วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2557

I'm fine สบายดี (วันที่ 1 เวียงจันทน์)

อาวววว หล่ะค่ะ หลายคนเรียกร้องให้มา Review (ทบทวน วิจารย์) Revise (ตรวจสอบ ตรวจทาน) 
ทริปลาวให้ได้ชมกัน ก็ตามคำขอแหละค่ะ จะได้เป็นประโยชน์กับต่างๆ 
ในการพัฒนาสร้างหนทางในการท่องเที่ยงแบบฉบับของตัวเอง
โดยทริปลาวครั้งนี้ อะลิตเติ้ลเลือกที่จะไปคนเดียว เพราะหลังจากได้ท่องเที่ยวมาในหลายๆ ครั้ง 
โดยเฉพาะครั้งที่ไปอเมริกา ทำให้เราหลงเสน่ห์อย่างหนึ่งของการท่องเที่ยวในต่างแดน 
นั่นคือ การได้ตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ การสัมผัสความงดงามของมิตรภาพ 
และการได้เลือกทางเดินตามความชอบของตัวเอง 
เลยติดใจและอยากสร้างความหมายใหม่ให้กับการท่องเที่ยง
อีกอย่าง ถ้าเรามากับใครเราจะขังตัวเองอยู่กับคนและสภาพแวดล้อมแค่นั้น จนเราไม่ได้ทำความรู้จักอะไรใหม่ๆ และเข้าถึงการท่องเที่ยวมากพอเท่าที่เราอยากให้เป็น
เลยคิดว่าควรเริ่มต้นจากประเทศที่มีมนต์เสน่ห์และน่ารักตามที่เราชอบนั่นก็คือ "ลาว"


สิ่งที่ควรรู้
: เราสามารถสื่อสารในลาวได้ด้วยภาษาไทยเลย
: เราสามารถใช้เงินไทยในลาวได้ ในเวียงจันทน์ยังรับเหรียญบ้างแต่วังเวียงรับแต่ใบ
:เวลาซื้อของให้ถามราคาทั้งเงินบาท เงินกีบ เพราะหลายครั้งแม่ค้าจะบอกราคาเงินบาทมาถูกกว่ากีบ
:แลกเงินที่ลาวที่ไหนก็ได้ เช่น เราจ่ายเงินบาท ให้นางทอนกันมาเป็นกีบก็ได้สะดวกมาก เทคนิคการคำนวณง่ายๆ เช่น 5000 กีบ ตัดศูนย์ออกสามตัว แล้วคูณ 4 จะเท่ากับ 20 บาท
:คนลาวดูทีวีไทย ช่อง 3 ช่อง 7 นี่เปิดทุกบ้าน


สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ อะลิตเติ้ลวางแผนไว้ว่าจะเริ่มเดินทางในวันที่ 4 และกลับในวันที่ 10 สิงหาคม 2557 โดยขาไปจะไปรถทัวร์ และขากลับจะกลับโดยเครื่องบิน
เอาหล่ะค่ะ ที่นี้ก็มาเริ่มกันเล้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

ในวันที่ 4 สิงหาคม เวลา 19.30 น. อะลิตเติ้ลก็ถึงสถานีขนส่งหมอชิต 
โดยให้รถแท็กวี่ขึ้นไปส่งบนชั้นสามเลยค่ะ ลงจากรถเข้าไปประตู ก็จะมีคนคอยถามว่าไปไหน 
เราก็ตอบว่า "ไปเวียงจันทน์ครับ" ลุงก็บอกว่า "เวียงจันทน์รถเต็มแล้วหนุ่ม" ตึ่ง!!!!!!!!! เงิบค่ะ เงิบ!!! 
คือรถจากกรุงเทพฯ ถึง นครหลวงเวียงจันทน์นี่นางมีวันละรอบเดียวคือรอบสองทุ่ม 
และอีนี่คือตั้งใจมากอยากนั่งรถนานาชาติระหว่างประเทศแต่ ปิ๋ว เพราะ มาช้าไป 
ดังนั้น!! ถ้าใครอยากนั่งรถสายตรงแนะนำมาก่อนเวลาซักชั่วโมงนะจ๊ะ จะได้ตามใจอยาก 
ทีนี้ค่ะ ก็ต้องเปลี่ยนแผน มานั่งรถทัวร์ไปหนองคาย และค่อยๆ ต่อนู่นนิดนี่หน่อย จนไปถึงเวียงจันทน์เอาเอง 


