วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

The act of killing และ The look of silence

แนะนำๆๆๆๆๆ สำหรับ The act of killing กับ The look of silence (แนะนำดูเรื่องหลัง เพราะเรื่องแรกยาวและลำใยเกิน) ภาพยนตร์สารคดีที่สัมภาษณ์ผู้ฆ่า และครอบครัวของผู้ถูกฆ่า ตัวเป็นๆ ในเหตุการร์ปราบปรามและฆ่าเพื่อหวาดล้างคอมมิวนิสต์ในประเทศอินโดนีเซีย หนังที่จะทำให้เราได้ทบทวนความเป็นมนุษย์ของเรา ว่าเราได้เผลอไผลนำชุดความเชื่อในตัวแทนของ ความดี ความรักชาติ ผู้ยึดมั่นในศาสนา ไปตัดสินฆ่าใครได้อย่างบริสุทธิ์ใจว่าอันนั้นคือสิ่งที่ถูกต้องควรทำบ้างหรือเปล่า เอาจริงมันเหมือนฉายประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทยให้เราเห็นนะคล้ายๆ 6 ต.ค. แต่เป็นเวอร์ชั่นอินโด และเหตุการณ์ทางสังคมทุกวันนี้หลายๆ อันเราก็ยังมีคนที่นับถือและยกย่องตัวเองเป็นตัวแทนของความดี และความถูกต้อง ไปตัดสินยุติชีวิตทางสังคม และลมหายใจของคนอื่นให้เห็นอยู่บ่อยๆ บางครั้งอะไรแบบนี้การเป็นคนในมันไม่เห็นนะเพราะเราอยู่ในบริบทของความเชื่อ และเรื่องเล่าที่กรอกหูเราเดิมๆ จนทำให้เราเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่าสิ่งนั้นๆ คือความจริงสูงสุด เราต้องต่อสู้เพื่อมัน!! ดังนั้นเราว่าจำเป็นมากที่เราจะต้องออกมายืนเป็นคนนอกมองดูตัวเองและสถานการณ์ภายในที่เกิดขึ้น ไปรับรู้เรื่องราวของที่อื่นเพื่อเทียบเคียงกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นในบ้านเรา เปิดใจฟังเรื่องเล่าใหม่ๆ เพื่อจะได้เท่าทันไม่ให้เป็นเหยื่ออารมณ์ของตนเองและเป็นเครื่องมือทางการเมืองของใคร ‪#‎ไปดูเถอะ‬ ไปเสพความน่ากลัวของมนุษย์ ไปเสพความน่ากลัวของตำราประวัติศาสตร์ ไปตั้งคำถามถึงสถานการณ์ในบ้านเรา และความคิดของเรา ไปดูเพื่อคิดต่อ ถึงมันจะอึดอัด ฟึดฟัดเวลาดู แต่มันดีเวลาจบ

บอง ออง แขมร์

บอง ออง แขมร์
โดย Bongtao


หนังสือพาเราไปรู้จักกับกัมพูชาอย่างเพื่อนที่อยู่ข้างบ้าน แต่ไม่เคยคุยกันมาก่อน แล้วอยู่ดีๆ ต้องโดนบังคับให้มาอยู่บ้านเดียวกันอ่ะ จากที่ไม่เคยคุยก็ต้องคุย จากที่คิดว่าจะไม่รู้จักก็ต้องมาทำความรู้จักกัน มันเลยทำให้หนังสือเล่มนี้มีอะไรเมาะๆ แมะๆ ที่ผู้เขียนได้พบเจอระหว่างทำงานที่พนมเปญให้คนอ่านอย่างเราเพลินและสนุกตามไปด้วย สิ่งที่เราชอบที่สุดในเล่มนี้คือสำนวนการเขียนของบองเต่าที่มีจริตเวเนแฝงเร้นอยู่มากๆ อ่านไปขำไป บางคำนี่คิดได้คิดไงอ่ะ
ขอบคุณน้อง Chatt Up สำหรับของขวัญรับปริญญาชิ้นนี้ อ่านเล่มนี้เสร็จ ทริปพนมเปญมาแน่ๆ

วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

การเรียนการสอนศาสนามีไว้ทำไม?

