วันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2560

กิจกรรมรับน้องคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ความเปลี่ยนแปลงที่ยังไปได้อีก


รุ่น 58 ถือว่าเป็นรุ่นเปลี่ยนผ่านและสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญในหลากหลายกิจกรรมในคณะโดยเฉพาะกิจกรรมการเข้าคณะ และสัมนาวิชาการ (จริงๆ มันคือค่ายรับน้อง)

ก่อนคณะของเราจะเดินทางมาถึงจุดนี้เราก็มีประวัติศาสตร์ที่ไม่ดี และสร้างบาดแผลให้กับหลายๆ คนมาก่อน แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่าวันนี้เราได้สร้างการเปลี่ยนแปลงมาจนไม่เหลือกลิ่นของการว้าก การกดดัน การมีห้องเชียร์ บังคับแขวนป้ายชื่อ มีพี่ระเบียบอะไรพวกนั้นแล้ว (หมดจริงๆ คือรุ่น 59 รับ 60)
วันนี้สิ่งสำคัญที่เราอยากจะส่งต่อให้น้องๆ ปีทำงานต่อไปทุกๆ ปีได้บันทึกไว้เป็นแนวทางของการจัดกิจกรรมที่มันจะต้องให้ความละเอียดอ่อนต่อการเคารพในคุณค่าศักดิศรีความเป็นมนุษย์ เพื่อให้กิจกรรมในคณะของเราสะท้อนความเป็นสังคมสงเคราะห์ออกมามากที่สุด

1. "เข้าคณะตอนเย็นคือทางเลือกระหว่างปรับตัวของน้อง" เราเคยคุยกันเสมอว่ากิจกรรมเข้าคณะจัดขึ้นมาเพื่อให้น้องๆ ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ๆ แล้วรู้สึกว่าที่นี่ช่างกว้างใหญ่เหลือเกิน ไม่มีใครรู้จัก ไม่รู้จะไปไหน หรือน้องๆ ที่แม่ง อยากเจอเพื่อนอยากทำกิจกรรม ได้มีโอกาสมาเล่น มาพูดคุย มาทำความรู้จักกัน เลิกกิจกรรมก็มีคนเดินไปกินข้าวด้วย ดังนั้น เราจึงไม่จำเป็นที่จะต้องโทรตามน้องให้มา ไม่ต้องกังวลจำนวนคนเข้าร่วมในแต่ละวัน ไม่ควรมีการกดดันทั้งทางตรงและทางอ้อม เพราะจุดประสงค์ของเราไม่ใช่การมีจำนวนน้องเข้าร่วมกิจกรรมชิงแชมป์โลก ถ้าน้องมาน้อยให้ตั้งคำถามกับตัวเองว่ากิจกรรมของเรายังไม่ตอบโจทย์ PR ยังไม่ดี หรือมันบกพร่องตรงไหน หรือมันอาจจะดีมากกว่านั้นก็ได้ ตรงที่น้องๆ สามารถปรับตัวได้ อยู่เป็นไว โดยไม่ต้องพึ่งกิจกรรมของคณะ น้องต้องจำไว้เสมอครับว่า "ถ้าน้องเค้ามีความสุขที่จะนอนเฉยๆ อยู่ที่หอ หรือจอยที่จะไปเดินฟิวเจอร์มากกว่าการเข้ามาทำกิจกรรมในคณะแล้วเราจะไปลดทอนความสุขตรงนั้นของเค้าทำไมกัน"

2. "ไมค์คืออำนาจ สามารถลดทอน และสร้างพลังได้" MC คือคนสำคัญที่ทำให้กิจกรรมลื่นไหลและสนุกสนาน แต่หลายๆ ครั้ง MC กลับเป็นคนที่ลดทอนความเป็นมนุษย์ของบุคคลอื่นได้อย่างน่าเศร้าใจที่สุุดผ่านการสร้างความสนุกและเสียงหัวเราะโดยการใช้ปมด้อยคนอื่นมาล้อเลียนจนกลายเป็นมาตรฐานทางวัฒนธรรมของ MC ไปแล้ว แต่สำหรับคณะเรา เราพูดเรื่องนี้กันมาสักพักว่าการใช้ Dirty joke พวกนั้นมาสร้างเสียงหัวเราะมันไม่ตลก หวังว่าในยุคนี้คงไม่มีมุก “อากาศน่าจะหนาวนะคะ เห็นน้องคนนี้ฟันออกปากเลย” อะไรพวกนี้อีกนะ คือมันเด๋อ มันหมดยุคไปแล้วอ่ะ

