สิ่งที่เราได้จาก Lakorn Varasarn ละคอนวารสารฯ ครั้งนี้พาเราไปไกลมากว่าแค่ความสนุกสนานของเนื้อเรื่องหรือเพลงเท่านั้น ดูไปดูมา เฮ้ย นี่มันละคอนสะท้อนสังคมการเมืองนี่หว่า
ละคอนปีนี้เปิดฉากมาด้วยการเล่าเรื่องในช่วงก่อนพักที่เหมือนไม่ค่อยมีอะไร ทุกอย่างดำเนินไปตามพลอตเดิมๆ ที่สนุกสนานเฮฮา ซึ่งเราขอสารภาพว่าแอบงีบหลับบ้างในช่วงแรก จนตอนแรกอยากจะตั้งสเตตัสแขวะด้วยซ้ำว่า “ช่วงที่สนุกที่สุดของพาร์ทแรกคือการปรากฎตัวของไฟซ้อนที่มาขายโฆษณาให้ธนาคารออมสิน”
แต่พอมาพาร์ทหลังอะไรหลายๆ อย่างทำให้เราต้องยันตัวออกมานั่ง และทำความเข้าใจในบทละคอนที่ได้ปูมาตั้งแต่ต้น ที่ว่าไม่เหมือนมีอะไร แต่ก็มีอะไรแฝงอยู่ เพื่อเฉลยในตอนท้าย
- ละคอนทำให้เราเห็นความในกะลาของชาว TIKI ที่คิดว่าบ้านตัวเองอย่าง Paradise island นี่แหละเริศสุด!! เพราะเรื่องเล่าเรื่องใหญ่ที่ครอบทุกคนไว้นั้นต่างบอกว่า ที่นี่นี่แหละคือสวรรค์ ไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้ และคนในเกาะก็เชื่ออย่างสุดหัวใจ เพราะไม่ได้มีโอกาสออกไปเจอโลกภายนอกเลย ครั้นอยากไปก็ออกไปไม่ได้ เพราะมีกลไกในการควบคุมคนในไม่ให้ออกด้วยเรื่องเล่าทางศีลธรรมไว้ว่า “คนที่ออกไปมีแค่คนที่ทำผิด”และ “ออกไปแล้วไม่เจริญ”
- เมื่อมีคนจากประเทศอื่นอย่าง “ทาวี” เข้ามาและบอกว่า เฮ้ยยยย ข้างนอกมีอะไรที่เริศกว่า สาแก่กว่าที่นี่เยอะ มันก็สั่นคลอนคนข้างในนะ แต่อย่างว่าแหละการกลับมาเชื่อเรื่องเล่าที่เราคุ้นชินแล้วกอดคอมันไว้เหมือนเดิมแล้วโต้แย้งเรื่องเล่าใหม่ๆ มันอุ่นใจกว่า ยกเว้น “นีอา” ที่มีพื้นฐานเป็นคนที่ชอบตั้งคำถาม รักการพิทักษ์สิทธิ์เท่านั้นที่อยากรับฟัง และเรียนรู้เรื่องเล่าใหม่ๆ ต่อ
- “ตราสัญลักษณ์” มันไม่ได้มีมูลค่าแค่เพราะตัวมันเอง แต่มันมีอิทธิพลที่สามารถสร้างความกลัว ความเคารพได้ด้วยเรื่องเล่าที่เป็น back up ให้มัน ยิ่งเรื่องเล่าถูกเล่าซ้ำบ่อยๆ และถูกนำไปเชื่อมโยงกับปรากฎการณ์ต่างๆ รวมทั้งโหมกระพือด้วย “มนุษย์” ที่ศรัทธาและร่วมปกป้องในความศักดิ์สิทธิ์นั้นแล้ว มันก็ยิ่งยากที่ตราสัญลักษณ์จะถูกตั้งคำถามถึงความจริง ที่มาที่ไป หรือแม้เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องนั้นๆ เองว่า จริงๆ แล้วเพราะตราสัญลักษณ์จริงๆ อ่ะเหรอ
