วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557

I'm fine สบายดี (วันที่ 2 ไปวังเวียงกันเถอะ)

ความเดิมตอนที่แล้ว>>
I'm fine สบายดี (วันที่ 1 เวียงจันทน์)

 ด้วยอาราม เหนื่อยจัด กลับดึก เลยทำให้วันนี้ตื่นสาย ตื่นมากินอาหารเช้า แล้วก็ขึ้นมาเก็บข้าวของเตรียมตัวไปวังเวียง ซึ่งประมาณ 9 โมงมีโทรศัพท์โทรมาที่ห้อง บอกว่า คนขับตุ๊กๆ ที่นัดไว้มารับแล้วนะ เราก็บอกไปว่า ไม่ไปแล้ว เท!! (หลอกกูนัก สมใจอิช่้อย 5555) เก็บข้าวของเสร็จก็แบกเป้คู่ใจ แล้วก็เดินไปตั้งต้นที่สถานีขนส่งตลาดเช้าขัวดิน 

ที่ตลาดก็จะมีรถเมล์นู่น นี่ นั่นหลายสาย เราก็ถามว่า "ป้าครับ จะไปวังเวียงขึ้นคันไหนครับ" เค้าก็จะบอกว่า นี่เลยๆ ต้องขึ้นไปท่ารถสายเหนือก่อนแล้วไปต่อรถเอาที่นู่น ซึ่งรถเมล์ที่จะไปสายเหนือคือสาย 142 นั่นเอง โดยอะลิตเติ้ลก็ได้ใช้ทักษะการแขและการสร้างสัมพันธภาพทำความรู้จักกับแม่ค้า ที่อยู่แถวนั้น มีนามว่า แม่รัน และพี่รอน (ลืมถ่ายรูป) ก็นั่งเม้าท์ให้นางฟังเรื่องที่โดนตุ๊กๆ หลอก นางก็บอกและย้ำว่า อย่าเชื่อตุ๊กๆ มาก ให้ถามชาวบ้านร้านตลาดดีกว่าเวลาจะไปไหน เพราะสำหรับอีตุ๊กๆ แล้ววิธีเดียวที่นางจะบอกว่าไปที่ไหนยังไงก็คือ "ไปโดยการขึ้นตุ๊กๆ" แล้วแม่รันนางยังพูดติดตลกอีกนะว่า "เค้าบอกว่าเวลาไปไทย แท็กซี่ชอบหลอก คนไทยมาลาวถูกตุ๊กๆหลอก ก็หายกัน"  55555 ก่อนที่นางจะบอกว่า "แม่ขอไปขายของก่อนนะ ลืม!! รถเข้าแล้วทางนู้น" แล้วอีอะลิตเติ้ลก็ขึ้นรถ เอ้อออ ลืมบอกว่า รถสาย 142 จากสถานีขนส่งขัวดินไป สถานีขนส่งสายเหนือ เพื่อต่อรถตู้ไปวังเวียง รถจะออกทุกๆ 30 นาที ราคา 50,000 กีบ หรือ 20 บาท จะมีกระเป๋ารถเมล์เดินมาเก็บเหมือนที่ไทยเลย และสำหรับใครจะเดินทางจากเวียงจันทน์ไปสะพานมิตรภาพก็สามารถขึ้น สาย 14 ได้จากที่นี่เช่นเดียวกัน 


 บริเวณเสาตรงกลางคือสถานที่วางแผงของแม่รันกับพี่รอน  ใครผ่านไปมา แวะหานางด้วยนะ นางบอกว่าชอบเวลามีเด็กๆ มาคุยด้วย นางสนุก 555


