วันอังคารที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2557

“สังคมสงเคราะห์” เรียนแล้วไปทำอะไร?


สังคมสงเคราะห์เรียนแล้วไปทำอะไร? ไปเป็นครูสอนสังคม? นี้คือคำถามที่ฉันได้ประสบพบเจอจากคนรอบตัวเมื่อฉันสอบติดคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ณ เวลานั้น บอกตรงๆว่าตอบไม่ได้  แค่ได้เข้ามาเรียนในรั้วเหลืองแดงก็ดีใจแล้ว วันแรกของการเปิดภาคเรียนสิ่งที่ฉันได้กลับมาจากการเข้าเรียนวิชา SW111 ซึ่งเป็นวิชาที่นักศึกษาสังคมสงเคราะห์ทุกคนต้องประสบพบเจอ คือ ปรัชญาทางสังคมสงเคราะห์ที่ว่า

“Help them to help themselves” หมายถึง ช่วยเขาให้เขาช่วยตัวเองได้
ช่วงระหว่างที่นักศึกษาทุกคนพยายามทำความเข้าใจในบทเรียนแต่ละวิชาในสิ่งที่อาจารย์แต่ละท่านถ่ายทอดความรู้ และกลเม็ดเคล็ดลับให้จดจำ แต่แท้จริงแล้วใครบ้างจะเข้าใจถึงคำว่า สังคมสงเคราะห์ที่แท้จริงคืออะไร?? มีหลายๆคนคิดว่าเกรด A ที่ตนได้จะเป็นเครื่องการันตีถึงการเข้าถึง และแสดงตัวว่าตนเป็นผู้รู้จริงแต่สำหรับตัวฉันแล้วขอตอบอย่างมั่นใจว่าฉันเองยังไม่เข้าใจความหมายของ งานสังคมสงเคราะห์อย่างดีพอ เพราะเมื่อพูดถึงการทำงานของนักสังคมสงเคราะห์ทั้งจากบทเรียน นิยามศัพท์ของอาจารย์ผู้สอน วิทยากร และจากการฝึกประสบการณ์ภาคปฏิบัติทั้ง 2 ครั้ง คนส่วนใหญ่ยังนึกถึงคำว่า ให้หรือ แจกและฉันเองก็เชื่อว่าอีกหลายคนที่จบการศึกษามาด้วยกันก็ยังคงไม่เข้าใจความหมาย ตัวตน ของการทำงานเป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่แท้จริง
จนกระทั่งฉันได้จบการศึกษาและได้เข้ามาทำงานที่สถานสงเคราะห์แห่งหนึ่งที่จังหวัดนครศรีธรรมราชในตำแหน่ง นักสังคมสงเคราะห์วันแรกที่ทำงานบอกตรงๆ ว่าสับสน และไม่ค่อยเข้าใจบทบาทของตัวเองเท่าที่ควร อาการเหมือนกับวันแรกที่เข้าเรียนไม่มีผิดเพี้ยน แต่ในเมื่อได้รับโอกาสมาแล้ว ฉันคิดว่ามันเป็นสนามชีวิตของจริงที่ยิ่งใหญ่และมีความหมายมากกว่าการเข้าห้องสอบเขียนคำตอบลงกระดาษ  ฉะนั้นการศึกษาจากประสบการณ์ตรงจากผู้ใช้บริการที่ทำงานด้วย จากเพื่อนผู้ร่วมงาน จากประสบการณ์ของผู้อำนวยการ จากการปรึกษาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันระหว่างรุ่นพี่ เพื่อน และคณาจารย์ที่ฉันพอจะขอคำแนะนำได้ เกี่ยวกับกระบวนการทำงานสังคมสงเคราะห์ รวมถึงหลักการหนึ่งเดียวในขณะนั้นที่จำได้คือ “Help them to help themselves” ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน และเป็นประตูสู่การนำพาให้ได้เห็นสิ่งสำคัญที่เป็นความสวยงามและคุณค่าของงานสังคมสงเคราะห์ที่ได้เรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริงก็คือ การได้เป็น นักสร้างโอกาสและ นักสร้างทางเลือกให้กับผู้ใช้บริการในความดูแลรวมไปถึงครอบครัวของผู้ใช้บริการด้วย
การทำงานของนักสังคมสงเคราะห์นั้น คือ การทำงานกับปัญหาสังคมในทุกรูปแบบ ฉะนั้นการเตรียมจิตใจให้พร้อมที่จะรับมือกับปัญหาต่างๆที่จะเข้ามาหาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เราต้องพึงระลึกเสมอว่า ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ แต่มันต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆด้วย เพราะเราไม่ใช่พระเจ้าที่จะสามารถแก้ปัญหาทุกอย่างได้ แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องระลึกเสมอว่าเราได้ใช้ความรู้ ความสามารถในวิชาชีพอย่างสุดความสามารถแล้วหรือยัง ถ้าเราคิดได้และทำได้ตามนี้จะทำให้เราทำงานกับทุกสิ่งได้อย่างมีความสุข เมื่อเรามีความสุขกับงานแล้วผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นที่พึงพอใจทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการนั่นเอง
ทุกวันนี้ถ้ามีคนถามฉันว่าเรียนสังคมสงเคราะห์แล้วทำอะไร ฉันจะตอบอย่างภาคภูมิใจว่า
ทำงานที่สร้างคุณค่าทั้งต่อตนเอง และผู้อื่นค่ะ
                                                             

นางสาวนิยะดา บัวงาม
SW 4905610525
นักสังคมสงเคราะห์ บ้านศรีธรรมราช

แนวปฏิบัติของนักสังคมสงเคราะห์/นักจิตวิทยาตามป.วิอาญา ในการสืบพยานเด็ก

สวัสดีพี่น้องนักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาตามป.วิ อาญา ที่รักทุกท่าน ผู้เขียนตั้งใจเขียนแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมาเพราะรู้ดีว่าแม้พวกเราจะได้ร...