อย่างที่หลายคนเคยอ่านเคยเห็นมาแล้วกับเรื่องของกิจกรรมวันแม่ในโรงเรียน
ที่มักสร้างผลกระทบต่อเด็กหลายคน
เนื่องจากเป็นผู้เคยตกเป็นเหยื่อโดยตรงจากประเพณีพวกนั้นเมื่อตอนเด็กๆ
จึงอยากเป็นอีกหนึ่งเสียงที่อยากแชร์ในเรื่องนี้
มันมีปัญหายังไง?
กิจกรรมวันแม่ชนิดที่โรงเรียนเชิญแม่มาแล้วให้ลูกขึ้นไปกราบแม่บนเวทีนั้นมันมีปัญหาครับ
มันทำงานโดยตรงกับความรู้สึกของเด็ก
คนที่ไม่สามามารถพามาได้ ไม่ว่าจะเป็นในกรณี แม่ไม่มา แม่เสียชีวิต หรือเด็กที่ถูกทอดทิ้ง
มันกระทำซ้ำทางจิตใจ มันกระตุ้นความรู้สึกขาด และกดทับความภาคภูมิใจในตัวเองลง
และกิจกรรมพวกนี้ก็มักจะจัดในโรงเรียนประถม ซึ่งมันก็ส่งผลเสียทางความรู้สึกต่อเด็กอย่างมหาศาล
เด็กในวัยประถมมีพัฒนาการทางความรู้สึกที่รู้ทุกอารมณ์โดยเฉพาะความรู้สึก "กลัว"
และมีพัฒนาการทางสังคมที่เริ่มยึดโยงกับกลุ่มเพื่อน
ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจิตสังคมกล่าวว่า
"เด็กวัยนี้กำลังอยู่ในช่วงพัฒนา
ความขยันขันแข็งหรือความรู้สึกด้อย
เด็กสนใจการเปรียบเทียบในสังคม
อยากประสบความสำเร็จ"
ถ้าล้มเหลวหรือถูกทำให้รู้สึกว่าไม่เหมือนคนอื่นเด็กก็จะเกิดปมด้อย!!!
เมื่อพัฒนาการทางความรู้สึกโดยเฉพาะ "ความกลัว"
บวกกับพัฒนาการทางสังคม
ที่เด็กเริ่มสนใจการเปรียบเทียบทางสังคม
เด็กจึงจะกลัวมากๆๆๆ กับการ "ถูกล้อ"
ซึ่งมันไม่ใช่แค่การล้อแบบโต้งๆ ว่า "ไอ้เด็กไม่มีแม่ๆๆๆ"
แต่คำถามเช่น "เธอไม่มีแม่มาเหรอ" หรือ
หนทางในการแก้ปัญหาของครู เช่น
"เดี๋ยวครูจะขึ้นไปให้เธอไหว้แทนเองนะ"
อะไรเทือกนี้มันก็เป็นองค์ประกอบในการสร้างความกลัว
และความรู้สึกถูกล้อในตัวมันแล้ว
ถามว่านี่รอดมาได้ไง?
นี่ไม่ไปโรงเรียนตอนเช้าค่ะ จอยๆ ไม่ทน!
ซึ่งเอาจริงมันไม่แฟร์กับเด็กสักคน
ที่จะต้องพยายามหาเรื่องไม่ไปโรงเรียน
เพราะต้องหลีกเลี่ยงไม่ไปเจออะไรแบบนั้นป่ะว่ะ
โรงเรียนทำไงดี?
- อยากให้โรงเรียนคิดว่าอะไรพวกนั้นมันค่อนข้างเป็นเรื่องส่วนตัวนะ
เรื่องการบอกรัก การแสดงความกตัญญูคือเด็กสามารถทำกับแม่ได้เองที่บ้าน
โดยไม่ต้องลากภาพเหล่านั้นให้มาอยู่ในโรงเรียน
ยิ่งถ้ามันสร้างความเจ็บปวดให้ใครบางคน คือยิ่งแล้ว!
- อยากให้คุณครูถือโอกาสนี้ในการสร้างความเข้าใจ
และความเชื่อมั่นให้เด็กๆ ว่า "แม่" เป็นคำที่ไม่ได้ผูกติด
กับหญิงผู้ให้กำเนิด แต่แม่คือใครหรืออะไรก็แล้วแต่
ที่มอบความรักความดูแลเอาใจใส่ให้เขา
คนที่เขารู้สึกและเชื่อด้วยตัวเองว่าคนๆ นั้นคือ แม่
แล้วเลิกกันสักทีกับประโยคสวยๆ พวก
"ไม่มีแม่คนไหนที่ไม่รักลูก"
เพราะในความจริงของบางคนมันบอกเขาอยู่ทุกวันว่า
"ไม่ใช่แม่(ผู้ให้กำเนิด)ทุกคนที่รักลูก"
แนวปฏิบัติของนักสังคมสงเคราะห์/นักจิตวิทยาตามป.วิอาญา ในการสืบพยานเด็ก
สวัสดีพี่น้องนักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาตามป.วิ อาญา ที่รักทุกท่าน ผู้เขียนตั้งใจเขียนแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมาเพราะรู้ดีว่าแม้พวกเราจะได้ร...
-
สวัสดีพี่น้องนักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาตามป.วิ อาญา ที่รักทุกท่าน ผู้เขียนตั้งใจเขียนแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมาเพราะรู้ดีว่าแม้พวกเราจะได้ร...
-
The Letter เริ่มเล่าเรื่องราวด้วยการให้ความตายของยายเล็ก ญาติห่างๆ ของดิวเป็นตัวนำดิวกลับไปสู่เชียงใหม่และทำให้ได้พานพบกับต้น หน...
