วันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2560

บทเรียนจากเปรี้ยว "เมื่อความรุนแรงในครอบครัว ไม่ใช่แค่เรื่องผัวเมียทะเลาะกัน



ในนาทีนี้คงไม่มีเรื่องไหนเป็นที่ถูกกล่าวถึงมากไปกว่าเรื่องราวของเปรี้ยว
แต่มีประเด็นสำคัญที่อยากพูดถึงคือเรื่องราวในวัยเด็กของเปรี้ยว
ที่อาจจะเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราได้มีโอกาสรู้จักกับฆาตกรสาวคนนี้

“ตอนน้องเปรี้ยวอายุ 5 ขวบ พ่อกับแม่ทะเลาะกันประจำ
ตบตีทำร้ายร่างกายกัน ถึงขั้นเลือดสาดต่อหน้าลูก
ทุกครั้งที่แม่ถูกพ่อทำร้ายร่างกาย น้องเปรี้ยวจะเข้ามาช่วย แต่ช่วยไม่ได้
น้องเปรี้ยวจะตะโกนเสียงดังและร้องไห้หนักมาก
อาจเป็นเพราะเหตุนี้ ที่ทำให้น้องเปรี้ยวเป็นคนเก็บกด
และมีพฤติกรรมรุนแรง แม่อยากขอโทษลูก
ขอโทษสังคมกับเรื่องที่เกิดขึ้น" (ข่าวสด, 3 มิ.ย. 60)

คำบอกเล่าจากแม่ของเปรี้ยวที่ทำให้เราได้รู้จักกับชีวิตวัยเด็ก
ของด.ญ. เปรี้ยว ก่อนที่เราจะมารู้จักกับ "อีเปรี้ยว"
อย่างที่ใครหลายคนเรียก

สิ่งที่เราจะบอกคืออยากให้ทุกคนเลิกเพิกเฉยต่อความรุนแรงในครอบครัว
โดยการใช้ข้ออ้าง "เรื่องผัวเมียทะเลาะกัน" สักที
เพราะผลลัพธ์จากการนิ่งเฉยและไม่แทรกแทรงตรงนั้น
นอกจากดำรงความเจ็บปวดให้ฝ่ายที่ถูกกระทำ
และไม่ส่งสารของการไม่ยอมรับไปยังผู้กระทำแล้ว
(ปล่อยไปแบบนี้คนกระทำจะทำเรื่อยๆ
เพราะไม่มีใครห้ามหรือแทรกแทรง)

สิ่งที่น่าเจ็บปวดกว่านั้นคือการที่เรากำลังเป็นส่วนหนึ่งในการ
ฉายภาพซ้ำให้เด็กคนหนึ่งเห็นวิถีทางในการแก้ไขปัญหา
เมื่อคนอื่นทำให้เขาไม่พอใจ

เด็กจะเรียนรู้วิธีการใช้ความรุนแรงระบายอารมณ์
และความคั่งค้างภายในอย่างไม่รู้ตัว

เรากำลังสร้างเด็กที่จะมุ่งทำร้ายคนอื่น
เมื่อเขารู้สึกไม่ปลอดภัย และอยากเอาชนะ
เพราะเรามองว่า "ไม่ใช่เรื่องของเรา"

เอาจริงเราสามารถเป็นส่วนหนึ่งที่จะตัดปัจจัยสำคัญ
ในการสร้างฆาตกรได้ง่ายๆ เลยนะ

ถ้าพบเห็นความรุนแรงในครอบครัว
โทรเลย 1300 ง่ายแค่นี้เอง 1300 โทรสิ 1300

โทรแจ้งตั้งแต่ต้นทาง เราจะได้ไม่ต้องมาเหนื่อยตามด่าอีก

ถามจริง!!

ไม่เหนื่อยเหรอตามด่ากันมาตั้งแต่เกมส์ มาจนหมูหยอง เนี่ยเปรี้ยวอีก
มาสอดส่องละแวกบ้านแล้วช่วยเจ้าหน้าที่ทำงานกันดีกว่า
โทรจ้า 1300

แนวปฏิบัติของนักสังคมสงเคราะห์/นักจิตวิทยาตามป.วิอาญา ในการสืบพยานเด็ก

สวัสดีพี่น้องนักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาตามป.วิ อาญา ที่รักทุกท่าน ผู้เขียนตั้งใจเขียนแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมาเพราะรู้ดีว่าแม้พวกเราจะได้ร...