หน้าตาของที่ขายตั๋วของบขส. แบบนี้ค่ะ บู๊ทส้มๆ


สรุปแล้วก็ซื้อตั๋วไปหนองคายรถ VIP รอบ สองทุ่มครึ่ง ราคา 762 บาท 
(ราคาหมอชิต - เวียงจันทน์ 900 บาท)


รถเบาะกว้างขวางมาก มีเบาะนวดนูบนาบวูบวาบ มีวีดีโอแนะนำการใช้อุปกรณ์ในรถ เมื่อเกิดอุบัติเหตุต่างๆ ประทับใจมาก อารมณ์เหมือนนั่งเครื่องบิน bus attendant จะแจกกล่องยังชีพที่มีขนม น้ำผลไม้ น้ำเปล่า กาแฟ ทิชชู่ไว้ให้ และแวะพักรับประทานอาหาร ประมาณเที่ยงคืนซึ่งอาหารนั่นคือข้าวต้ม โดยเราสามารถเลือกกับแกล้มได้คนละสองอย่าง และถึงหนองคายเวลา 5.55 น.




เมื่อลงรถปุ๊บจะมีเหล่าฝูงคนขับตุ๊กๆ มาดมดอมชี้นิ้วชักชวนและถามว่าไปไหน ถ้าง่วงๆ หงุดหงิด ไม่อยากตอบก็ยิ้มและเดินก้มหน้าหาที่นั่งคะ หลังจากนั้นอะลิตเติ้ลก็เดินไปถามประชาสัมพันธ์ขนส่งว่า ไปเวียงจันทน์นี่ไปได้ไปไง คุณลุงก็ทำหน้าตาง่วงๆ ชี้ไปบอกว่าขึ้นรถคนนั้น รถออก 7 โมงครึ่ง


นี่ค่ะ เหง้าหน้ารถ


ทีนี่ก็มีลุงตุ๊กๆ มาตอแย ว่าไปไม๊ 100 นึงไปส่งที่ด่าน อีนี่ก็ยึกยักทำสวย รอได้ อยากรอรถ ผ่านไปสักพัก อิดอก เริ่มนาน อยากเห็นลาวแล้ว ตอนแรกเห็นคนไทยกลุ่มนึงกะว่าจะไปสร้างสัมพันธภาพชวนไปด้วยกัน แต่ไหนได้เข้าห้องน้ำไป กลับมาพวกนางขึ้นรถกันไปแล้ว ทีนี้ค่ะ กูก็ต้องจำใจไปกับลุงตุ๊กๆ นี่ แต่ดีที่มีบุญอยู่บ้าง มีคนไปด้วยอีกคน จึงได้หารกันคนละ 50 บาท

ดังนั้น ถ้ามารถทัวร์ตอนลงรถสังเกตเลยว่าใครบ้างที่มีแววจะไปลาว ก็ชักชวนกันหารค่ารถแล้วไปด้วยกันเลย ไม่ต้องทำสวย!!! ไม่งั้นมึงจ่ายเอง 100 นึงเต็มๆ แล้วจะสวยไม่ออก



เมื่อไปถึงด่านเราก็ต้องเดินเข้าไปหาตม. เพื่อขอใบขาออกประเทศมาเขียน ซึ่งจะมีใบขาเข้ามาให้ด้วย (เป็นของทางการไทยไว้ใช้ตอนเข้าประเทศหลังกลับจากลาว) เมื่อเขียนเสร็จก็แนบกับ Passport แล้วไปยืนต่อแถวทำสวยได้เลย ยื่นให้ตม. เคาะ โป๊กๆๆ ประทับตรา แล้วก็ออกไปตะลุยลาวได้ 

