ช่วงเวลานี้เมื่อปีที่แล้ว เป็นช่วงเวลาที่เราต่อสู้ กับกระแสสังคมรอบข้างอย่างหนัก
เป็นช่วงที่เราต้องยืนหยัดในจุดยืนทางวิชาชีพ และสิ่งที่เราเชื่อ
เรามีความอยากมหาศาลที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการเป็นอะไรสักอย่างในสถานการณ์นั้น
และวันหนึ่งโอกาสที่ไม่คาดฝันก็มาถึง โอกาสที่เราได้ทำงานกับกลุ่มที่เราอยากทำมากที่สุด
พี่น้อง "โรฮิงญา"
ตลอดระยะเวลาเกือบปีที่ผ่านมาเราได้เป็นพยานในความเจ็บปวดในสิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญ
เราได้รับเกียรติในการรับฟังและบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ
เราคิด "ชีวิตของคนๆ หนึ่ง ต้องมาเจออะไรเบอร์นี้เลยเหรอ"
เราได้รับพลังและมองเห็นพลังที่ลุกโชนของพวกเขา
พลังในการต่อสู้เพื่อรักษาชีวิต และพลังแห่งรักของครอบครัว
"จุดหมายไม่ได้อยู่ที่สถานที่
แต่จุดหมายอยู่ที่คนที่เขารัก
คนที่เป็นผู้คุ้มครองตามหลักศาสนา"
นั่นเป็นจุดเปลี่ยนของอะไรหลายๆ อย่าง
มิติการทำงานที่ลึกลงไปใน need
ผ่านแง่มุมจิตวิญญาณและความเชื่อนั้นจึงสำคัญ
เขาคือครูที่ทำให้เราละเอียดอ่อนในความต่างและเปิดโอกาสให้ได้ชื่นชมความเหมือน
เราต่างกันมาก แต่เราเหมือนกันมากกว่า
เราเข้าใจแล้วว่า "ความเป็นมนุษย์" มันงดงามและทำให้เราใกล้ชิดกันขนาดไหน
เราเจอกันตั้งแต่วันที่เด็กหญิงคนเล็กยังแบเบาะจนตอนนี้เธอวิ่งและเริ่มพูดได้
เราเจอกันตั้งแต่เด็กหนุ่มเล่าเรื่องที่เขาขึ้นเรือออกจากบ้านเกิด
จนตอนนี้เขาได้นั่งเครื่องบินไปตั้งถิ่นฐานใหม่ที่อเมริกา
เราเจอกันตั้งแต่วันที่เขากล้าๆ กลัวๆ ที่จะคุยกับเรา
จนวันนี้เขา face time กลับมาหาเราเพื่อจะพูดภาษาไทยที่เคยเรียนด้วยกันว่า
"สวัสดีคร๊าบ พี่กอล์ฟสบายดีมั้ย"
ภาพวันนี้ที่เด็กหนุ่มคนโตพยายามอยู่ใกล้ไม่ห่าง
ภาพที่หนูน้อยช่างจ้อพยายามร้องขอให้เล่นตีมือและเบ้ปากไม่เข้าใจว่าทำไมพรุ่งนี้ไม่มา
ภาพที่แม่ๆ ยืนเช็ดน้ำตาและเข้ามาสวมกวดเพื่อนเรา
ภาพที่เด็กหญิงที่โดนเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมยืนส่งเราจนลับสายตา
คงเป็นอีกหนึ่งภาพจำที่มีพลังมากๆ และเป็นบทสรุปแล้วว่า
เราต่างเปิดรับกันและกันเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ชีวิต
เมื่อตอนทำงานเราต้องรักษาสัมพันธภาพทางวิชาชีพ
แต่ด้วยสัมพันธภาพทางชีวิตทำให้เราเชื่อมร้อยกันมากกว่านั้น
มาถึงวันนี้วันที่เรามีพี่ มีน้อง ชาวโรฮิงญามากมายเหลือเกิน
เราได้เป็นทั้งลุง ทั้งป้า ทั้งพี่ ทั้งเพื่อน ได้รับบทบาททั้งครู นางฟ้า (แต่งจิ๋งเล่านิทาน)
และนักสังคมสงเคราะห์ของเขา
อาหารที่เดินเอามาให้ กรรไกรที่บรรจงตัดผม ผ้าขนหนูที่ค่อยๆ เช็ดหัว
มือที่ยื่นมาสะลาม การชักชวนทานข้าวด้วยกัน
คำพูดขอบคุณในทุกๆ ครั้งมีความหมายและเติมเต็มหัวใจเรามากเหลือเกิน
บรรยากาศแห่งการจากลาวันนี้ยังคุกรุ่น ชุ่มชื่น และใจหายในเวลาเดียวกัน
เราทุกคนต่างต้องรับผิดชอบต่อลมหายใจของตัวเอง
เขาจะต้องเดินต่อ และเราก็เช่นเดียวกัน
ดูเหมือนว่าการจากลามีเพื่อให้เห็นคุณค่าของโมงยามที่เคยได้ใช้
ขอบคุณที่เปิดรับเราเข้าไปในหัวใจ
