วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2559

หลวงพระบาง 2015 (2)

10 / 2 / 59

เราตื่นเช้ามาด้วยความสดใส เช่าจักรยานจากโรงแรมไปตลาด เพื่อหาของกิน และหาซื้อ Memory card กล้องถ่ายรูป และในที่สุดเราก็ได้มาในราคา 400 บาท เราตอบสนองความต้องการภายในจิตใจด้วยการปั่นเที่ยวไปเรื่อยๆ อยากหยุดไหนก็หยุด ชื่นชมเมืองมรดกโลกในแบบฉบับของตัวเองที่ไม่มีหนังสือนำเที่ยวแต่ใช้ปากในการถามเอาว่าคนที่มาที่นี่เค้าเที่ยวไหนกัน เลือกไปเฉพาะที่ๆ เป็นทางผ่าน และพอปั่นได้ สรุปว่าสถานที่ท่องเที่ยว วัด วังก็อยู่ใกล้ๆ กัน และหลวงพระบางเองก็มีวัดเยอะมากๆ แบบติดๆๆๆๆๆ กัน


ขนมนี่อร่อยมาก


ถนนสายนี้กลางคืนจะเต็มไปด้วยร้านค้า และถูกแปลงร่างเป็นถนนคนเดินกลางเมืองหลวงพระบาง


ปั่นไปปั่นมาฝนก็เริ่มลงเม็ด เราก็มาแวะหลบฝนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งกลางหลวงพระบาง ได้นั่งกินไอติมตัดที่ขายประจำ ได้นั่งคุยกับครูของที่นี่ จนแกชวนให้ไปสอนเด็กๆ เพราะบอกนางไปว่าเราทำงานกับเด็กที่เมืองไทย ได้มีโอกาสมาเล่นกับเด็กๆ ก็จัดเลย ไล่มาตั้งแต่ปรบมือ ปลาเล็ก ปลาใหญ่ เล่นๆ จนฝนหยุดก็ขอตัวปั่นต่อ เป็นการแวะเติมพลังที่มีความสุขมากจริงๆ


เราได้มีโอกาสแวะพระราชวังของเจ้าชีวิต ที่ภายในจะมีหอพระบางที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบางในปัจจุบัน และมีส่วนของพระราชวังที่เป็นห้องหับที่เจ้าชีวิตเคยใช้ออกราชการ เคยใช้นอน เคยใช้รับแขก ใช้เล่น ซึ่งบรรยากาศภายในวังก็ดูเรียบง่าย น่ารัก เมาะแมะมาก สิ่งที่เราชอบที่สุดในนี้คือการผันแปรให้ที่นี่กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่สะสมของต่างๆ เกี่ยวกับเจ้าชีวิต ที่นี่มีมงกฎ มีดาบ ให้เราได้ดู แต่ที่พีคสุด คงเป็นของขวัญเจริญสัมพันธไมตรีจากประเทศต่างๆ ที่ส่งมาให้ลาว อารามมาตั้งแข่งกันว่าใครส่งมาเริศสุด ซึ่งจากการเดินสำรวจแล้วเรายกให้ อเมริกาเป็นฝ่ายชนะ เพราะนางส่งชิ้นส่วนจากดวงจันทร์ที่ลุง นีล อาร์มสตรองไปเหยียบมาให้ ซึ่งไม่รู้ทำไม เราตื่นเต้นและชอบมาก แลดูเป็นอะไรที่ rare item 

นั่นแหละ ตัวพระราชวังที่ถูกแปรผันเป็นพิพิธภัณฑ์

หอพระบาง

และการเดินทางครั้งนี้เราได้พบกับซูซาน สาวเมกาเชื้อสายจีนที่เกิดและเติบโตด้วยจริตเมกาเต็มที่ ผู้ซึ่งพักใน hostel เดียวกับเรานางตามมาสมทบในการท่องเที่ยวในช่วงเย็นด้วย ซูซานนางเพิ่งเรียนจบเหมือนกันหลังจากเรียนจบก็บินตรงไปมาเลเซียเพื่อไปเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ เพราะนางบอกว่านางอยากหาประสบการณ์และหาเงินเพื่อเก็บเอามาท่องโลกและตอนนี้นางก็เก็บเงินจากการสอนมาได้ก้อนหนึ่งและพร้อมที่จะท่องโลกแล้ว โดยเสต็ปแรกคือการเยือนประเทศแถบอาเซียนของเราก่อน



