วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2561

Review "แนวทางปฏิบัติด้านการเลี้ยงดูทดแทนสำหรับเด็ก"

ช่วงอลตก.ขอปัน คือพอดีเพิ่งอ่าน "แนวทางปฏิบัติด้านการเลี้ยงดูทดแทนสำหรับเด็ก" ของ UN จบแล้วพบว่า มันมหัศจรรย์มาก อ่านไปอ่านมาตบเข่าฉาดไม่รู้กี่พันครั้ง highlight ได้เกือบทุกตรง เป็นแนวทางที่ครบถ้วน กระชับ ชัดเจน และสาแก่!!!

สำหรับเล่มนี้แม้มันจะเป็นแนวทางที่ UN ออกเป็นแนวทางให้รัฐทำ และเราว่าในฐานะผู้ปฏิบัติงานอย่างเราๆ อ่านเถอะ มันจอยมาก ถ้าถามว่าใครบ้างที่ต้องอ่าน เราว่านักสังคมสงเคราะห์ และคนทำงานกับเด็กรายกรณีทุกคนควรอ่าน โดยเฉพาะคนที่สถานรองรับต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักเด็ก สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองฯ ฯลฯ ควรอ่านที่สุด

สำหรับนักสังคมสงเคราะห์อย่างเราๆ อยากให้ภูมิใจเอาไว้เพราะตั้งแต่ต้นจนจบวิชาชีพเดียวที่ UN เอ่ยถึงอย่างโต้งๆ คือ "นักสังคมสงเคราะห์" ค่ะ (ดูได้ที่ข้อ 37 และ 44)

อ่ะ ถ้าให้รีวิวสั้นๆ ว่าในนี้พูดถึงอะไรบ้าง และส่วนไหนที่เราชอบและกรีดร้องเป็นพันครั้งว่า "มหัศจรรย์" นั้น อ่ะๆ เข้ามาใกล้ๆ นี่จะเม้าให้ฟัง

คือหลักๆ ตั้งแต่ต้นจนจบคือนางพยายามจะให้มี "การลดเด็กที่อยู่ในสถานสงเคราะห์" และการลดจำนวน "สถานสงเคราะห์" ร่วมกับการต้องทำทุกวิถีทางให้เด็กได้เติบโตในสภาพแวดล้อม "ของครอบครัว" มากที่สุด โดยมีการดูแลแบบทางเลือกต่างๆ 5 ลักษณะคือ
- การเลี้ยงดูโดยเครือญาติ (Kinship)
- ครอบครัวอุปถัมป์ (Foster)
- การเลี้ยงดูในสภาพแวดล้อมครอบครัวหรือคล้ายครอบครัวรูปแบบอื่น
- การให้เด็กใช้ชีวิตโดยอิสระภายใต้การกำกับดูแล

ซึ่งในรายละเอียดเวลาอ่าน มันก็จะมีข้อระมัดระวังหลายข้อให้กับพวกเราเวลาทำงานกับเด็ก เป็นปุ่มเอ๊ะที่เราควรมีติดตัวเสมอเวลาจะส่งเด็กเข้ารับการดูแลในสถานรองรับ หรือออกแบบบริการว่าจะทำอะไรดีเช่น