ช่วงนี้ได้มีโอกาสมาช่วนสอนเมาะๆ แมะๆ ที่โรงเรียนพ่อ ด้วยความที่ชอบเสร่อ ก็ขอดูหนังสือเด็กนู่นนี่ เพื่อย้อนวัยและอยากรู้ว่าเด็กสมัยนี้เรียนอะไรกัน หยิบหนังสือสังคมมา บังเอิญเปิดเจอหน้าพระพุทธศาสนา บั้ง!!! หงุดหงิดมาก




โรงเรียนแห่งนี้เด็กเกือบทั้งหมดนับถือศาสนาอิสลาม มีคุณครู 4 คน พุทธ 1 คนคือพ่อของเรา ส่วนอีก 3 คนเป็นมุสลิม "เราสามารถปฏิบัติตนเป็นพุทธศาสนานิกชนที่ดีได้ดังนี้" คือหนึ่งในบทเรียนจากหนังสือสังคม และตัวอย่างข้อสอบที่ครูเอามาให้ทำในหมวดศาสนา เราจะเห็นว่ามันเรียนกันถึงตัวหลักธรรม เกี่ยวกับการสืบทอดพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นบทเรียนที่เฉพาะกลุ่ม ละเลยความแตกต่างทางความเชื่อทางศาสนา และสะท้อนว่าเราไม่ได้เคารพศาสนาอื่นอย่างที่เราพูด แม้ไม่ได้บันทึกว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติลงในรัฐธรรมนูญแต่รัฐไทยต่างรับรู้และแสดงออกด้วยการบังคับมาในลักษณี้อย่างยาวนานตั้งแต่เรายังเป็นเด็ก ผ่านแบบเรียน และเรื่องเล่าต่างๆ ในสังคม

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ธรรมศาสตร์มีไว้ทำไม

ช่วงนี้เสพดราม่าผลสำเร็จจากล้อการเมืองสนุกมาก ประเด็นคำถามที่ป้าๆ ถามบ่อยมากเหมือนกันคือ "ธรรมศาสตร์สอนบ้าอะไรทำไมนักศึกษาถึงได้เลวระยำตำบอนไม่รักชาติขนาดนี้" หรือคำตัดสินที่ใช้มาตราหน้าธรรมศาสตร์บ่อยมากคือ "นักศึกษาโดนล้างสมอง" "ธรรมศาสตร์ล้มเจ้า" วันนี้เราเลยมีเรื่องมาแฉธรรมศาสตร์ให้ฟัง

ขอขอบคุณรูปภาพจากCheerclub Thammasat


รู้มั้ยว่าเมื่อทุกคนได้มาเรียนที่นี่ทุกคนจะต้องเรียนวิชาบังคับมหาลัยพวก TU ทั้งหลาย สมัยเราเรียน เราจะได้เรียนพวกวิชาปรัชญาและศาสนา เกี่ยวกับแนวคิดต่างๆ ทางด้านสังคมศาสตร์ มันเป็นครั้งแรกที่เด็กที่เพิ่งจบมัธยมได้ยินเรื่องเล่าต่างๆ ที่แตกต่างจากที่เราเคยได้ยิน อาจารย์ที่นี่โยนคำถาม ที่เราไม่เคยถูกใครถาม หรือไม่มีใครกล้าถามมาก่อนให้กับเรา เราตกใจ และสั่นคลอนมาก เราช็อค บอกตรง! เราเรียนเพื่อทำความรู้จักกับนักปรัชญาและนักคิดในประวัติศาสตร์ต่างๆ ว่าเขาคิดเห็นอย่างไร ต่อชีวิต ค่านิยม ความเชื่อทางสังคมการเมืองในยุคนั้นๆ โดยไม่มีอาจารย์หรือหนังสือบอกเราว่า แนวคิดใครดีสุด อ. แค่บอกว่า ใครคิดยังไง และนักคิดกันเองโต้แย้งความคิดกันยังไง ช่วงแรกเราเรียนไม่รู้เรื่อง เรางง เพราะเราถูกสอนมาด้วยการที่มีคนบอกเราตลอดว่าอะไรดี อะไรไม่ดี ทุกอย่างมันค้างเติ่ง!!!

สำหรับสายสังคมบางคณะก็จะมีวิชาบังคับนอกคณะที่เราจะต้องเรียนอีก เช่น รัฐศาสตร์ สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา เศรษฐศาสตร์ เป็นต้น เราได้เรียนเรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองแบบต่างๆ ว่ามีกี่แบบ กี่ฝ่าย แต่ละฝ่ายคิดยังไง โดยไม่มีใครบอกอีกเหมือนกันว่า ฝ่ายไหน ถูกผิด เรางงอีก เอ้าแล้วอันไหนมันถึงจะถูกว่ะ? เราค้างเติ่ง!!!