หลังจากผ่านด่านตม. ก็จะมีรถบัสข้ามสะพานมิตรภาพจากด่านไทย ไปด่านลาวราคา 20 บาท 
เมื่อลงรถปุ๊บก็เดินไปที่ ตม.ลาว ขอใบขาเข้าประเทศ ซึ่งจะมีใบขาออกด้วยเช่นเดียวกัน (ของทางการลาวไว้ใช้ตอนออกจากลาว) เมื่อเขียนเสร็จ ก็เดินไปที่บู๊ทที่ขายบัตรผ่านแดนคล้ายๆ บัตร BTS เป็นค่าเหยียบแผ่นดินลาว ราคา 47 บาท แต่นางเก็บไป 50 (เพราะไม่มีเหรียญทอน) หลังจากได้บัตรอันนี้ก็เดินไปที่ตม.ลาว ปั๊บเสร็จ ก็เดินต่อไปที่ประตูคล้ายประตู BTS เข้าช่องตามสีบัตร อะลิตเติ้ลได้สีเทาแบบ One pass สอดเสร็จประตูเปิดและนางก็กลืนบัตรไปเลยไม่คืน
โปรดระวัง!! ตรงนี้จะมีอีลุงพนักงานโชว์เหนืออยู่ ถ้าใครเผลอถามนาง นางจะบอกว่าให้ดูสีบัตรสิ เห้อไม่ดูกันเลย ถ้าไม่อยากโดนนางจิกแนะนำดูสีบัตร และเข้าให้ถูกช่อง
เมื่อเข้าลาวได้สมใจก็จงหารถเมล์เข้าเวียงจันทน์ค่ะ นางก็จอดอยู่แถวนั้นแหละ ถามเอา ค่ารถ 40 บาท จอดถึงสถานีขนส่งตลาดเช้าขัวดินกลางนครหลวงเวียงจันทน์เล้ยยยยยย



เมื่อลงรถเมย์แล้วเหล่าแมลงตุ๊กๆ ก็จะมาจีบ อีอะลิตเติ้ลก็ก้มหน้าเดินไปหาไรกินไม่อยากคุยกับนางนางดูอยากได้ชั้นเกินไป ฟาดเฝอไปชามโตก็อิ่ม ทีนี้ก็ต้องเพิ่งตุ๊กๆ แหละเพราะไม่รู้ไปไง 5555 บอกนางจะหาโรงแรมที่ถูกที่สุด นางบอกแถวนี้ถูกสุด 650 บาท กูก็แบบคือตั้งใจไว้ไม่เกิน 200 ขอแบบ Hostel นางก็งง ไม่รู้จัก เราก็บอกงั้นไปส่งแถวประตูชัยได้ไม๊นางก็บอกว่า แถวนั้นหนะไม่มีหรอก มีแต่แพงๆ ทั้งนั้น นางไซโคเอามากๆ กูก็เขวค่ะ 555 ก็เลยเออออ ไปโรงแรมที่นางแนะนำก็ได้ ชื่อว่า บุษราคัม ในระหว่างนั่งรถก็ชวนนางคุยว่าที่นี่มีที่เที่ยวไหนบ้างนางก็บอกไป พร้อมเสนอว่าสนใจเหมาเที่ยวกับนางไม๊นางบอกคิดถูกๆ 800 ร้อย กูก็แบบ โอเค้......ไม่เป็นไรค่าาา เด๋วกูหาวิธีเที่ยวเอง

เมื่อถึงโรงแรมนางก็พาไปเช็คอิน และอิดอก เอาแล้วราคาห้อง 750 ไม่ได้ 650 อย่างที่มันพูด ทำไงได้ มาถึงแล้ว หงุดหงิดแล้ว เอาก็เอา ค่อยตั้งหลักใหม่ อิดอก และนางก็ทวงค่ารถ 100 บาท ซึ่งระยะทาง คือ รถมอไซต์ 10 บาทบ้านเรา ก็จ่ายค่ะ ทีนี้นางถามว่าพรุ่งนี้ให้นางมารับไปคิวรถตู้วังเวียงไม๊กูก็ตกลงคะ แต่ในใจคือ อยากแก้เผ็ดนาง ให้นางมารับเก้อแต่กูไม่ไป 555555


หลังจากเข้าห้องก็อาบน้ำพักผ่อน แล้วออกไปตะลุยลาวค่ะ สิ่งที่ทำอย่างแรกคือ "ถาม" คนท้องถิ่น ชาวบ้านทั่วไป ก็ถามว่าประตูชัยเดินไกลไม๊ครับ นางก็บอกไม่ไกลเดินตรงไปเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา อีนี่ก็เดินไปค่า ระยะทางประมาณ 1 กิโล ก็ถึงประตูชัย แต่ในความรู้สึกคือไม่ไกล เพราะเราเดินดูนู่นนี่นั่น ทักเด็กไปบ้างข้างทาง และก็มาถึงนางค่ะ "ประตูชัย"