- เมื่อได้ “ตราสัญลักษณ์” ที่สามารถสร้างความกลัวได้แล้วคนอย่าง “ซาซ่า” ที่เป็นคนที่อยากให้ Paradise great again ก็เลยเอาความกลัวนั้นมาแสวงประโยชน์จากลูกน้องในโรงแรม และในเกาะ ผ่านการบอกว่า “เราทำงานเพื่อรับใช้องค์เทพ” “หน้าที่นี้เพื่อองค์เทพ” คือทุกสิ่งอย่างโหนองค์เทพและตราสัญลักษณ์หมด แม้แต่การไม่จ่ายค่าแรง ค่าล่วงเวลาก็เพราะว่าเราบูชาองค์เทพ
- เมื่อคนอย่าง “นีอา” ลุกขึ้นมาเรียกร้อง พิทักษ์สิทธิ์แทนตัวเองและทุกคนถึงค่าจ้างที่ไม่เป็นธรรม การฉกฉวยความกลัวของทุกคนมาเป็นโอกาสในการแสวงประโยชน์ของ “ซาซ่า” ก็กลับกลายเป็นว่า “นีอา” คือคนแปลก และท้ายที่สุดเมื่อนางกระทำผิดกับตราสัญลักษณ์นางก็โดนเนรเทศออกจากเกาะไป เพราะถ้าเธอไม่เคารพตราสัญลักษณ์และเทพเจ้าของเราเธอก็ต้องออกจากเกาะนี้ไปซะ
- ในวันหนึ่งตราสัญลักษณ์ถูกขโมยไปจ้า ทุกอย่างเหมือนกำลังพังทลายลง ความหวัง ความเชื่อของชาวหมู่เกาะสั่นคลอน สิ่งที่เคยยึดเหนี่ยวหายไป สิ่งที่ทุกคนเคยคิดว่าถ้าไม่มีแล้วเราอยู่ไม่ได้ แต่เมื่อเจอคุณซาซ่า เอาตราสัญลักษณ์แบบใหม่มาติด ทุกคนก็กลับมาบูชาและเชื่อใหม่อย่างว่าง่ายอีกครั้ง (ฉากนี้ที่พอซาซ่าติดตราปุ๊บ ทุกคนทำท่าบูชาแล้วกลับไปทำงานต่อนี่ตราตรึงมาก รักมาก)
- ท้ายที่สุดแล้วกลายเป็นว่าใครที่สามารถสร้างเครื่องมือที่ก่อให้เกิดความกลัวทางจิตใจและศีลธรรมและรู้จักแสวงประโยชน์จากมันได้ก็จะคงทนเป็นผู้จัดการโรงแรมอย่างคุณซาซ่า และใครที่กล้าที่จะตั้งคำถาม พิทักษ์สิทธิ์ตัวเอง และท้าทายตราสัญลักษณ์อย่างนีอา ก็ถูกเนรเทศออกจากบ้านไป เออ มันเศร้าคุ้นๆ โน๊ะ
สุดท้ายนี้ขอขอบคุณน้องๆ ชาววารสารโดยเฉพาะคนเขียนบทที่สร้างเรื่องนี้มา มันให้ประสบการณ์ที่ต่างออกไปจากการดูละคอนวารสารครั้งก่อนๆ มาก อาจเพราะเราโตขึ้น หรือเห็นอะไรก็ตีความให้เข้ากับสิ่งที่เราอึดอัดด้วยหล่ะมั้ง เลยอินเป็นพิเศษ
แต่คุณค่าของละคอนคือการพาคนดูไปไกลกว่าภาพที่เขาเห็นข้างหน้า ให้ได้เชื่อมโยงบทละครกับสิ่งที่เขาเชื่อและยึดโยงอยู่ และเราว่าละคอนวารสารครั้งนี้ทำสำเร็จ