เราชวนกันขึ้นไปบนพระธาตุภูสีเพื่อดูวิวทิวทัศน์ของเมืองหลวงพระบางด้วยวิว 360 องศา โอ้โห ความบันไดเยอะมาก แต่สองข้างทางขึ้นคือดี ด้วยการมีต้นลีลาวดีที่อายุอานามคงรุ่นปู่ย่า คอยต้อนรับเราตลอดสองข้างทาง ขึ้นมาก็ไม่ผิดหวัง



การขึ้นมาบนธาตุภูสีทำให้เราได้พบกับพี่คนไทยกลุ่มหนึ่งอารามมาเดินสายทำบุญเพราะเจอกันมาหลายวัดและ นางเตรียมเครื่องไหว้กันมาพร้อมมาก พอมาถึงที่นี่นางชักผ้าออกมา แล้วปีนขึ้นไปหวังห่มพระธาตุ แต่คุณคะ พี่แกยังไม่ได้ขออนุญาตวัด เลยห่มไม่ได้ ดังนั้นเวลาเราจะทำอะไรควรขออนุญาตทางเจ้าของสถานที่เค้าด้วยเด้อ เพราะนั่นเป้นการแสดงความเคารพพื้นฐานที่เราควรทำ


ความสดใสของซูซาน

ที่ธาตุภูสีแห่งนี้เราได้มีโอกาสได้พบกับกรุ๊ปเณรกลุ่มหนึ่ง และได้มีโอกาสได้พูดคุยกัน คุณพระ!! เณรที่นี่ภาษาอังกฤษดีมาก ดีทุกคน ดีทั้งกลุ่ม พูดกันแบบนักศึกษาอย่างเราต้องอาย สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเณรคือสถานการณ์ของความยากจน และความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงโอกาสพื้นฐานทางการศึกษา และเศรษฐกิจของคนลาว ที่คล้ายๆ กับคนเมียนมาร์ จึงทำให้เด็กๆ หลายคนจำเป็นต้องจากบ้านมาเพื่อบวชเรียน เพราะการบวชเณร จะทำให้เขาได้เรียนฟรี กินฟรี อยู่ฟรี และมีเงินเก็บ การเรียนที่นี่ก็มีทั้งเรียนพระพุทธศาสนา และเรียนตามหลักสูตรการศึกษาพื้นฐานเหมือนในโรงเรียนปกติ และที่เพิ่มเติมคือจะมีอาสาสมัครมาคอยสอนภาษาภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศสให้ด้วย 


พอตกเย็นพ่อค้าแม่ขายก็เริ่มตั้งร้านรวง ถนนที่เคยโล่งก็กลายเป็นถนนคนเดินที่มีผลิตภัณฑ์พื้นเมืองต่างๆ เต้มมมม ไปหมด แต่ที่เป็นจุดเด่นของถนนเส้นนี้สำหรับเราคือซอยเล็กๆ ซอยหนึ่งที่ขายอาหารนี่แหละ มันคือสวรรค์ชัดๆ 

เดินมาเลยซอยนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง สายแดกจะเข้านิพพาน


ในซอยนี้จะมีร้านอาหารที่ตักครั้งเดียวเท่าไหร่ก็ได้ไว้ให้เลือกกิน อยากกินอะไรก็ตักไปกินสิ เปรม!!


พอตกค่ำเราก็กลับมา Hostel และได้เจอเพื่อนฝรั่งอีกกลุ่มพวกนางชวนเราไป Utopia ซึ่งเป็นอารามร้านเหล้าที่ใหญ่โตโออ่ามีพื้นที่กว้างขวาง มีลานวอลเลย์ มีที่นั่ง มีฟลอร์สำหรับเต้นซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นฝรั่งมังค่าทั้งน้านนนน สนุกดี คนบ้าๆ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ฟลอร์เต้น เราก็เป็นหนึ่งในนั้น เวลาเหล้าเข้าปากนี่ ทุกคนเหมือนจะพูดกันรู้เรื่องโดยไม่ต้องแคร์เรื่องภาษานะ แค่หัวเราะใส่กันก็รู้จักกันได้และ