แม้ในวันฟ้าครึ้มนางก็ยังอยู่ดี

และเมื่อมาถึงเราก็ต้องขึ้นไปข้างบนกันซักตั้ง โดยตั๊วหรือปี้ในภาษาลาวจะมีขายข้างล่างบันได ชั้นลุ่มสุด (ล่างสุด) ราคา 3,000 กีบ เมื่อขึ้นไปถึงเราก็จะเห็นวิวทิวทัศน์ต่างๆ สวยงามดี ลมแรงตีหน้า ถึ้งงง ถึง



นี่คือภาพบรรยากาศเมื่่อมองลงมาจากประตูชัย

และ Highlight อยู่ที่ร้านขายของชั้น 3 ค่าาาาาาาา มีชายหนุ่มนั่งขายของอยู่ อีนี่ก็แพ้ใจเหมาโปสการ์ด 20 ใบที่นี่ เพื่อที่จะส่งให้ต่างๆ ที่เล่นเกมส์ นางหล่อมากกกก พูดเพราะมาก เวลาคนลาวพูดไทยนี่มันน่ารักมากนะ ยอม!!!!!!


หลังจากที่ทัศนารอบประตูชัยเสร็จ สถานีต่อไปก็จะไปที่วัดธาตุหลวง สัญลักษณ์ และศูนย์รวมจิตใจของคนลาว ไปไงคะ ก็เดินไปอีกค่ะ จากการสอบถามได้ความมาว่า เดินขึ้นไปทางเหนือ ประมาณ กิโลครึ่ง เห็นน้ำพุรูปบนแมะ เดินตามถนนทางขวามือตรงไป แล้วก็จะเดินชนวัดธาตุหลวงเลย ระหว่างเดินก็จะเจอกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง เจอนู่นนี่นั่นให้ดู ซึ่งตอนนั้นฝนตกปรอยๆ แต่ไม่กลัวค่ะ มีร่ม และรองเท้าผ้าใบ ถึงไหนถึงกัน  เดินไปเรื่อยๆ ก็มาถึง วัดธาตุหลวง


เดินมาเหนื่อยๆ มาเห็นอะไรแบบนี้ก็หายเหนื่อยโน๊ะ ตอนนั้นมาถึงประมาณเที่ยงกว่าๆ ประตูปิดค่ะ เค้าพักเที่ยง เปิดอีกทีบ่ายโมงมั้ง ถ้าจำไม่ผิด เสียค่าเข้าด้วยน่าแต่จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่



เมื่อเข้ามาถ่ายใกล้ๆ ทอง ทอง ทอง ทอง ทอง

มาคนเดียวก็เลยต้องงานเซลฟี่ตามระเบียบ

ในระหว่างทางเดินกลับเราก็เห็นฝรั่งมีรถจักรยานปั่นกันฝักใฝ่ เราก็เอ้.......นางต้องเช่ามาแน่ๆ ทำไมกูโง่เดินอยู่ครึ่งวันว่ะเนี่ย แอบหงุดหงิดเล็กๆ 55555 ฝรั่งขับผ่านอีนี่ก็โบกแล้วถาม ได้ความว่า นางเช่ามาจากริมโขง เลยตั้งมั่นว่าอิชั้นต้องไปริมโขงเพื่อเช่าจักรยาน เลยแวะถามทางจากคนแถวนั้นเค้าบอกว่าจากนี่ก็เดินไปประมาน สามกิโลกว่าๆ ฮ้าาาาาา ก็เลยคิดว่ากลับโรงแรมนอนพักสักเดี๋ยวแล้วค่อยตั้งหลักจากโรงแรมละกัน เพราะเมื่อยตุ่มมาก