หน้าตารถสาย 142 และคนขับที่ใจดีมากๆ

ในระหว่างที่นั่งรอบนรถจะมีแม่ค้าต่างๆ มาขาย ขนม ยาดม ยาอม ยาหม่อง กำไล เครื่องเพชร อู้ยยยย สารพัดจะสรรหามาขาย แต่ แม่ค่้าที่น่ากลัวที่สุดคือ "อีแม่ค้าเด็ก" เพราะนางจะออดอ้อน ยัดเยียด ในลักษณะวางของยัดลงบนมือเรา แล้วนางเดินไปเลย กลับมาอีกทีก็เพื่อเก็บตังค์ วิธีจัดการกับปัญหาง่ายมากคือ ออกสาวใส่ แล้วทำหน้ายิ้มๆ พูดว่า '"ยังไงค่ะลู๊กกกกก ยังง๊ายยยย" นางจะเบ้หน้าใส่แล้วเดินจากเราไปอย่างสงบ แต่ก็มีอะไรน่ารักๆ เกิดขึ้น คืออะลิตเติ้ลกำลังถ่ายรูปแม่ค้าเครื่องเพชรในขณะนางเผลอ  แชะ!! นางหันมาพร้อมหน้าแดง แล้วพูดว่า "ถ่ายข่อยบ่ ข่อยเขิน" น่ารักมากกกก

พี่คนนี้แหละ น่ารักมากกกก

เมื่อนั่งรถไปซักพักน่าจะประมาณ 30 นาทีได้ ก็จะถึงสถานีขนส่งสายเหนือหน้าตาขนส่งเป็นแบบนี้ คือดูดีกว่าขัวดินมาก น่าจะทำใหม่และเพิ่งย้ายมา


เมื่อมาถึง อีนี่ก็ปวดฉี่มาก รีบหาห้องน้ำ ไปถึงถามนางว่ากี่บาทนางบอก 20 บาท กูนี่ คือเงิบ ทีนี้ก็เลยลองถามนางดูว่ากี่กีบ นางบอก 2,000 กีบ ทีนี้ค่ะเงิบหนัก เธอๆๆๆๆๆ ตัดศูนย์ออกสามตัวแล้วคูนด้วยสี่นี่คือเงินไทย 8 บาทนะ ยังง๊ายยยยยยย 
ดังนั้น พึงถามราคาทั้งบาททั้งกีบ และพึงพกเครื่องคิดเลขติดตัวเสมอ ถ้าไม่มั่นหน้าในทักษะคิดเลขเร็ว

ทีนี้ก็หารถไปวังเวียงเป็นรถตู้หาไปยากเลย ราคาอยู่ที่ 200 บาท หรือ 50,000 กีบ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง รถเต็มออก ไม่มีเวลาที่แน่นอนใดๆ
ตอนที่อีอะลิตเติ้ลมารถคันก่อนออกพอดี เลยรอกว่าจะออกใหม่นี่เกือบชั่วโมงครึ่ง แต่ก็ไม่ได้ร้อนใจเพราะไม่ได้รีบ และมีเพื่อนคุยระหว่างร

เหง้าหน้ารถตู้ คือเป็นแบบนี้

ที่นั่งด้านใน ก็โอเคนะ อีอะลิตนั่งแถวหน้าก็ดี มีที่วางเท้า

ในระหว่งรอรถก็ได้รู้จักกับร็อบ เด็กหนุ่มวัย 20 ชาวแคลิฟอร์เนีย นางมาเรียนภาษาไทยที่ ม.ช. ด้วยความหวังทั้งเรียน ทั้งเล่น ทั้งเที่ยว นางชอบไปไหนมาไหนคนเดียวเป็นชีวิตจิตใจ นางบอกว่า การเดินทางคนเดียวทำให้นางได้รู้จักตัวเองมากขึ้น รู้จักคนอื่นและโลกนี้มากขึ้นด้วย นี่เป็นครั้งที่สองของนางที่วังเวียง นางบอกว่าวังเวียงเหมาะสำหรัวการใช้ชีวิตช้าๆ ปล่อยให้เวลาไหลไป นางพาขึ้น จน กูตื่นเต้นมากอิห่า 55555 