ฟลอร์แดนซ์

ขั้นตอนการแชร์เงินค่ารถ

เนื่องจาก Utopia เนี่ยนางปิดประมาณเที่ยงคืนหรือตีหนึ่งเนี่ยแหละ แต่ด้วยความลำใย และมันเป็นวันเกิดของอีเพื่อนฝรั่งในกลุ่มทุกคนเลยดูกระเหี้ยนกระหือรือในการจะไปต่อมาก และที่หลวงพระบางมันมีที่ๆ ไปต่อได้อยู่ที่เดียวคือ โยนโบลิ่ง 5555 ซึ่งมึงเอ้ย พาลงมาก สำหรับเราพอแฮปปี้เบิร์ดเดย์อีเพื่อนเสร็จเราก็ขอตัวกลับก่อน เพราะง่วงนอนและพรุ่งนี้จะต้องรีบตื่นมาตักบาตรข้าวเหนียวอีก ซึ่งโชคดีที่ได้มีโอกาสรู้จักกับพี่คนลาวโต๊ะข้างๆ และนางจะกลับด้วยพอดี นางเลยอาสาไปส่งที่ Hostel

บรรยากาศโยนโบลิ่ง

11 / 2 / 59

ด้วยความที่อยากดูมากเลยผลักตัวเองออกจากเตียงแม้จะนอนได้แค่ 3 ชม. ตื่นออกมาดูการตักบาตรข้าวเหนียวได้ทัน ซึ่งพระนี่เดินเร็วมา รัวมือจกข้าวเหนียวกันสนุก



ตักบาตรเสร็จก็เดินต่อไปกินอาหารเช้าที่ร้านกาแฟประชานิยม เพิ่งรู้เหมือนกันว่านางดังมาก เราเดินๆ บังเอิญเจอ ซึ่งต้องมานะ เพราะนางอร่อยจริง คนไทยเยอะมากร้านนี้ 


เราใช้เวลาในวันนี้ในช่วงเช้าพูดคุยกับเพื่อนๆ ภายใน Hostel เพื่อทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของกันและกัน session แบบนี้เราบังคับตัวเองว่าเราต้องมีในทุกการเดินทางเพราะมันเร้าพลังและบรรดาลใจเรามากทุกครั้ง และมันทำให้เราได้เติบโตจากประสบการณ์และเรื่องเล่าของคนอื่นด้วย มิตรภาพที่ได้จากการพูดคุยกันช่วงเวลาสั้นๆ ในหลายๆ ทริปยังคงถูกเก็บรักษากันมาจนถึงทุกวันนี้

แก๊งค์เที่ยวเมื่อคืน

ที่นี่เราได้พบกับ Hiro นักเดินทางชาวญี่ปุ่นที่ตอนนี้อยู่ที่ประเทศไทย และมีแฟนเป็นคนไทยด้วย นางเป็นนักวาดการ์ตูนโป๊ และการ์ตูนต่างๆ ทำให้ทุกการเดินทางของนางนางจะวาด หน้าของผู้คนที่นางพบเจอพร้อมเขียนชื่อ และเรื่องราวที่เพื่อนๆ นางเล่าให้ฟังว่าเป้นใครมาจากไหน เวลา Hiro คุยกับใครนางจะลงลึกในรายละเอียดว่าทำไมต้องทำแบบนั้น หรือรายละเอียดเรื่องนั้นๆ เป็นอะไร เพราะนางบอกว่านางจะได้รู้ว่าเขาคิดอย่างไร และเป็นโอกาสในการได้รู้ในเรื่องราวที่นางไม่รู้มาก่อนจากเพื่อนที่มาจากทั้วโลก

เห็นเรามั้ย
เพื่อนฮิโร่ของเรา

และคนต่อมาที่เจอและเซอร์ไพร้มากคือมิเรียม สาวจากสาวเยอรมนี
เธอ กับ เรา เหมือนกันเด๊ะๆ ตรงที่ 
เรียนสังคมสงเคราะห์ และเพิ่งจบสดๆ ร้อนๆ เหมือนกัน มิเรียมเล่าว่า

"ชั้นเก็บเงินมา 16 ปีกว่าจะได้เริ่มออกเดินทางท่องเที่ยวแบบนี้ 
ตอนเรียนก็ต้องทำงานเมาะๆ แมะๆ เพื่อที่จะส่งตัวเองเรียนส่วนหนึ่ง 
และส่วนหนึ่งก็เก็บมาเที่ยว มันเป็นความยากลำบากของวัยรุ่นอย่างเราๆ มากนะ 
ที่ต้องบริหารเงิน และต้องขยันมากๆ"

โห......เก็บแบบนี้แสดงว่าตั้งใจมากเลยนะนั่น 
แล้วนี่เราเจอคนเยอรมานีเยอะมากทำไม เค้าชอบเที่ยวแบบนี้กันเหรอ

