I'm fine สบายดี (วันที่ 1 เวียงจันทน์)
I'm fine สบายดี (วันที่ 2 ไปวังเวียงกันเถอะ)
อาวววววว หล่ะค่ะ วันนี้อะลิตเติ้ลตื่นแต่เช้า มารับประทานอาหารและไปรอหน้าร้านที่ซื้อทัวร์เมื่อวาน เวลา 9.00 น. เพื่อไป Day Trip ซึ่ง Day Trip ที่ว่านี้คือ การซื้อทัวร์เพื่อไปเที่ยวชมถ้ำต่างๆ และพายเรือคายัคล่องแม่น้ำซองอันโด่งดังของเมืองวังเวียง ซึ่งจะใช้เวลาเกือบทั้งวัน คือตั้งแต่ 9.00 - 15.00 ซึ่งบางทีอาจมากกว่านั้น โดยจะแบ่งเป็นสองช่วง คือช่วงเช้าจะไปเที่ยวชมถ้ำ และช่วงบ่ายจะพายคายัค
คำแนะนำ
1. ทัวร์มีข้าวเที่ยงจัดเลี้ยง
2. ถ้ามาในช่วงฤดูฝนแนะนำใส่รองเท้าแตะไปเพราะทางเดินมีโคลนเยอะมาก รองเท้าแตะสะดวกกว่าเยอะสามารถถอดเดินตีนเปล่าเริศสะดวกอย่าบอกใคร
3. แนะนำนุ่งกางเกงขาสั้นไป เพราะสะดวกกว่ามาก (เวลาคายัคคว่ำจะได้ไม่รุงรัง)
4.บริษัทจะมีกระเป๋ากันน้ำไว้ให้บริการ
5. ในฤดูฝนแม่น้ำซองจะเชี่ยวมากกก ในระดับพัดวัวตาย พัดควายล้ม พัดจนต้องร้องขอชีวิต ตั้แต่เกิดมายังไม่เคยเห็นน้ำเชี่ยวแบบนี้มาก่อน
6. เนื่องจากน้ำเชี่ยวเลยไม่สามารถพายไปไกลได้จากปกติจะพายหลายสิบกิโล แต่ในฤดูฝนจะพายไม่เยอะเท่าฤดูอื่น แต่ก็ถือว่าพอดี ฟินแล้ว!!!
7. เนื่องจากน้ำเชี่ยวอีกนั่นแหละกิจกรรมยอดฮิตของที่นี่คือ "ลอยห่วงยาง" หรือ "Tubing" ไม่สามารถทำได้ อยากลอยห่วงมาฤดูอื่น
รถที่มารับจะเป็นรถสองแถวคันใหญ่ ยกสูงที่ทยอยรับคนมาจากที่ต่างๆ ซึ่งคงซื้อทัวร์มาในเครือเดียวกัน ตอนขึ้นไปในรถมีเกาหลีที่อยู่บนรถแล้ว 5 คน จีน 2 และอีอะลิตเติ้ลไทยอยู่ 1 คน บรรยากาศในการนั่งรถก็คือแนะนำตัวมาจากไหนอะไรยังไง มากี่วันแล้ว มีแพลนไปไหน แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ว่านี่ชั้นพูดภาษาเธอได้นะ สองสามคำ ร้องเพลงเกาหลีได้คือร้อง ร้องเพลงจีนได้คือร้อง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ คือคุยกันไปกันมาสนุกมาก อีเกาหลีคือดีมาก เฟรนลี่ี่ จริงๆ แล้ว เกาหลี 4 คนเป็นเพื่อนกันจากมหาลัยเรียนโลจิสติกทั้งหมด ส่วนอีกคนทำงานแล้วมาคนเดียวและเพิ่งมาเจอกันบนรถ ส่วนจีนอีกสองเป็นพี่น้องกันไม่เรียนแล้วทำงานเลย(อายุยังน้อยอยู่เลยพี่ 20 น้อง 18) จากการสอบถามไกด์ของเราทราบความว่าเดี๋ยวเราจะไปรวมกับอีกกรุ๊ปนึง ซึ่งขณะเดินทางเราก็จะได้ทัศนาบรรยากาศตอนเช้าของวังเวียงที่โคตรพ่อโคตรแม่สวย ทิวเขาทอดแนวยาวตลอดถนน พร้อมกับที่มีปรอยฝนตกจางๆ หมอกเบาๆ ปกคลุมยอดเขา แม่มึงเอ้ยยยยย อยากตายมาก 55555