พอตอนรถจะออก มีอิป้าฝรั้งคนนึงรุงรังมากด้านนอก เห็นแล้วคือ แบบ มนุษย์ป้า นางอยากนั่งข้างหน้า ทีนี้พระเอกร็อบสุดหล่อก็ขี้เกียจรำคาญเสียสละไปนั่งหลัง กูก็ซวยค่ะ ต้องนั่งกับป้าแทน แต่ๆๆๆๆ ตลอดระยะเวลาการเดินทาง อีกอล์ฟ กับป้า คือคุยกัน สนิทกันซะงั้น 5555 นางนะ อายุ 47 เป็นคนเยอรมัน (ชื่อเรียกยาก เลยไม่จำ 555 เรียกว่ามาเรียละกันนะ) ตอนนี้นางลงหลักปักฐานอยู่อินเดีย นางไม่ทำงานแล้ว เพราะนางอยากเที่ยว เป้าหมายของชีวิตนางคือ เดินทางไปที่ต่างๆ เห็นนู่นนี่นั่น นั่นคือสิ่งที่นางรัก นางบอกว่านางทำงานเหมือนผีบ้า พอวันหนึ่งเก็บตังค์ได้อยู่ตัว ก็หยุดงาน ลาออก และออกเดินทาง เที่ยว!!! ไม่มีลูกผัว อยู่ตัวคนเดียว เที่ยวเอง นางไปมาหลายประเทศมากแล้ว ตอนนี้อยู่อินเดียเพราะอินเดียค่าครองชีพถูกมาก นางเลยอยู่นั่น ได้แลกเปลี่ยนอะไรหลายอย่าง นางตกใจที่เห็นเด็กไทย ออกมาเที่ยวคนเดียวแบบนี้ นางไม่ได้เห็นบ่อย นางตกใจที่เราเรียน Social work และนางก็บอกว่าจากการที่ได้คุยกัน เราก็เหมาะมากเช่นกันที่ได้เรียน นางมีคำถามบ่อยมาก แต่นางน่ารักมากกกก รักนาง มีความรู้สึกเหมือนมาเจอญาติผู้ใหญ่ที่คุยกันแบบเพื่อน 

รถจะคอยหยุดพักรถให้เป็นระยะๆ แต่คืออีอะลิตเติ้ลปวดเยี่ยวมาก ปวดแบบไม่ไหว คือปวดดด จนต้องกระซิบคนขับรถบอกว่า เดี๋ยวช่วยแวะเข้าห้องน้ำได้ไม๊ครับ และคือแบบว่าดีมาก อีกไม่ถึงห้านาทีนางจอดเลยค่ะ จอดข้างทางให้เยี่ยวววว บายใจมาก จนป้ามาเรียถึงกับต้องชมคนขับว่าไม่เหมือนที่ไหนๆ อยากได้ไรแค่รีเควส 5555 ซึ่งขณะเดินทางคุณๆ จะได้รับฟังเพลงไทยลูกทุ่งอีสาน ไปตลอดเส้นทาง ร้องตามไปด้วยเพื่อความสนุกก็เพลินดี

เรานั่งหลังนางเลยกระซิบสะดวก 5555

นี่คือสถานที่พักรถ ฉี่เอย ล้างหน้าเอย ร้านขนมต่างๆ เอย มีหมด

 ทางไปวังเวียงนี่คือ ทางขึ้นเขาอ่ะ คดเคี้ยว เลี้ยวลด บางช่วงคือวิวสวยมาก บ้านนอกสมใจ ถนนที่นี่ก็เหมือนบ้านเราแหละ แต่มันมีบางสิ่งที่ดูบ้านๆ กว่า อาจจะเป็นดินแดงๆ มั้ง ตลอดการเดินทางฝนตกปรอยๆ ตลอด วัวควายเต็มสองข้างทาง มองเพลิน สบายตา


ซักพักก็จะแวะพักรถอีก ทีนี้ค่ะ แม่ค้าต่างๆ นางจะพยายามสอดของขาย เข้ามาทุกรู ทุกช่องที่มี น่ารัก และตลกดีเหมือนกัน 