"ใช่ คนเยอรมนีชอบเที่ยวมาก เพราะมันเป็นการเปิดหูเปิดตาพวกเรา 
มันเหมือนเป็นหนึ่งสิ่งที่ทุกคนต้องทำ มันเหมือนค่านิยมหล่ะมั้ง (หัวเราะ) 
เหมือนชั้นเนี่ยเพิ่งจบใช่แมะ ส่วนใหญ่คนที่เพิ่งจบจะทำงานเก็บกันมาตั้งแต่เรียน 
จบแล้วก็ออกเดินทาง เรียนรู้โลก คือมันเป็นช่วงรอยต่อของชีวิตหน่ะ 
ต่อจากนี้เราก็ต้องทำงาน มีสิ่งที่รับผิดชอบ และต้องไปเป็นผู้ใหญ่ 
คือชั้นว่าช่วงนี้ทุกคนรู้สึกกลัว และเคว้งคว้าง 
เราเลยออกมาเดินทางเพื่อหาประสบการณ์การใช้ชีวิตก่อนที่จะกลับไปลุยอีกครั้ง"

"เรามาถ่ายรูปด้วยกันมาเร็ว เขียนป้ายด้วยเอาว่าอะไรดี" เราชวนมิเรียม
"We are social worker ไม๊ แล้วก็เขียนธงของทั้งสองประเทศด้วย?" มิเรียมเสนอ

"ดีๆๆ นานๆ ทีจะเจอเพื่อนร่วมวิชาชีพ แต่เราขอเพิ่มได้ไม๊ 
เพราะเราสองคนเป็น social worker และตอนนี้เราก็เป็น traveler ด้วย 
งั้นเราเป็น Social work traveler ละกัน"

"จัดไป" และนั่นเป็นที่มาของรูปด้านล่างของเราสองคน

Social work traveler

สองคนต่อมาที่เราได้มีโอกาสรู้จักและพูดคุยและชื่นชมมากๆ คือสองผัวเมียชาวรัสเซียที่ขับรถมอไซต์มาจากฮานอย โดยอเล็กซานเด้อเล่าว่า

"ผมขับรถคันนี้มาจากฮานอย 
ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 8 วันมาหลวงพระบาง 
รถคันนี้งอแงตลอดทางเพราะผมซื้อมาถูกมาก แค่ 250 ดอลลาร์ 
กว่าจะถึงนี่เราพักกันตามหมู่บ้านใหญ่ๆ หรือไม่ก็ตั้งแคมป์กัน 
เรามีเต็นท์ มีผ้าปูอะไรครบ บางครั้งก็นอนที่บ้านชาวบ้าน"

อ้าววว แล้วคุณใช้ภาษาอะไรสื่อสารกับพวกเขาอ่ะ

"ภาษามือ รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะบ้าง ผมว่าแค่นั้นเราก็สื่อสารกันได้แล้ว"
แล้วหลังจากที่คุณเดินทางเสร็จคุณจะทำยังไงกับรถคันนี้
"ผมกะว่าจะขายต่อ คุณจะซื้อไม๊?" (ทั้งหมดหัวเราะ)

อเล็กซานเด้อ และ อันจี้ 
คู่รักจากรัสเซียเจ้าของรถมอไซต์ชราที่ติดตั้งลำโพงด้วยสก็อตเทป

รวมดาว

หลังจากที่ดูฮิโร่ วาดภาพตอนนี้เราก็เกิดแรงบันดาลใจบ้าง แต่ด้วยเจ้ากรรมตั้งแต่ตอนเด็กที่แม้ขีดเส้นยังไม่ตรงก็เลยไม่กล้าวาด เจ้าฮิโร่ก็อัพใหญ่ว่า ยูวาดไปเลย วาดไปที่อยากวาด ออกมายังไงใครไม่เข้าใจก็มีเรานี่แหละ เอ้าาาา ขึ้นมากทีนี้เลยวาดค่าา วาดไปวาดมาผลงานเป็นดังรูป เอาให้เจ้าตัวดูขำก๊ากกันเป็นแถว กูดูเองยังขำเล้ยยย 