กลับมาพักประมาณบ่ายสี่ก็ออกตะลุยต่อ แต่มีเรื่องพาลงคือโทรศัพท์แบตหมดเลยทิ้งไว้ห้องและออกไปปล่าวๆ ซึ่งแสดงว่าหลังจากนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่ได้รับการบันทึกเป็นภาพถ่ายเลย TTTTTTTT  
ออกเดินทางต่อด้วยการใช้ปากถามว่าริมโขงไปทางไหน เขาบอกว่าไม่ไกลเดินไปประมาณกิโลกว่าๆ ซึ่งเดินผ่านสถานีขัวดินด้วย ในระหว่างทางเดินก็ได้ผ่าน หอพระแก้ว หอคำ (ที่อยู่ของประธานประเทศ)  เห็นอนุสาวรีย์เจ้าศรีอนุวงศ์ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ริมแม่น้ำโขง ทีนี้เราก็แบบอ้าปากร้องอ้ออออ แถวนี้มันคือข้าวสารเมืองลาวนี่เอง ริมโขงจะเต็มไปด้วยร้านอาหารต่างๆ มากมาย ฝรั่งต่างชาติมาขลุกรวมกันอยู่แถวนี้ ทีนี้ก็ถามอีกค่ะ ถามลุงคนเก็บขวดกางเกงขาดท่าทางซอมซ่อว่าเช่าจักรยานที่ไหน ลุงก็บอกว่าเดี๋ยวลุงพาไป ตอนแรกก็เกรงๆ ว่าลุงจะหวังอะไรปล่าวน้าาา แต่เราก็นะ พยายามไม่ตัดสินแก แต่จากรูปร่างหน้าตาแกนี่แอบน่ากลัวจริงๆ แกก็พาเดินเข้าซอย บอกว่าทางนี้แหละ ก็เลี้ยวตามๆ แกไป และในที่สุดแกก็พามาส่งถึงที่เช่าจักรยาน แล้วแกก็เดินจากไป ปล่อยให้เรางงๆ ทำได้เพียงกล่าวคำว่า "ขอบใจหลายๆ" และรู้สึกผิดในใจเบาๆ ที่ระแวง  

และที่ร้านเช่าจักรยานนี้เองเราก็สังเกตเห็นว่า ที่นี่มัน HOSTEL นี่หว่า เฮ้ยยยยยยยยยย ที่ลาวมี HOSTEL ซึ่งมันคือสวรรค์ของนักสะพายกระเป๋าทั่วโลก จากการสอบถามราคาห้องรวม (mix dorm) คืนละ 170 บาท อีเหี้ย!!!!!  ทำไมกูโง่ไปพักที่ 750 ว่ะ ทำไมกูไม่รู้มาก่อนหน้านี้ นี่แหละข้อเสียของการไม่ทำการบ้าน!!!!  รู้แมะตอนไปเกาหลีอ่ะทำการบ้านดีมากเลยได้ที่พักราคาถูกเป็น hostel นี่แหละคืนแค่ 250 บาทเอง เสียดาย และนึกขึ้นได้ก็ยืนหัวเราะตัวเอง 5555555 เอ้อ....เจ้าของร้านนี้นางเป็นคนลาวแต่นางไม่พูดไทยกับชั้นนะ ก็ต้องตอแหลพูดอังกฤษใส่กัน ซึ่งค่าเช่ารถจักรยานก็คันละ 50 บาท ขณะนั้นประมาณ เกือบจะห้าโมงเย็นละ ซึ่งกำหนดคืนคือ 3 ทุ่ม ก็ถือว่าโอเค

หลังได้รถจักรยานอะลิตเติ้ลก็เหมือนกินรีได้ปีกกับหาง พุ่งทะยานอย่างเริงร่า ขับเลียบริมแม่น้ำโขงชมทัศนียภาพ  เห็นประเทศไทยไกลแค่เอื้อมแต่ก็เอื้อมไม่ได้ เขตแดนของรัฐชาตินี่มันก็แปลกดีนะ อยู่กันแค่นี้จะผ่านทีก็ต้องมีพิธีรีตองอยู่นู่นอีกสถานะ อยู่นี่อีกสถานะ พื้นฐานคือมนุษย์เหมือนกัน แต่กลับถูกแบ่งแยกกัน