เมื่อมาถึงวังเวียงลงจากรถตู้ ก็กอดอำลากับป้ามาเรีย และร็อบ และมุ่งหาที่พัก ด้วยการถามแม่ค้าร้านขนมว่า "แถวนี้มีที่พักของ Backpacker ไม๊ครับ" นางก็ชี้เลย นั่นไง ปังมากค่ะ เพราะ Hostel อยู่ข้างหน้าแค่ไม่ถึง 10 ก้าว และมีชื่อว่า Central Backpacker อะลิตเติ้ลก็เข้าไปจองห้อง Mix dorm ราคาคืนละ 120 บาท ที่นี่จะมี Wifi (ในห้องสัญญาณไม่ค่อยดี ต้องออกมาเล่นข้างนอก) และ Locker ให้ (ต้องซิ้อกุญแจมาล็อคเอง) ซึ่งในห้องจะมี 6 เตียง อะลิตเติ้ลได้นอนเตียงบนค่าา ซึ่งเหลืออยู่เตียงเดียว


mix dorm ชายหญิงนอนรวม มีห้องน้ำ 2 ห้อง ถ้าถามว่าน่ากลัวไม๊สำหรับเราแล้ว คือไม่น่ากลัว เพราะส่วนใหญ่คนที่มา คือ backpacker ด้วยกันที่เป็นวัยรุ่นมาเที่ยว มาหาเพื่อน คนใน hostel เลยมีความเป็นกันเอง และจุดกันติดง่ายมาก ข้อเสียคือ มันนอนรวมและแต่ละคนจะกลับเข้า hostel มาในเวลาที่แตกต่างกัน การเปิดปิดไฟ การเดินเข้าออกห้อง ในขณะที่เรานอนหลับคือเรื่องธรรมดา ถ้าไม่ซีเรียสคือสบายมาก สนุกมากด้วย ยิ่งกูอยู่เตียงบนนะ ใครทำอะไร ใครแก้ผ้ายังไง คือ เห็นหมด วิวดี ทำเลเริศ 555555
และที่ Hostel นี้เองที่ทำให้อะลิตเติ้ลเจอเพื่อนคนแรกของวังเวียง การเริ่มต้นพูดคุยหาเพื่อนก็ง่ายๆ คือ ทักทายทั่วไป คุณมาจากไหน มาคนเดียวเหรอ หรือมากับใคร แล้วมันจะต่อไปจนได้คุยกันอื่นๆ เอง เพื่อนคนนี้ชื่อว่า คอย (Coi) เป็นหนุ่มชาวจีนวัย 20 เรียนปี 2 สถาปัตย์ นี่เป็นครั้งแรกของนางเหมือนกันที่ออกมาเที่ยวต่างประเทศคนเดียว นางค่อนข้างตื่นเต้นมากกก นางมีวังเวียงเป็นวันที่ 2 นางก็เลยแนะนำนู่นนี่นั่น คุยกันจนสนิท และไปกินข้าวด้วยกัน