ผลงานศิลปะชิ้นแรก

หลังจากที่สองสามีภรรยาชาวรัสเซียได้ออกเดินทางเราๆ ก็ต่างแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง มีเรียม ฮิโร่นั่งเขียนบันทึกกันต่อ ส่วนตัวเราก็ออกปั่นจักรยานชมเมืองอีกรอบ และไปส่งโปสการ์ดให้กับต่างๆ กลับไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ซูซานชวนเราให้ไปน้ำตกตาดกวางสีซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดไฮท์ไลท์ของหลวงพระบางที่ทุกคนต้องไป แต่ด้วยความบ้าบออะไรไม่รู้คือไม่มีฟีลที่จะไปเลย ไม่อยากไปน้ำตกทั้งๆ ที่เป็นคนชอบน้ำตกมาก แต่ครั้งนี้ไม่ได้อยากไปอะไรขนาดนั้นเลยบอกปัดนาง เพราะอยากทำอย่างอื่นมากกว่าอยากปั่นจักรยานเมาะๆ แมะๆ เรื่อยๆ แบบไร้ทิศทาง อยากแวะไหนก็แวะแบบนั้น จึงทำให้ได้เรียนรู้ตัวเองเหมือนกันว่า การท่องเที่ยวมันขึ้นอยู่กับเราจริงๆ ว่าเราจะนิยามให้อะไรคือ the must ของเรา อย่าให้คนอื่น หรือ ไกด์บุ๊ค มากำหนดและมีอิทธิพลมากกว่าความต้องการลึกๆ ในการท่องเที่ยวของเราเด้อ แล้วเราจะรู้สึกเย็นสบาย 555555

ภารกิจในทุกการเดินทาง




พระนอนที่แท้จริง


ป้าสองคนนี้เป็นคนเก็บตั๋วที่สะพาน นางเปิดเพลงและก็ปรบมือตาม นางจอยมาก ยิ่งเรารำใส่ นางยิ่งชอบ



คืนนี้เป็นคืนที่เรามีกำหนดกลับเวียงจันทน์ด้วยรถทัวร์นอน คือมันเป็นรถนอนที่แท้จริง คือมีเป็นเตียงให้และคือเตียงแคบมากแต่นอนสองคนไม่มีอะไรกั้นทั้งนั้น รู้จักไม่รู้จักก็ต้องนอนด้วยกัน แต่โชคดีที่คนที่นอนข้างเราคือพี่คนไทย ชื่อพี่แบงค์ ซึ่งพึ่งรู้จักกันบนรถนี่แหละคือเราไม่กลัวนะ แต่เกรงใจคนอื่นที่ต้องนอนข้าง กูจะฟาดแขนข้าโดนเค้ามั้ยอะไรมั้ย

บรรยากาศภายในรถ
ซึ่งสำหรับการมาเวียงจันทน์ครั้งนี้เรามีพี่ๆ ที่เพิ่งรู้จักกันที่สถานีรถหลวงพระบาง มีพี่รุจ พี่เบล พี่แบงค์ ทำให้เราได้ตกลงไปพักที่ hostel เดียวกัน และเที่ยวด้วยกันที่เวียงจันทน์ในครั้งนี้ เย้ๆๆๆๆ มีเพื่อนเที่ยวเยอะเลย


การเที่ยวเวียงจันทน์ครั้งนี้เราทำหน้าที่เป็นไกด์พาพี่ๆ ไปสถานที่ต่างๆ เช่ารถร้านเดิม นอน Hostel อันเดิม
เที่ยวที่เดิมๆ กับคนใหม่ๆ มันก็มอบความรู้สึกใหม่ๆ ได้ดีเหมือนกันนะ


ผลงานชิ้นสุดท้ายของทริป

และทริปหลวงพระบางก็จบลง เราได้ไปหลวงพระบางแล้ว เย้ๆ ซึ่งเรายังโชคดีเสมอที่ยังคงได้พบผู้คนเจ๋งๆ ตลอดการเดินทาง ในทริปนี้เรายังได้มีอะไรใหม่มาทำ นั่นก็คือการวาดรูป มันสนุกดีแฮะ ตอนนี้รออย่างใจจดใจจ่อที่จะวาดรูปเพื่อนใหม่ๆ ในทริปต่อไป เพราะการท่องเที่ยวยังคงมอบพลัง แรงบันดาลใจ และทำให้เราเติบโตขึ้นเสมอ

แนวปฏิบัติของนักสังคมสงเคราะห์/นักจิตวิทยาตามป.วิอาญา ในการสืบพยานเด็ก

สวัสดีพี่น้องนักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาตามป.วิ อาญา ที่รักทุกท่าน ผู้เขียนตั้งใจเขียนแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมาเพราะรู้ดีว่าแม้พวกเราจะได้ร...