วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เมื่อพี่น้อง "โรฮิงญา" ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของชีวิต

ช่วงเวลานี้เมื่อปีที่แล้ว เป็นช่วงเวลาที่เราต่อสู้ กับกระแสสังคมรอบข้างอย่างหนัก 
เป็นช่วงที่เราต้องยืนหยัดในจุดยืนทางวิชาชีพ และสิ่งที่เราเชื่อ
เรามีความอยากมหาศาลที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการเป็นอะไรสักอย่างในสถานการณ์นั้น 
และวันหนึ่งโอกาสที่ไม่คาดฝันก็มาถึง โอกาสที่เราได้ทำงานกับกลุ่มที่เราอยากทำมากที่สุด 
พี่น้อง "โรฮิงญา"

ตลอดระยะเวลาเกือบปีที่ผ่านมาเราได้เป็นพยานในความเจ็บปวดในสิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญ 
เราได้รับเกียรติในการรับฟังและบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ 
เราคิด "ชีวิตของคนๆ หนึ่ง ต้องมาเจออะไรเบอร์นี้เลยเหรอ"

เราได้รับพลังและมองเห็นพลังที่ลุกโชนของพวกเขา 
พลังในการต่อสู้เพื่อรักษาชีวิต และพลังแห่งรักของครอบครัว 
เขาบอกเราว่า
"จุดหมายไม่ได้อยู่ที่สถานที่
แต่จุดหมายอยู่ที่คนที่เขารัก
คนที่เป็นผู้คุ้มครองตามหลักศาสนา"
นั่นเป็นจุดเปลี่ยนของอะไรหลายๆ อย่าง 
มิติการทำงานที่ลึกลงไปใน need 
ผ่านแง่มุมจิตวิญญาณและความเชื่อนั้นจึงสำคัญ

เขาคือครูที่ทำให้เราละเอียดอ่อนในความต่างและเปิดโอกาสให้ได้ชื่นชมความเหมือน 
เราต่างกันมาก แต่เราเหมือนกันมากกว่า 
เราเข้าใจแล้วว่า "ความเป็นมนุษย์" มันงดงามและทำให้เราใกล้ชิดกันขนาดไหน

เราเจอกันตั้งแต่วันที่เด็กหญิงคนเล็กยังแบเบาะจนตอนนี้เธอวิ่งและเริ่มพูดได้ 
เราเจอกันตั้งแต่เด็กหนุ่มเล่าเรื่องที่เขาขึ้นเรือออกจากบ้านเกิด
จนตอนนี้เขาได้นั่งเครื่องบินไปตั้งถิ่นฐานใหม่ที่อเมริกา 
เราเจอกันตั้งแต่วันที่เขากล้าๆ กลัวๆ ที่จะคุยกับเรา 
จนวันนี้เขา face time กลับมาหาเราเพื่อจะพูดภาษาไทยที่เคยเรียนด้วยกันว่า 
"สวัสดีคร๊าบ พี่กอล์ฟสบายดีมั้ย"

ภาพวันนี้ที่เด็กหนุ่มคนโตพยายามอยู่ใกล้ไม่ห่าง 
ภาพที่หนูน้อยช่างจ้อพยายามร้องขอให้เล่นตีมือและเบ้ปากไม่เข้าใจว่าทำไมพรุ่งนี้ไม่มา 
ภาพที่แม่ๆ ยืนเช็ดน้ำตาและเข้ามาสวมกวดเพื่อนเรา 
ภาพที่เด็กหญิงที่โดนเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมยืนส่งเราจนลับสายตา 
คงเป็นอีกหนึ่งภาพจำที่มีพลังมากๆ และเป็นบทสรุปแล้วว่า
เราต่างเปิดรับกันและกันเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ชีวิต

เมื่อตอนทำงานเราต้องรักษาสัมพันธภาพทางวิชาชีพ 
แต่ด้วยสัมพันธภาพทางชีวิตทำให้เราเชื่อมร้อยกันมากกว่านั้น

มาถึงวันนี้วันที่เรามีพี่ มีน้อง ชาวโรฮิงญามากมายเหลือเกิน 
เราได้เป็นทั้งลุง ทั้งป้า ทั้งพี่ ทั้งเพื่อน ได้รับบทบาททั้งครู นางฟ้า (แต่งจิ๋งเล่านิทาน) 
และนักสังคมสงเคราะห์ของเขา

อาหารที่เดินเอามาให้ กรรไกรที่บรรจงตัดผม ผ้าขนหนูที่ค่อยๆ เช็ดหัว 
มือที่ยื่นมาสะลาม การชักชวนทานข้าวด้วยกัน 
คำพูดขอบคุณในทุกๆ ครั้งมีความหมายและเติมเต็มหัวใจเรามากเหลือเกิน

บรรยากาศแห่งการจากลาวันนี้ยังคุกรุ่น ชุ่มชื่น และใจหายในเวลาเดียวกัน 
เราทุกคนต่างต้องรับผิดชอบต่อลมหายใจของตัวเอง 
เขาจะต้องเดินต่อ และเราก็เช่นเดียวกัน 
ดูเหมือนว่าการจากลามีเพื่อให้เห็นคุณค่าของโมงยามที่เคยได้ใช้

ขอบคุณที่เปิดรับเราเข้าไปในหัวใจ


บิชิชุกกูรียา
(ขอบคุณมากๆ นะ)


แนวปฏิบัติของนักสังคมสงเคราะห์/นักจิตวิทยาตามป.วิอาญา ในการสืบพยานเด็ก

สวัสดีพี่น้องนักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาตามป.วิ อาญา ที่รักทุกท่าน ผู้เขียนตั้งใจเขียนแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมาเพราะรู้ดีว่าแม้พวกเราจะได้ร...