“ธรรมศาสตร์ไม่มีรับน้องใหม่ มีแต่รับเพื่อนใหม่ ”
พี่เชื่อว่าตั้งแต่ย่างกรายมา ณ ที่แห่งนี้วลีนี้คงติดหู น้องทุกคน แต่พอน้องมาใช้ชิวิตอยู่ที่นี่ซักพัก
หลายคนก็จะมีคำถามและข้อสงสัยว่า
“เอ๊ะ มันก็ยังมีพี่น้อง มันก็ยังมีระบบผู้อาวุโสอยู่นี่นา มันยังมีน้องปี 1 พี่ปีอื่นๆ อยู่ดีนี่”
“เอ๊ะ มันก็ยังมีพี่น้อง มันก็ยังมีระบบผู้อาวุโสอยู่นี่นา มันยังมีน้องปี 1 พี่ปีอื่นๆ อยู่ดีนี่”
หลังจากที่ได้ใช้เวลาคิดทบทวนเป็นอย่างหนักใช้ประสบการณ์ที่เคยเป็นทั้ง “น้อง” และ “พี่”
และมีความรู้สึกของการเป็น “เพื่อน”
และในฐานะที่พยายามจะทำให้สังคมในคณะเรามีความเป็น “พี่น้อง” ที่เป็น “เพื่อน” กันมากเท่าที่สามารถทำได้
สำหรับคำตอบของคำถามเหล่านี้ พี่ไม่ขอตอบแทนน้อง
และมีความรู้สึกของการเป็น “เพื่อน”
และในฐานะที่พยายามจะทำให้สังคมในคณะเรามีความเป็น “พี่น้อง” ที่เป็น “เพื่อน” กันมากเท่าที่สามารถทำได้
สำหรับคำตอบของคำถามเหล่านี้ พี่ไม่ขอตอบแทนน้อง
พี่คงไม่อาจหาญแปลความและตอบแทนคนทั้งธรรมศาสตร์ได้
แต่พี่จะตอบจากมุมมองของพี่ที่พี่ไม่อยากให้น้องเชื่อตาม
แต่อยากให้น้องตั้งคำถามและตอบคำถามนี้ด้วยตัวน้องเอง
และนี่ก็เป็น “ความเห็น”ที่อยากแบ่งปันและอาจขอตอบในตัวแทนของกิจกรรมคณะในยุคปัจจุบันเท่านั้น
สำหรับพี่แล้ว “เพื่อนใหม่” คือ หนึ่งคำที่เป็นสัญลักษณ์และสิ่งที่ธรรมศาสตร์
คงอยากให้เราปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพ เคารพกันในฐานะเพื่อนมนุษย์
ที่มีชีวิตจิตใจ มีความรู้สึก มีความคิดเห็นแตกต่างและเท่าเทียมกัน
ดังนั้น การทำกิจกรรมของคณะเรา พี่จึงย้ำเสมอว่า เราจะไม่บังคับให้น้องเข้าร่วม แต่จะใช้การเชิญชวน
เพราะสำหรับพี่แล้ว กิจกรรมคณะเราเกิดขึ้นเพื่อทำให้น้องปีหนึ่งที่เข้ามาใหม่ได้มีที่ทาง
มีกิจกรรมเข้าร่วม ได้ปรับตัว ได้รู้จักเพื่อนรู้จักพี่เพื่อทำให้มหาลัยแห่งนี้ไม่กว้างและเคว้งคว้างเกินไปนัก
ทุกคนมีสิทธิ์เลือกได้ว่าจะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมเพราะเหตุผล ข้อจำกัด ความชอบ การปรับตัว ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
วันไหนเหนื่อย วันไหนเบื่อน้องก็มีสิทธิ์พัก แต่ถ้าวันไหนไม่รู้ไปไหน
ขี้เกียจอยู่ห้องไม่มีอะไรทำ แค่ให้น้องรู้ว่ายังมีพี่ๆ อยู่ที่คณะก็พอแล้ว
ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลที่เราจะบังคับขืนใจใครให้มาเข้าร่วมกิจกรรมเข้าคณะ
โดยการไปลดความสุขในการใช้ชีวิตส่วนตัวของเขา
มากไปกว่านั้น ณ สถานที่แห่งนี้เราทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นของตัวเองได้
ความคิดของพี่ไม่ใช่สิ่งที่ถูก สิ่งที่ใช่ สิ่งที่ต้องทำตามเสมอไป
หลายๆ ครั้งที่พี่เองก็ต้องผ่อนคลายอัตตา ความยึดติดในประเพณี และความเคยชินต่างๆ ลง
แต่ทำหน้าที่รับฟัง สะท้อน ให้ข้อคิดเห็นแทน
น้องรับฟังพี่ไม่ใช่ในฐานะที่พี่เป็นพี่แต่รับฟังตัวเนื้อหาประสบการณ์ที่พี่เคยทำ
แล้วน้องก็นำไปปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม มันก็ไม่ได้หมายความว่า
ประสบการณ์ของพี่ในเมื่อวานจะสามารถนำมาใช้ได้ในวันนี้
และนี่คือสิ่งที่พี่อยากให้คนสังคมสงเคราะห์เคารพกัน
ในฐานะ "เพื่อนมนุษย์" และนี่คือ “ความเป็นเพื่อน” ในความหมายของพี่
สำหรับคำนำหน้าว่า “พี่” หรือ “น้อง” นั้นใครอยากเรียกใคร ใครไม่อยากเรียกใคร พี่ไม่ซีเรียส
เพราะถือเป็นเรื่องของคนๆ นั้น แต่สำหรับพี่แล้วยอมรับว่าเรียกด้วยความเคยชินตามวัฒนธรรมไทย
พี่เรียกใครว่าพี่ด้วยการให้เกียรติและเคารพในความเป็นพี่
และเรียกใครว่าน้องด้วยความเอ็นดูและเพื่อเตือนตัวเองในการแสดงออกต่อน้อง
ไม่ให้ความเป็นพี่มาลดทอนการเคารพกันในฐานะ “เพื่อนมนุษย์”
พี่เชื่อว่าน้องทุกคนคงมีเหตุผลในการกระทำของตนเอง
และพี่คงไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะบอกใครได้ว่าทำไมต้องมาเรียกพี่เรียกน้องกันอยู่
เพราะการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยที่เป็นมหาโคตรเหง้าศักราชแห่งความหลากหลายทางความคิดเช่นนี้
คำแนะนำที่ดีที่สุดจากพี่คือ อย่าเชื่อใคร อย่ายึดติด แต่จงนิยามสิ่งต่างๆ ในมหาลัยนี้ด้วยตัวน้องเอง