อาจารย์ธรรมศาสตร์หลายคนท้าทายพวกเราด้วยการถามว่า ทำไมคุณคิดแบบนั้น? คุณเชื่อแบบนั้นจริงเหรอ? คุณคิดว่าอะไรคือความจริง? คุณคิดว่ามันคือความจริงจริงเหรอ? ทำไมคุณถึงคิดว่ามันคือความจริง? มิหนำซ้ำพวกนางยังเหิมเกริมถามว่า แล้วคุณคิดเหรอว่าที่ผมเล่าเป็นความจริง? คุณเชื่อว่ามันจริงเพราะแค่ผมบอกเหรอ? คุณคิดว่าอะไรคือความดี แล้วความดีใครสร้าง? ความดีของคุณแล้วมันเป็นความดีในการรับรู้ของคนอื่นด้วยมั้ย? มึงงงมั้ย? กูงงสิ เราถูกชวนให้ตั้งคำถามกับความดี ความเลว ความงาม ความต่างๆ นางชวนถามชวนคุยหมด 555555 ตอนนั้นนะรู้สึกว่า โอ๊ยยยย ทำไมไม่บอกกูอะไรดีไม่ดี จริงไม่จริง ความจริงมันก็ต้องมีสิ่งเดียว เค้าบอกว่าถูกก็ต้องถูกสิ ไม่ใช่เหรอ? ค้างเติ่งอีกแล้ว

วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Room

อภิมหาอวย!!
Room คือความสมบูรณ์แบบที่เกิดขึ้นจากส่วนผสมเล็กๆ น้อยๆ อันพิถีพิถัน และละเมียดละไม ฉากเล็กๆ ในหนังเรื่องนี้กลับมีพลังอันยิ่งใหญ่ทีพุ่งชนปุ่มอารมณ์ของคนดูอย่างเราได้อย่างจัง พูดก็พูดเถอะ อย่าเพิ่งตายถ้ายังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ เพราะใน 117 นาทีของหนังเรื่องนี้ ได้สอดแทรกความรู้ในระดับพฤติกรรมมนุษย์ สภาพแวดล้อมทางสังคม ผลกระทบทางจิตใจ และภาพใหญ่อย่างปรัชญการใช้ชีวิตที่ดีมากๆ
เราว่าความสำเร็จของหนังนอกจากจะมอบความบันเทิงให้กับคนดู และให้ความรู้ที่จบแค่ที่หนังนำเสนอแล้วนั้น การให้แง่มุมบางอย่างที่ทำให้คนดูได้นำไปคิดต่อ และต่อยอดได้คือคุณงามความดีที่คนดูอย่างเราควรสรรเสริญและกราบ และนี่คือสิ่งที่ Room ได้ฝากรอยรักไว้กับเรา


วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ข่มขืน = ประหารชีวิต เราจะเอากันอย่างนี้จริงหรือ?

ว่าด้วยเรื่องแคมเปญรณรงค์ ข่มขืน = ประหารชีวิต 
อยากให้ตามเก็บอ่านลิ้งที่แปะไว้ให้ด้วยนะ ของดีทั้งนั้น


วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

หลวงพระบาง 2015 (1)

สบายดี หลวงพระบาง
คำกล่าวทักทายภาษาลาว ที่ถูกหยิบยกมาเป็นชื่อหนังรักของหนุ่มไทย สาวลาว 
ที่ทำให้หลายคนอดไม่ได้ที่จะมาชื่นชมมนต์เสน่ห์แห่งเมืองมรดกโลกแห่งนี้ และเราเองก็เช่นเดียวกัน 
แต่คุณพระคุณเจ้ามาลาวแล้วตั้งสองครั้ง แต่เรากลับไม่เคยมาถึงหลวงพระบางเลย
ครั้งที่สามนี้เลยมุ่งหวังว่าจะมาหลวงพระบางให้ได้สักที

ขอขอบคุณสมุดบันทึกการเดินทางจากน้องมะตูม กระเป๋าเงินจากแม่ไผทำ 
และกระเป๋าสะพายจากน้องเบียร์ ของขวัญรับปริญญาเราเอง

แนวปฏิบัติของนักสังคมสงเคราะห์/นักจิตวิทยาตามป.วิอาญา ในการสืบพยานเด็ก

สวัสดีพี่น้องนักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาตามป.วิ อาญา ที่รักทุกท่าน ผู้เขียนตั้งใจเขียนแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมาเพราะรู้ดีว่าแม้พวกเราจะได้ร...