นบรรยากาศแห่งการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของแต่ละคน เราเองก็ได้นั่งฟัง และรับแรงบันดาลใจไปเต็มๆ และที่แห่งนี้เราก็ได้มีโอกาสเจอพับพี่ ไทเลอร์หนุ่มพม่าที่ทำงานอยู่ที่ย่างกุ้ง และพาเพื่อนจากสิงคโปร์มาเที่ยว เราได้พูดคุย ทำความรู้จัก และแลกข้อมูลการติดต่อซึ่งกันและกัน เพื่อหวังจะได้พบกันใหม่ที่ย่างกุ้ง

กล้อง เครื่องมือบันทึกความทรงจำ

บรรยากาศของผู้คนขณะกำลังดูพระอาทิตย์ตก
แน่นขนัด
กล้องถ่ายรูป กับหน้าที่ในการเก็บภาพความทรงจำ







...........................................................................................................

สวรรค์พุกาม
แต่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
บนสวรรค์มันต้องมีนางฟ้า เทวดา สิ แล้วสวรรค์บนดินอย่างพุกามจะไม่มีได้ไงหล้าาาา
เราเลยเอานางฟ้าเทวดา แห่งพุกามมาฝากเพื่อนๆ ทุกคนด้วย ไป๊!

วัยขบเผาะ
สวยใส

ฝ่ายเอนเตอร์เทน

Selfie

หิวน้ำจังเลยค่ะ ผู้หญิงคนนั้นดื่มน้ำยี่ห้ออะไรน้า

กล้องตัวใหญ่ขนาดนั้นคงจะหนักน่าดู

หิวน้ำ หิวน้ามมมมมมมมมม

หมวกของผู้หญิงคนนั้นสวยดีนะคะ

โอ๊ยยยย แว่นตาลุงสวยมาก

ได้อยู่ ได้อยู่
มือสั่นหนักมาก
พี่ไทเลอร์


ใช้โทรศัพท์ยี่ห้ออะไรน้าา

Phongsathon Chankaew แอดมา พิมพ์ไม่ยาก

อยากมีแฟนเป็นพราหมณ์

สู่จุดสุดยอด

เบลอว่ารักแถบ

ท่ายากแบบนี้เนี่ย เดี๋ยวเถอะ

กระเป๋าแน่นดีนะคะ

ปากจู๋


มือสั่นไม่พัก


ตากล้อง
และทางลง

.............................................................................................................


"See Angkor Wat and die,
See Bagan and live."
"การได้เห็นนครวัดสักครั้งจะทำให้คุณตายตาหลับ
แต่การได้เห็นพุกาม จะทำให้คุณอยากมีชีวิตอยู่
เพื่อรอรุ่งอรุณของวันพรุ่งนี้"
: Arnold Toynbee นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษกล่าวไว้
สำหรับเราแล้วมันไม่เกินเลยไปสักนิด
พุกามเหมือนสวรรค์บนดิน เหมือนประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้
พุกามมีมนต์เสนห์อย่างไม่น่าเชื่อ 
เมืองที่เดินไปที่ไหนก็จะมีแต่เจดีย์ เจดีย์ และเจดีย์ 
จนทุกวันนี้จำนวนเจดีย์ที่พบในพุกามยังไม่นิ่ง
เราเช่ามอเตอร์ไบค์ปั่นมันออกไปกลางฝุ่นทราย
เรามีความรู้สึกเหมือนเรากำลังหลุดไปในอดีต
อดีตที่มีแต่เรา ต้นไม้ เจดีย์ และผืนทราย
ฝุ่นของพุกาม กลับทำหน้าที่ได้เกินความคาดหมาย
ฝุ่นที่ฟุ้งในอากาศ ทำให้เมื่อมองจากมุมสูงแล้ว
ทะเลเจดีย์ที่เรากำลังมองเห็นเหมือนถูกโอมล้อมไปด้วยปุยเมฆบางๆ
บางครั้งบางอย่างกลับสร้างความสวยงาม และลงตัวได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ขอบคุณโอกาสในการมาพุกาม ที่เติมเต็มหนึ่งในความฝันของเราให้สำเร็จ


ขอบคุณที่ติดตาม และร่วมเดินทางไปด้วยกัน

แนวปฏิบัติของนักสังคมสงเคราะห์/นักจิตวิทยาตามป.วิอาญา ในการสืบพยานเด็ก

สวัสดีพี่น้องนักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาตามป.วิ อาญา ที่รักทุกท่าน ผู้เขียนตั้งใจเขียนแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมาเพราะรู้ดีว่าแม้พวกเราจะได้ร...