ปั่นไปมั่วๆ เห็นอะไรมากมาย ที่พักแบบ Hostel และ Guesthouse แถวนี้มีเยอะมว๊ากกกกกกกกกก แอบโกรธอีตุ๊กๆ ขึ้นมา แต่นึกอีกทีคงเข้าใจแหละว่าคนไทยส่วนใหญ่ที่มาเค้าชอบพักโรงแรม นางคงหวังดีแหละมั้ง  ปั่นไปเรื่อยๆ ขึ้นฟุตบาทบ้าง ลงถนนบ้างสะดวกดีมากๆ อีกอย่างถนนที่ลาววิ่งคนละเลนกับเราก็งงๆ ไป 55555 ปั่นเที่ยวรอบเวียงจันทน์จนดึกกลับไปดูวัดธาตุหลวงตอนค่ำ แถวนั้นมีลานกว้าง คนมาเล่นกีฬากันเต้มมมมม แถวประตูชัยตอนค่ำก็จะมีเต้นแอโรบิค และมีการเต้นแบบจังหวะของลาวที่เราเห็นในหนังเรื่องสบายดีหลวงพระบางที่เค้ายกขาพร้อมๆ กันอ่ะ อะลิตก็ลงไปเต้นกับเค้าด้วย แต่ต้องยอมแพ้ เพราะจับไม่ถูก 55555 ซักพักก็ปั่นกลับริมโขง ระหว่างทางเห็นนักท่องเที่ยวคนหนึ่งเหง้าหน้าคล้ายญี่ปุ่นเดินมาคนเดียว ตอนแรกเราก็ขับผ่านแต่ก็นึกในใจคืออยากทำความรู้จัก และอยากมาหาเพื่อน ก็เลยเลี้ยวหัวกลับ ถามนางว่าจะไปไหน นางบอกจะไปกินข้าว เราก็เลยชวนว่าไปด้วยกันไม๊ นางก็ตกลงซ้อนจักรยานของอีอะลิตเติ้ลมา จากการสอบถามนางชื่อ มาซา มาที่นี่คนเดียวเหมือนกัน และนี่เป็นวันแรกที่ลาวเหมือนเราด้วย นางเพิ่งมาจากกรุงเทพ กัมพูชา และมาที่นี่ ตอนนี้เรามีเพื่อนแล้วเย้!!!!! เราสองคนต่างเป็นคนแปลกหน้าที่เจอกันในต่างแดน แต่เราสนิทกันเร็วมาก เราพานางไปกินฟูจิ และนางก็จ่ายให้เรา เพราะนางบอกว่านางอยากขอบคุณ เราก็เลยบอกว่าจะเลี้ยงเบียร์นาง  ดูเวลาก็จะสามทุ่ม เราก็เอาจักรยานไปคืน และเดินเที่ยวตลาดริมโขงกับมาซา เดินไปคุยไปเป็นบรรยากาศที่ดีมาก มาซาเป็นรุ่นพี่ ตอนนี้ทำงานแล้วเป็นครูสอนทักษะป้องกันตัวให้เด็กๆ ที่ญี่ปุ่น นางบอกว่านางรักเด็กมาก เราก็แชร์เรื่องราวส่วนตัวซึ่งกันและกัน พี่มาซาเล่าเรื่องราวที่ตัวเองได้ไปเที่ยวที่ต่างๆ แม่ม!!! สร้างแรงบันดาลใจให้เราชิบหาย อยากไปมั่ง ตอนไปกรุงเทพ กับไปเขมรนางไปกับเพื่อน แต่เพิ่งแยกกัน นี่เป็นครั้งแรกที่นางเดินทางคนเดียว และเป็นครั้งแรกของเราเช่นกัน ขณะเดินมีโมเม้นต์ที่ประทับใจมาก คือ ไม่รู้จะคุยอะไรเลยชวนคุยเรื่องการ์ตูนญี่ปุ่นและชวนร้องเพลง โดราเอม่อน 55555 และเราหวังว่าเราจะได้มาร้องเพลงโดราเอม่อนด้วยกันอีก  หลังจากเดินพอสมควรพี่มาซาก็ขอเฟสบุ๊คเราเพื่อจะได้ติดต่อกันอีก และเราก็ได้แยกย้ายกันกลับ เรากอดกัน และร่ำลา ให้กับมิตรภาพของคืนนี้ที่ริมโขง เพราะเราต่างมีทางเดินของตัวเอง พรุ่งนี้เราไปวังเวียง ส่วนมะรืนพี่มาซาจะไปเนปาลต่อ

ขอขอบคุณ Facebook ที่ทำให้เรายังติดต่อกันได้ และนี่คือพี่มาซาของอะลิตเติ้ลเรารักเด็กเหมือนกัน

