โรงเรียนแห่งนี้เด็กเกือบทั้งหมดนับถือศาสนาอิสลาม มีคุณครู 4 คน พุทธ 1 คนคือพ่อของเรา ส่วนอีก 3 คนเป็นมุสลิม "เราสามารถปฏิบัติตนเป็นพุทธศาสนานิกชนที่ดีได้ดังนี้" คือหนึ่งในบทเรียนจากหนังสือสังคม และตัวอย่างข้อสอบที่ครูเอามาให้ทำในหมวดศาสนา เราจะเห็นว่ามันเรียนกันถึงตัวหลักธรรม เกี่ยวกับการสืบทอดพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นบทเรียนที่เฉพาะกลุ่ม ละเลยความแตกต่างทางความเชื่อทางศาสนา และสะท้อนว่าเราไม่ได้เคารพศาสนาอื่นอย่างที่เราพูด แม้ไม่ได้บันทึกว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติลงในรัฐธรรมนูญแต่รัฐไทยต่างรับรู้และแสดงออกด้วยการบังคับมาในลักษณี้อย่างยาวนานตั้งแต่เรายังเป็นเด็ก ผ่านแบบเรียน และเรื่องเล่าต่างๆ ในสังคม
ตัวอย่างข้อสอบ
แม้แต่เด็กชาวพุทธ เรายังสงสัยและมีคำถามเหมือนกันว่าทำไมเราต้องเรียนอะไรถึงเบอร์นั้น เพราะ อิทธิบาท4 ไตรสิกขา ขันธ์ 5 อะไรพวกนั้นเราใช่แค่เพื่อท่องไปสอบ เหมือนท่องไปเอาใจคนออกข้อสอบและตอบสนองรัฐไทยว่ากูท่องมาได้โว้ยยย
เราว่ากระบวนการเรียนและแบบเรียนทางศาสนาควรออกแบบมาสำหรับให้คนทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ มันควร Universal ศาสนาเธอคืออะไร ศาสนาฉันคืออะไร มันควรเป็นในแนวกว้าง ไม่ใช่แนวลึก เราควรเรียนศาสนาเพื่อให้เข้าใจกัน เพื่อเป็นพื้นฐานของเด็กทุกคนที่จะได้เรียนรู้ในคสามแตกต่าง ใครจะเรียนอะไรลึกขนาดนั้นก็ค่อยตามไปเรียนต่อตามโรงเรียนเฉพาะที่สอนศาสนานั้นๆ อีกทีหนึ่ง ไปวิทยาลัยสงฆ์ เข้าปอเนาะ ไปโบสถ์วันอาทิตย์ก็ว่าไป
เราว่าความรู้ที่เกี่ยวกับประเด็นทางสังคมที่ให้ละเอียดอ่อนต่อความเชื่อของแต่ละศาสนาเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจนี่สำคัญมาก แต่ไม่เห็นรัฐไทยจะให้ความสำคัญเท่าไหร่ เราเพิ่งมารู้ตอนเรียนมหาลัยจากเพื่อนมุสลิมที่ได้ไปฝึกงานด้วยกันว่า ทำไมต้องปิดหน้าปิดตาขนาดนั้น เราเพิ่งรู้ว่าผู้หญิงมุสลิมนอนบ้านหลังเดียวกับชายอื่นไม่ได้ เราเพิ่งรู้ว่าเราควรเคาะห้องและถามนางก่อนว่าใส่ผ้าคลุมแล้วหรือยังเวลาจะเข้าไปเอาของหรือประชุมด้วยกัน การรู้แบบนั้นทำให้เราเข้าใจนางอย่างที่นางเป็น และเป็นที่มาของความระมัดระวังและให้เกียรติกัน คืออันนี้โรงเรียนไม่สอนเราเลย
มันทำให้เราเข้าใจว่าทำไมพี่น้องมุสลิมหรือศาสนาอื่นๆ จึงจำเป็นต้องมีโรงเรียนที่สอนศาสนาของตนเอง เพราะโรงเรียนของรัฐไทยบังคับให้ทุกคนต้องเรียนแบบพุทธ เราถูกคำกล่าวที่ว่า "ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ" ปิดตาเราไม่ให้ได้เห็นความเจ็บปวดของคนต่างศาสนากับเรา เราละเลยและเหมาเข่งให้ทุกคนต้องเป็นเหมือนกัน เราเคยได้ยินคำพูดเมื่อมีโอกาสแลกเปลี่ยนกับเพื่อนชาวพุทธ "ก็เขาเข้ามาเรียนโรงเรียนไทยเขาก็ต้องรู้สิว่าต้องเรียนแบบนี้ ต้องสวดมนต์ไว้พระ เราไม่ได้บังคับสวด สวดไม่ได้ก็ยินสงบนิ่งเฉยๆ เราก็มีทางเลือกให้แล้ว" แก มันไม่เหมือนกัน เพราะจริงๆ แล้วถ้าเราเคารพในความแตกต่างของทุกคนจริงๆ พิธีกรรมเฉพาะกลุ่มเหล่านั้นจะมีขึ้นมาทำไม ในเมื่อมันไม่ serve กับคนทุกคนในโรงเรียน หรือสังคมนั้นๆ ถามว่าไม่มีได้มั้ยหล่ะ ลองถามใจดู?
พอเถอะกับคำกล่าวที่ว่าศานาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ เพราะศาสนาเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคลที่จะเลือกเชื่อถือศรัทธาแบบไหน เราจะเอามาเป็นเรื่องเหมารวมให้กับคนทั้งชาติไม่ได้ เพราะชาติไทยของเรายังมีคนกลุ่มอื่นอยู่ด้วย และอีกอย่างมันขัดแย้งกันกับหลักปัจเจกบุคคลตามระบอบประชาธิปไตย เราเชื่อว่าอะไรที่เราคิดว่าไม่เป็นอะไรกำลังสร้างความเจ็บปวดเล็กๆ น้อยๆ ให้กับคนอื่นอยู่ เราไม่รู้เหมือนกันว่ามันสะสมเป็นบาดแผลใหญ่ให้กับใครหรือเปล่า เพราะเมื่อวันนั้นที่เขาลุกขึ้นมากระทำสิ่งบางอย่างที่พยายามส่งเสียงแห่งความจำปวดนั้น เราเองก็คงเสียใจ แต่มันน่าเสียใจยิ่งกว่าถ้าเรากลับกลายเป็นคนด่าเขาซ้ำอีกว่าไม่รู้จักบุญคุณประเทศที่อยู่ เพราะประเทศนี้มันเป็นที่ของทุกคนไม่ใช่เหรอ งั้นก็ละเอียดอ่อนเรื่องนี้เถอะ
ถ้าวัดมีสิทธิ์ถูกสร้างขึ้นในประเทศนี้ได้ทุกที่ มัสยิส โบสถ์คริสต์ โบสถ์พราหม์ ก็ต้องมีสิทธิ์ที่จะถูกสร้างขึ้นเพื่อเคารพทุกความเชื่อทางศาสนาด้วยเช่นกัน และนั้นคือความสวยงามของความหลากหลายในสังคมมนุษย์ และประชาธิปไตย ที่แท้จริง