3. “Gender sensitivity คือสิ่งที่ต้องมี” พอกันเสียทีกับการตามหา ตุ๊ด กะเทย เกย์ ผ่านการแจวหรือกิจกรรมพิเศษอื่นๆ พอกันเสียทีกับยุคที่ต้องชี้หน้าและแปะป้ายอัตลักษณ์ทางเพศให้กับคนอื่นๆ ทุกคนต้องใช้เวลาในการเปิดเผยตัวตน และไม่ใช่ทุกคนที่อยากป่าวประกาศให้โลกรู้ ดังนั้นเราๆ ไม่ควรเสร่อไปตามหา เพราะวันไหนที่เค้าพร้อมเค้าจะฉายแสงออกมาให้เราเห็นเอง

4. “ถ้าคาดการณ์ได้ว่ากิจกรรมมันเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุก็ไม่ต้องทำ” เป็นสิ่งที่พูดกันทุกปีว่าถ้ารู้ว่ามันน่าจะอันตรายก็หาอย่างอื่นมาทำ หรือทำให้มันไม่อันตรายซะ เพราะสำหรับใครสักคนที่ต้องมาประสบอุบัติเหตุจากกิจกรรมที่คนจัดพอรู้แล้วว่ามันเสี่ยงนี่มันโคตรใจดำและไม่แฟร์กับเค้าเลย กิจกรรมรับน้องคือรับน้อง ไม่ใช่เกมส์โหด มัน ฮา ไม่ต้องท้าทายความสามารถอะไรขนาดนั้น ไม่ต้องกดดันอะไร เพราะจะกดดันไปทำไมอ่ะ งง เข้าค่ายทดสอบคนจิตแข็งเหรอ ไม่ใช่ป่ะ

5. "ละเอียดอ่อนกับทุกการกระทำที่อาจละเมิดกัน" ปีที่แล้วเราพูดคุยเรื่องการเก็บโทรศัพท์กันนานมาก และนั่นเป็นความดีใจของเราในฐานะรุ่นพี่ที่สามารถชวนพูดคุยจนทำให้น้องเห็นได้ว่ามันละเมิดอย่างไร และการกระทำแบบนั้นมันไม่ได้ช่วยอะไรกับความกังวลที่เราตั้งไว้ ดังนั้น ถ้าเราจะทำอะไรแล้วมีปุ๋มเอ๊ะ ว่าเรากำลังละเมิดน้องๆ เรารึปล่าว ให้เราชวนเพื่อนๆ คุย ลองปรึกษาพี่ๆ ดู เพื่อจะได้มุมมองที่ครอบคลุมมากขึ้น

6. “มองให้เห็นโอกาสของสัมนาคณะ” สัมมนาคณะคืองานใหญ่ประจำปีของคณะที่จะรวมศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบันมากที่สุด รุ่นพี่รุ่นต่างๆ ที่จบออกไปต่างเฝ้ารอวันนี้เพื่อคืนกลับมาสู่อ้อมกอดความอบอุ่นที่คุ้นชินของคณะ ดังนั้นจึงเป็นโจทย์สำคัญของปีจัดงานว่าจะใช้สอยโอกาสนี้อย่างไร ให้สัมมนาได้ตอบคำถามที่ค้างใจของน้องๆ ผู้มาใหม่ ให้น้องได้เห็นภาพคร่าวๆ ของแผนชีวิตข้างหน้า ทั้งการเรียน และการทำงาน ให้น้องได้รับพลัง และการต้อนรับที่อบอุ่นจากโอกาสตรงนี้

และสุดท้ายความรักความผูกพันธ์ไม่ต้องใช้ความกดดันและสร้างสถานการณ์เพื่อก่อให้เกิด สิ่งเหล่านั้นมันจะเกิดขึ้นผ่านการเลือกของคนๆ นั้นเองว่าเค้าจะอยู่ที่ไหน ถ้าเค้าเลือกเข้ามาอยู่ในคณะและทำกิจกรรมในคณะ การทำงานด้วยกัน การทะเลาะกัน การผ่านปัญหาจริงๆ ที่ต้องแก้ไขไปด้วยกันจะสร้างสิ่งเหล่านั้นเอง ไม่ต้องรอถึงการทำงานหรอก เพราะทุกกิจกรรมในมหาลัย ได้จำลองภาพบางส่วนของการทำงานไว้แล้ว

ด้วยรัก
อลตก. SW58

แนวปฏิบัติของนักสังคมสงเคราะห์/นักจิตวิทยาตามป.วิอาญา ในการสืบพยานเด็ก

สวัสดีพี่น้องนักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาตามป.วิ อาญา ที่รักทุกท่าน ผู้เขียนตั้งใจเขียนแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมาเพราะรู้ดีว่าแม้พวกเราจะได้ร...