วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เปลี่ยนลูก หรือ เปลี่ยนเรา?




พ่อแม่จะมองอย่างไรเมื่อเจอสถานการณ์ที่ลูก
แสดงพฤติกรรมหรือแสดงออกทางเพศ
ขัดแย้งกับความคาดหวังของตน และสังคม

มันเป็น "วิกฤติ" ที่ต้องแก้ไข 
หรือ "โอกาส" ที่ลูกกำลังบอกอะไรเรา?

การรังแกกันในโรงเรียนมันไม่ใช่เรื่อง "ปกติ"

ด้านครูชี้ "หยอกล้อกันปกติ"
......................................................................


กรณีน้องเด็กผู้ชายโดนเพื่อนแกล้งและทำร้ายร่างกายที่เป็นข่าวครึกโครมอยู่ในขณะนี้ 
นับว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าที่เผยภาพจริงของสังคมโรงเรียนที่มีการรังแกกัน (school bullying) 
เป็นเรื่องปกติและสามารถยอมรับได้มาอย่างช้านานและถูกละเลยมาโดยตลอด

เมื่อพี่น้อง "โรฮิงญา" ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของชีวิต

ช่วงเวลานี้เมื่อปีที่แล้ว เป็นช่วงเวลาที่เราต่อสู้ กับกระแสสังคมรอบข้างอย่างหนัก 
เป็นช่วงที่เราต้องยืนหยัดในจุดยืนทางวิชาชีพ และสิ่งที่เราเชื่อ
เรามีความอยากมหาศาลที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการเป็นอะไรสักอย่างในสถานการณ์นั้น 
และวันหนึ่งโอกาสที่ไม่คาดฝันก็มาถึง โอกาสที่เราได้ทำงานกับกลุ่มที่เราอยากทำมากที่สุด 
พี่น้อง "โรฮิงญา"

ตลอดระยะเวลาเกือบปีที่ผ่านมาเราได้เป็นพยานในความเจ็บปวดในสิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญ 
เราได้รับเกียรติในการรับฟังและบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ 
เราคิด "ชีวิตของคนๆ หนึ่ง ต้องมาเจออะไรเบอร์นี้เลยเหรอ"

เราได้รับพลังและมองเห็นพลังที่ลุกโชนของพวกเขา 
พลังในการต่อสู้เพื่อรักษาชีวิต และพลังแห่งรักของครอบครัว 
เขาบอกเราว่า

"อย่าปล่อยผ่านเมื่อเด็กทำพฤติกรรมไม่น่ารัก"

วันนี้เราพบกับเด็กผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 5 ขวบ 
เป็นเด็กผู้ชายที่เรียกเราว่ากะเทยแล้วหัวเราะชอบใจ
เป็นเด็กผู้ชายที่มีถ้อยคำพูดและความคิด
ที่อยากกระทำความรุนแรงกับเด็กคนอื่นๆ 
เป็นเด็กผู้ชายที่ด่าคำหยาบคายเหมือนผู้ใหญ่
และสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่เราเจอน้องคนนี้

สำหรับคนทำงานด้านเด็กคงรู้ดีว่านี่เป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วง

ไม่โกรธลุงแค่อยากให้ลุงเข้าใจ

สำหรับเราแล้วธรรมศาสตร์ยังเป็นสถาบันการศึกษาขั้นสูง 
ที่ให้อะไรเหนือความคาดหวังสำหรับเรามาก 
ธรรมศาสตร์เป็นเมืองจักรวาลแห่งความรู้ 
(Universe + City ตามคำกล่าวต้อนรับของอ.ปริญญา ในวันปฐมนิเทศมหาลัย) 
และเป็นเมืองจักรวาลแห่งความหลากหลายที่เอื้อต่อการขบคิดและเจริญเติบโตมาก 
ซึ่งจริงๆ แล้วเราเชื่อว่าสังคมธรรมศาสตร์ ก็คือสังคมประเทศไทยนั่นแหละ 
แต่ต่างกันตรงที่ ที่นี่พยายามสร้างพื้นที่สำหรับทุกคน 
ซึ่งสวนทางกับในขณะนี้ที่เรากำลังจำกัดพื้นที่และบีบบังคับให้คนคิดเหมือนกัน 

โนววววววววววววววววววววว เป็นไปไม่ได้!!!

เรายอมรับตามที่ลุงพูดจริงๆ ว่าเรายกมือไหว้อาจารย์ล้มเจ้า (ตามความหมายลุง) 
และขอบอกเพิ่มเติมด้วยว่าเรายกมือไหว้ด้วยความเคารพโดยสนิทใจไม่ใช่การถูกบังคับด้วย 
เราเคารพในวิชาความรู้ แง่มุมที่แปลกใหม่ การชวนคิดและถามในประเด็นที่ไม่มีใครกล้าจะแตะต้อง 
เรามีทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และค้างเติ่ง แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่เราจะเกลียดใคร
เพียงเพราะเขาวิจารณ์และตั้งคำถามกับสิ่งที่เราบูชา แ
ละสังคมธรรมศาสตร์สอนให้เรารู้ว่า เราสามารถไหว้ใครก็ได้ 
ไม่ว่าเค้าจะเป็นใคร และเราไม่ควรตำหนิหรือเอามาตรวัดความดีงามของเรา
ไปตัดสินว่าใครควรไหว้ หรือไม่ควรไหว้ด้วยมาตรฐานความดีงามของเรา

แนวปฏิบัติของนักสังคมสงเคราะห์/นักจิตวิทยาตามป.วิอาญา ในการสืบพยานเด็ก

สวัสดีพี่น้องนักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาตามป.วิ อาญา ที่รักทุกท่าน ผู้เขียนตั้งใจเขียนแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมาเพราะรู้ดีว่าแม้พวกเราจะได้ร...