- เราต้องหา หา หา และหาพ่อแม่ หาเครือญาติ หาคนที่เด็กสนิทสนมคุ้นเคยหรือเคยเลี้ยง อย่างถึงที่สุด ก่อนที่จะตัดสินใจส่งเด็กเข้าสถานสงเคราะห์
- เราต้องติดตามๆๆๆๆๆ และประเมินๆๆๆๆๆ และหาๆๆๆๆ ทางเลือกอะไรก็ได้ที่จะทำให้เด็กได้ออกจากสถานสงเคราะห์และได้อยู่ในสภาพแวดล้อมของความเป็นครอบครัว
- เราต้องฟังๆๆๆๆๆๆๆ ความคิดเห็น และให้เด็ก ครอบครัวเข้ามาร่วมในการกำหนดชีวิตของพวกเขาอย่างมากที่สุดเท่าที่สามารถเป็นไปได้
- เวลาจะแยกเด็กหรือส่งเด็กเข้าสู่สถานรองรับ ที่นั่นต้องใกล้ที่อยู่เดิมเพื่อสะดวกต่อครอบครัวหากอยากรับกลับ ที่นั่นต้องมีสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรม ความเชื่อ ภาษาใกล้เคียงกับเด็ก
- "ปัญหาความยากจน" ไม่ใช่ "ข้ออ้าง" ในการนำเด็กเข้าสถานสงเคราะห์ แต่คือ "สัญญาณ" ว่าเราจะต้องสนับสนุนครอบครัวให้ตาหลุดไปเลย เพื่อให้พวกเขาดูแลเด็กได้
- พี่กับน้องไม่ควรแยกกัน
- สถานรองรับต้องไม่ดูแลเด็กเพื่อสนอง need เป้าหมายทางการเมือง ศาสนา หรือเศรษฐกิจของผู้ดำเนินการ
- พูดถึงนักสังคมสงเคราะห์ท้องถิ่น (ถ้าบริบทไทยก็คงเจ้ๆ ที่อยู่อปท.ทั้งหลาย) ที่มีส่วนในการให้บริการสนับสนุนครอบครัวในท้องถิ่น
- การประเมินเด็กและครอบครัวที่ต้องใช้หลักการตามวิชาชีพก่อนแยกเด็กหรือคืนเด็กสู่ครอบครัว และกล่าวถึงบทบาทของนักสังคมสงเคราะห์ในการตามหาครอบครัวและประเมินเด็ก
- ย้ำถึงการ "ประเมิน" การจัดทำ "แผนการดูแลเด็ก (Care plan) และการมีนโยบายคุ้มครองเด็กในองค์กรหลายล้านครั้ง (จริงๆ คือไม่ถึงล้านหรอก แต่เออ นางย้ำบ่อยจริงๆ)"
- พูดถึงเรื่องการเคารพและส่งเสริมสิทธิความเป็นส่วนตัวของเด็ก รวมถึงสิทธิในด้านความ "แตกต่างทางเพศ" และ "การปฏิสัมพันธ์กัน" ของพวกนางเอาไว้ด้วย
- การไม่จำกัดอิสรภาพและการกระทำของเด็กที่อยู่ภายใต้การเลี้ยงดูทดแทนโดยไม่สมเหตุสมผล เมื่อเทียบกับเด็กวัยเดียวกันในชุมชน
- การ "ห้าม" การลงโทษเด็กด้วยการงดติดต่อกับสมาชิกในครอบครัวหรือบุคคลที่มีความสำคัญต่อเด็ก

เราว่าคนทำงานควรอ่านเพื่อเอาหลักคิดแนวทางการทำงานมายึดให้มั่น หรือหลายๆ ครั้งนักวิชาชีพเด็กอย่างพวกเราสามารถเอาไปเป็นหลักฐานหรือข้ออ้างอิงให้กับข้อคิดเห็นทางวิชาชีพได้ว่าพี่คะ ที่ประชุมคะคืออย่างงี้นะคะ นึกออกแมะ

อันนี้คือแค่ส่วนหนึ่งเต้าอั้น ใครอยากเสพ เชิญหาอ่าน!! เล่มนี้เราได้มาจาก กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.)

ใครอยากอ่านเชิญโหลดจาก: https://crccoalitionthailand.wordpress.com/documents/ (หาหัวข้อ UN Guidelines for the Alternative Care of Children มีให้ทั้งไทยและอังกฤษ)

แนวปฏิบัติของนักสังคมสงเคราะห์/นักจิตวิทยาตามป.วิอาญา ในการสืบพยานเด็ก

สวัสดีพี่น้องนักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาตามป.วิ อาญา ที่รักทุกท่าน ผู้เขียนตั้งใจเขียนแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมาเพราะรู้ดีว่าแม้พวกเราจะได้ร...