ไก่เจ้าปัญหา
เมื่อผ่านตัวหมู่บ้านไปก็จะเข้าสู่ เขตของทุ่งนา และภูเขาเขียว ซึ่่งนางจะมีคันนาไว้เป็นทางเดินให้ โอ๊ยยยยยย อยากแก้ผ้า แล้วเอาลำโพงตั้ง เปิดเพลงแฟชั่นโชว์ของวิคตอเรีย ซีเคร็ทแล้วสับขาไปตามคันนานี่มาก
เอะอะถ่ายรูป
เมื่อเดินมาซักพักก็จะถึงจุดบริการนักท่องเที่ยวที่เป็นจุดพักให้คนนั่ง และตรงนี้เองก็จะมี Tubing ด้วย แต่ก็ว่าแหละน้ำแรง เลยไม่ได้เล่น พักพอหายเหนื่อยถอดชูชีพไว้ก็เดินกันต่อไปถ้ำอะไรก็ไม่รู้ ระหว่างทางจะเป็นสวนชาวบ้าน โคลนเลอะระดับ 10
ตีนนานาชาติ
ไทซ่า น้องสาวชาวจีนเดินสองก้าว ลื่นไปสาม 5555
โคลนถึงหัว
เดินมาประมาณ 15 นาทีก็ถึงปากทางถ้ำ โดยไกด์จะให้เราได้ลงไปล้างเท้าที่ลำธาร ซึ่งน้ำเย็นสบายมากๆ
น้ำเย็นมว๊ากกกก
ล้างตีนเสร็จ เตรียมขึ้นไปถ้ำ
ก่อนที่จะขึ้นไปถ้ำไกด์ของเราจะแจกไฟฉายคาดหัวให้คนละอัน พร้อมแนะนำวิธีการใช้ และแนะนำว่าควรตามหลังไกด์และฟังคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเพราะภายในถ้ำจะมืดมาก มีหลุมใหญ่ และลื่นมากด้วย ซึ่งเมื่อเข้าไปในถ้ำแล้วคือลื่นวัวตาย ลื่นควายล้มจริงๆ เดี๋ยวบั๊ฟ เดี๋ยวบั๊ฟ สลับกันลื่นสนุกสาน โดยคนที่เก็บแต้มไปได้มากที่สุดคือน้อง ไทซ๋า จากประเทศจีน เดินสามล้มสี่ แต่ละทีคือล้มแรงมาก 5555
อาวหล่ะ ตอนเดินในถ้ำนะ ก็จะต้องใช้ไฟส่องดูคือนางสวยมากระยิบระยับ หินงอกหินย้อย เป็นพวง เป็นแท่งบางอันก็เหมือนแชงกาเรีย บางอันก็เป็นแอ่งน้ำ งดงามมาก เอาแบบนี้ดีกว่า ดูรูป!!
เกลียดนักท่องเที่ยวประเภทนี้ นิสัยผีเปรตชอบฝากซากความอัปปรีย์ไว้ ไปเที่ยวแล้วไม่ควรทำอะไรแบบนี้นะทุกคน
โอ๊ยยยยยงาม อยากตัดไปไว้บ้าน
ซือลาผู้กลัวสัตว์ปีกคือชะนีคนที่สอง
หลังจากดูถ้ำเสร็จเราก็เดินกลับกลางสายฝนปรอยและไปกินข้าวที่จุดพัก อาหารมื้อนี้เป็นข้าวผัด ขนมปังฝรั่งเศส บาร์บีคิว แตงโม กล้วย และที่ประทับใจสุดคือ ซางโยริ เพื่อนชาวเกาหลี ได้เลี้ยงเบียร์อะลิตเติ้ล เราก็แบบเฮ้ยยย เลี้ยงทำไมเนี่ยนางตอบมาว่า ""why not you are my friend" เกือบร้องกู!!!