นางแบ๊ว นางเลยร้องโดเรม่อนกับอะลิตได้ 

ในระหว่างทางที่ไปส่งพี่มาซาก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินมาถามเวลาด้วยภาษาอังกฤษ และบอกว่าเค้าหลงกับเพื่อน หลังจากส่งพี่มาซาเสร็จเราก็กลับมาเพื่อหาเค้าด้วยความเป็นห่วง และอยากหาเพื่อน และได้เจอกัน คุยกันไปมาทำให้รู้ว่าเค้าเป็นคนลาว ชื่อ บ็อบบี้ แต่เติบโตที่เมกาเค้าพูดลาวไม่ได้ และเพิ่งกลับมาที่ลาว มาเที่ยวริมโขงกับเพื่อน และเพื่อนทิ้งไปไหนไม่รู้ เราพูดคุยกัน แลกเปลี่ยนหัวเราะ ตามประสาเพื่อนใหม่ ฝนตก กางร่ม ใต้ต้นไม้ มุมมืด และของขวัญสุดพิเศษจากเพื่อน ซึ่งทำให้ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา มันจบลงได้อย่างสวยงาม และน่าประทับใจสุดๆ กับ "บ็อบบี้" (เราจะเฟสให้ไปในกระดาษแผ่นเล็กแต่่ยังไม่ได้รับการติดต่อกระดาษคงหาย เสียดายTT ) เรากลับถึงโรงแรมประมาณ 5 ทุ่ม (งานเดินตามระเบียบ)

ถ้าจะมาแบบลุยๆถูกๆอยากบอกว่า!!!!

1. หลังจากเดินลงรถที่ขนส่งตลาดเช้าขัวดินปุ๊บให้ถามทางไปริมโขงทันที (เดินไปได้ไม่ไกลมาก หันหน้าออกจากสถานนีเลี้ยวซ้ายและตรงไปเรื่อยๆ เห็นแม่น้ำโขงเลี้ยวขวาแล้วจะเจอเลย) ที่นั่นจะมี hostel และ guesthouse ราคาถูกเพียบ ฝรั่งเป็นโขลง ได้เจอเพื่อนใหม่แน่ๆ 
2. ที่นี่ไม่มี mass public transportation (รถเมล์น้อยมาก) ไปไหนมาไหนต้องตุ๊กๆ ค่ารถตุ๊กๆ ที่นี่แพงวัวตายแพงควายล้ม ถ้ามาคนเดียว อันเชิญไปเช่าจักรยานที่ริมโขง แล้วปั่นเอง 50 บาท ปั่นได้ทั้งเวียงจันทน์ สวยด้วย ถูกด้วย สุขภาพดีด้วย  สถานที่สำคัญเช่น หอคำ หอพระแก้ว วัดต่างๆ อยู่แถวริมโขง ใกล้กัน  ส่วนวัดธาตุหลวง ประตูชัยอยู่ทางเดียวกัน ปั่นไปได้ อาศัยถามทางเอา คุ้ม!!! เออ แนะนำจักรยานมากว่ามอไซต์นะ เพราะมันง่ายกว่า ปีนพุตบาทได้ ซิกแซกได้ (ไม่ต้องกลัวตำรวจลาวเรียกตรวจใบขับขี่ด้วย)
3. ห่างจากตุ๊กๆ ไว้ เพราะนางน่ารำคาญและเป่าหูเก่ง 5555 
4. มาคนเดียว และอยากหาเพื่อน ต้องมั่นหน้า จงกล้าออกจาก safe zone ของตัวเอง และให้โอกาสตัวเองในการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ กล้า คือ ได้แล้วทริปจะสนุก ได้เรียนรู้ และอาจได้ชายด้วย 
5. ใช้ปากให้เป็นประโยชน์ ถามได้ถาม คนลาวน่ารัก คึกคักเวลาลงเล่นมาก 

ป.ล. ถ่ายรูปน้อยมาก เพราะมีแค่มือถือและนางชอบตุกติกแบตหมด เพราะใช้ที่ชาร์จปลอม

แนวปฏิบัติของนักสังคมสงเคราะห์/นักจิตวิทยาตามป.วิอาญา ในการสืบพยานเด็ก

สวัสดีพี่น้องนักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาตามป.วิ อาญา ที่รักทุกท่าน ผู้เขียนตั้งใจเขียนแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมาเพราะรู้ดีว่าแม้พวกเราจะได้ร...