วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2559

ตายไปเถอะค่ะน้อง



ภาพเหตุการณ์ของเด็กผู้หญิงที่โพสต์รูปตนเองกับห่วงเชือก
พร้อมคำบรรยายภาพที่แสดงถึงการตัดสินใจที่จะจบชีวิตของตนเองลง
เนื่องจากเหตุผลบางประการโดยมีชาวเน็ตคอมเม้น
และแชร์อย่างถล่มทลายเป็นไปในทิศทาง "ตายไปเถอะค่ะน้อง" 
เป็นภาพสะท้อนสถานการณ์ทางสังคมไทยที่ชัดเจน 
ว่าพวกเราหลายคนมักที่จะตัดสินคนอื่นโดยใช้มาตรวัตรของตนเอง
และกลายเป็น "ฆาตกรร่วม" ที่สร้าง "ศพ" 
และทำให้การตาย "เกิดขึ้นจริง" โดยเราไม่รู้ตัว

วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2559

จาก "Banana Splits" สู่โครงการ "ผูกสาแหรก"

"Banana Splits" แรงบันดาลใจของครูทรายทิพย์
สู่โครงการ "ผูกสาแหรก" ของโรงเรียนเปี่ยมคุณศึกษา
แห่ง วัยแสบสาแหรกขาด‬
.............................................................


"Banana Splits" คือโครงการสำหรับกลุ่มนักเรียนที่เผชิญสถานการณ์ปัญหาพ่อแม่หย่าร้างหรือเสียชีวิตโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานโดยคุณ Elizabeth M. McGonagle นักสังคมสงเคราะห์ชาวนิวยอร์ค ได้ก่อตั้งโครงการนี้ครั้งแรกในโรงเรียนประถมที่ Ballston Spa นิวยอร์ค ในปี 1987 และก็ได้รับความนิยมไปยังรัฐอื่นๆ ทั่วประเทศและอีกหลายประเทศทั่วโลกที่มีฐานทัพอเมริกาตั้งอยู่ โดยป้า Elizabeth บอกว่า "Banana Splits" มันไม่ใช่การบำบัดอะไรขนาดนั้นหรอก มันเหมือนกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน (peer support group) ซะมากกว่า

นักสังคมสงเคราะห์ในโรงเรียน


ขอเกาะกระแสคุณครูทรายทิพย์จาก "วัยแสบสาแหรกขาด"
เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักกับ "นักสังคมสงเคราะห์ในโรงเรียน"
แม้ในเรื่องครูทรายทิพย์จะเป็นนักจิตวิทยาก็ตาม
แต่ด้วยความที่หนังปูมาตั้งแต่ฉากแรกที่ตึกคณะ
จึงเข้าใจว่านางเรียนสังคมสงเคราะห์เป็นแน่ 
จึงขอเกาะกระแสขายของละกันว่า
นักสังคมสงเคราะห์ในโรงเรียนนี่จำเป็นจริงๆ นะเออ
.......................................................................


แต่เมื่อประเทศไทยยังไม่มีนักสังคมสงเคราะห์ในโรงเรียนดังนั้น
จึงขอเอานักสังคมสงเคราะห์ในโรงเรียนทางฝั่งอเมริกามาให้รู้จักละกันนะ

วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2559

หลวงพระบาง 2015 (2)

10 / 2 / 59

เราตื่นเช้ามาด้วยความสดใส เช่าจักรยานจากโรงแรมไปตลาด เพื่อหาของกิน และหาซื้อ Memory card กล้องถ่ายรูป และในที่สุดเราก็ได้มาในราคา 400 บาท เราตอบสนองความต้องการภายในจิตใจด้วยการปั่นเที่ยวไปเรื่อยๆ อยากหยุดไหนก็หยุด ชื่นชมเมืองมรดกโลกในแบบฉบับของตัวเองที่ไม่มีหนังสือนำเที่ยวแต่ใช้ปากในการถามเอาว่าคนที่มาที่นี่เค้าเที่ยวไหนกัน เลือกไปเฉพาะที่ๆ เป็นทางผ่าน และพอปั่นได้ สรุปว่าสถานที่ท่องเที่ยว วัด วังก็อยู่ใกล้ๆ กัน และหลวงพระบางเองก็มีวัดเยอะมากๆ แบบติดๆๆๆๆๆ กัน


ขนมนี่อร่อยมาก


ถนนสายนี้กลางคืนจะเต็มไปด้วยร้านค้า และถูกแปลงร่างเป็นถนนคนเดินกลางเมืองหลวงพระบาง


ปั่นไปปั่นมาฝนก็เริ่มลงเม็ด เราก็มาแวะหลบฝนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งกลางหลวงพระบาง ได้นั่งกินไอติมตัดที่ขายประจำ ได้นั่งคุยกับครูของที่นี่ จนแกชวนให้ไปสอนเด็กๆ เพราะบอกนางไปว่าเราทำงานกับเด็กที่เมืองไทย ได้มีโอกาสมาเล่นกับเด็กๆ ก็จัดเลย ไล่มาตั้งแต่ปรบมือ ปลาเล็ก ปลาใหญ่ เล่นๆ จนฝนหยุดก็ขอตัวปั่นต่อ เป็นการแวะเติมพลังที่มีความสุขมากจริงๆ


เราได้มีโอกาสแวะพระราชวังของเจ้าชีวิต ที่ภายในจะมีหอพระบางที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบางในปัจจุบัน และมีส่วนของพระราชวังที่เป็นห้องหับที่เจ้าชีวิตเคยใช้ออกราชการ เคยใช้นอน เคยใช้รับแขก ใช้เล่น ซึ่งบรรยากาศภายในวังก็ดูเรียบง่าย น่ารัก เมาะแมะมาก สิ่งที่เราชอบที่สุดในนี้คือการผันแปรให้ที่นี่กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่สะสมของต่างๆ เกี่ยวกับเจ้าชีวิต ที่นี่มีมงกฎ มีดาบ ให้เราได้ดู แต่ที่พีคสุด คงเป็นของขวัญเจริญสัมพันธไมตรีจากประเทศต่างๆ ที่ส่งมาให้ลาว อารามมาตั้งแข่งกันว่าใครส่งมาเริศสุด ซึ่งจากการเดินสำรวจแล้วเรายกให้ อเมริกาเป็นฝ่ายชนะ เพราะนางส่งชิ้นส่วนจากดวงจันทร์ที่ลุง นีล อาร์มสตรองไปเหยียบมาให้ ซึ่งไม่รู้ทำไม เราตื่นเต้นและชอบมาก แลดูเป็นอะไรที่ rare item 

แนวปฏิบัติของนักสังคมสงเคราะห์/นักจิตวิทยาตามป.วิอาญา ในการสืบพยานเด็ก

สวัสดีพี่น้องนักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาตามป.วิ อาญา ที่รักทุกท่าน ผู้เขียนตั้งใจเขียนแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมาเพราะรู้ดีว่าแม้พวกเราจะได้ร...