คอยยยยยยยยยยย เพื่อนชาวจีน ผู้บอกว่าเบื่อนักท่องเที่ยวจีน

กินข้าวกับคอยเสร็จก็ขอตัวไปดูวังเวียงตอนเย็นๆ สิ่งแรกที่อยากไปเลยคือริมโขง ก็ถามเค้าว่า ริมโขงไปทางไหนครับ หน้าหงายค่ะ 555 เพราะที่นี่ไม่มีริมโขง มีแต่ริมซอง หรือ ริมแม่น้ำซองนั่นเอง 5555 (ก็ไม่รู้หนิ) ในทางไปริมซองจะเห็นร้านค้ามากมาย รวมทั้งบริษัทที่ขายทัวร์ Day Trip คายักและเที่ยวถ้้ำ อะลิตเติ้ลก็เข้าไปถามรายละเอียดต่างๆ ได้ความว่า ทัวร์เริ่ม 9 โมง กลับประมาณบ่าย 3 มีอาหารกลางวันให้ราคา 340 บาท อีนี่ก็จองเลยค่าไม่พูดมาก จองเสร็จก็ตั้งหน้าเดินลงไปที่แม่น้ำ เป็นท่าน้ำของโรงแรมหนึ่งก็เดินเข้าไปดื้อๆ ยืนชมบรรยากาศซักพักก็เห็นเด็กสามคนเล่นกันอยู่ ก็เข้าไปทำความรู้จัก แรกๆ เด็กไม่คุยด้วย แต่คุยไปคุยมา ชวนกันเล่น จนสนิทกันซะงั้น เย้ๆๆๆ ได้เพื่อนมาเพิ่มอีกแล้วว

เพิ่มคำอธิบายภาพ
บรรยากาศใกล้ค่ำริมซอง

น้องคอน น้องดี และ น้องโอย เพื่อนใหม่ผู้น่ารัก

น้องคอนชอบเป็นตากล้องมาก เลยจัดให้ถ่ายรูปกันสนุก

พอเห็นว่าเริ่มมืดก็ชวนเด็กๆ กลับ ด้วยเกมส์วิ่งแข่งขึ้นควน เราก็เลยบอกว่าจะไปส่งน้องๆ ที่บ้าน ก็ตามนางไปบ้าน เจอกับแม่น้องคอนก็คุยกัน บอกว่าพาน้องมาส่ง เพิ่งเล่นกันเสร็จ นางก็ชวนคุยถามว่ามาจากไหน ยังไง กลับวันไหน นางก็ชวนกินข้าว แต่เห็นว่าค่ำแล้วก็เลยขอตัวกลับ และบอกแม่ว่าจะมาเล่นกับน้องใหม่ และจะขอมากันข้าวด้วยวันหลัง

พอเดินกลับก็เห็นเด็กเล่นแบตมินตันกันอยู่ เราก็เลยขอเล่นกับน้องด้วย และก็ได้เล่นค่าาาา น้องพูดไทยชัดมาก ตีลูกแรกลูกก็ขึ้นหลังคาเลย นางก็เลยชวนอะลิตเติ้ลไปเอาลูกแบตที่สโม (สโมสรกีฬาของวังเวียง) วิธีการไปเอาคือ การหยิบโดยไม่บอก 5555

น้องนพ และน้องปีเตอร์ (ถ้าจำไม่ผิด) สองหนุ่มผู้ใจดีที่ให้อะลิตเติ้ลเล่นแบตด้วย


บรรยากาศภายในสโม จะมีคนเล่นแบตกันเต้มมม ตีกันปั้ง ปั้ง ปั้ง เห้นลูกตกพื้นก็หยิบมา 55555
พอเริ่มเหนื่อยก็ขอลาน้องๆ กลับที่พัก เลิกเล่นประมาณ สามทุ่มได้ กลับมาก็คุยกับคอย และอาบน้ำ 
นอนทบทวนทั้งวันที่ผ่านมาได้เจอใครหลายคนมาก และสนุกมากๆ หลายเรื่องราว จากหลายผู้คนต่างสร้างแรงบันดาลใจ ยิ่งได้รู้จักพูดคุยกับคนที่มีความต่างกัน ก็ยิ่งได้เจอความเหมือนอะไรบางอย่าง ทบทวนหลายสิ่ง พยักหน้า และ เตรียมลุยกับพรุ่งนี้ "Day Trip" จะได้เจอกับอะไรอีกบ้างน้าาาาาา

แนวปฏิบัติของนักสังคมสงเคราะห์/นักจิตวิทยาตามป.วิอาญา ในการสืบพยานเด็ก

สวัสดีพี่น้องนักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาตามป.วิ อาญา ที่รักทุกท่าน ผู้เขียนตั้งใจเขียนแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมาเพราะรู้ดีว่าแม้พวกเราจะได้ร...