NO EXPLANATION
จอดรอเพื่อนๆ ที่กำลังมา
ความน่ารักของการมาทัวร์กันแบบนี้คือ เราจะรอซึ่งกันและกัน ทุกคนจะคอยห่วงกันว่า อีนั่นมายังว่ะ อีนี่เมื่อไหร่จะมา มองไปทางไหน ก็จะเห็นคายักสีเหลืองพายกันสนุกสนาน อีกอล์ฟนี่หวีดตลอดทางเลย
เออ รูปตอนล่องคายักถ่ายยากมาก ดีที่ลุงมอร์แกน(ชาวอังกฤษ) แกถ่ายไว้บ้างเลยมีมาให้เห็น
เมื่อพายไปซักพักเราก็จได้แวะพักกันที่บาร์ริมฝั่งแม่น้ำ เพื่อหาเครื่องดื่ม พักพ่อน ประมาณครึ่งชั่วโมง ซึ่งบาร์จะเต็มไปด้วยฝรั่งต่างๆ shirtless และ bigini ดื่มเบียร์ และโยกเยกกันสนุกสาน
ทั้งหมดของทีมเรา
หลังจากนั้นเราก็พายกันไปต่อและได้เปลี่ยนพาร์ทเนอร์เป็นน้องทศ และมีไกด์มาด้วยอีก ในระหว่างทางก็ได้คุยกันกับไกด์ ไกด์บอกว่าเมื่อก่อนวังเวียงมีกิจกรรมสนุกกว่านี้มาก มีบาร์แบบนี้เปิดตลอดริมฝั่งน้ำ มีเครื่องเล่นคล้ายสวนน้ำ แต่ทางผู้ใหญ่บ้านให้ปิดลง เพราะ ฝรั่งเมาแล้วเลอะเทอะ และมีตายเยอะ เค้าก็บอกว่าหลายประเทศอาจจะมองว่าลาวบ้านนอก ยังไม่พัฒนา โดยเฉพาะคนไทย แต่สำหรับเค้าเค้าบอกว่าเค้ามีความสุขกับการใช้ชีวิตแบบนี้ หาปลา หาผัก หาหน่อไม้ แล้วทำงานกับนักท่องเที่ยว เค้าบอกว่าอยากให้ลาวเป็นแบบนี้ เพราะนักท่องเที่ยวที่มาลาวส่วนใหญ่ มาเพราะลาวยังบ้านนอก ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปเยอะ และเราก็อยากมาลาวด้วยเหตุผลนี้เหมือนกัน เพราะลาวทำให้เราได้กลับไปสู่พื้นฐานบางอย่าง พายไปซักพักก็ถึงสถานที่จอด ซึ่งจะจอดกันในตัวเมืองวังเวียง ซึ่งก็ถือเป็นการจบทริปของวันนี้ โดยหลังจากจบทริปแล้ว เราๆ ที่มารถคันเดียวทั้งจีน ไทย เกาหลี กันก็ยังไม่จบ สนุกกันไม่หายมีนัดไปต่อบลูลากูนกันพรุ่งนี้ โดยไปจองรถเสร็จสรรพ และจะเจอกัน เก้าโมงเช้า
หลังจากเสร็จเดย์ทริปอะลิตเติ้ลก็เดินกลับไปที่พักอย่างมีความสุข อาบน้ำแต่งตัว และพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเพื่อน Coi และขอตัวนอนพักสักครู่ โดยคืนนี้ Coi ชวนไปเที่ยวบาร์กัน อีกอล์ฟก็ตกลงอย่างว่าง่าย โดยบาร์ที่เราไปคืนนี้คือ ซากุระบาร์ ซึ่งเป็นบาร์ที่สนุกที่สุดแล้วมั้ง มีแต่ฝรั่ง ฝรั่ง และฝรั่ง ในบาร์นี้เราเจอพี่สาวชาวจีน 1 คน ที่สนิทกันมาก รุงรังด้วยกัน เต้นผีบ้าผีบอ เล่นเกมส์โยนปิงปองไรไม่รู้ เล่นสนุ๊ก สนุกมว๊ากกกแอ๊บบอยสุดฤทธิ์
หน้าร้านเป็นแบบนี้ มีคนควงกระบองไฟเต้นโชว์เหนืออยู่
เกมส์ Ping Ball ถ้าโยนลงแก้วฝั่งตรงข้ามได้ ฝั่งนั้นต้องซดเบียร์แก้วนั้นให้หมด
ส่วนตัวชอบความบ้าระห่ำ ตำบอนของอีพวกฝรั่ง นางใส่สุดกันจริงๆ
เพื่อน Coi ผู้พาขึ้นอะลิตเติ้ลมาบาร์
ประมาณ เที่ยงคืน บาร์นี้จะปิดตัวลง ใครอยากไปต่อสามารถไปต่อที่ผับได้ ซึ่งที่นี่มีสองผับ คือ The Moon และ Heart Beat ซึ่งอันหลังจะได้่รับความนิยมกว่าเพราะเพิ่งเปิดใหม่ แต่ค่อนข้างไกล แต่คืนนี้เราไป The moon ใกล้ๆ โดยมีคนในร้านไปส่ง (เพราะนางสนิทกับ Coi และพี่สาวชาวจีนนางเป็นคนจีนเหมือนกัน) เข้าไปในร้านคือ ไม่มีใครเลย มีแต่กลุ่มเรา เต้นกันซักพักกูพาลง ก็ชวนทุกคนกลับเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไป บลูลากูน ทุกคนก็กลับกัน และแยกย้ายเข้านอน ซึ่งวันนี้สนุกมาก มันส์มากทั้งกลางวัน กลางคืน พรุ่งนี้ไปบลูลากูนจะเป็นไง ติดตาม!


สร้างสัมพันธภาพเสร็จก็ถ่ายรูปกันหน่อยยย
นั่งรถไปประมาณ 20 นาทีก็มาถึงริมแม่น้ำ ไกด์บอกว่าเดี๋ยวเราจะนั่งเรือยนตร์ไปอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำเพื่อไปเที่ยวถ้ำแต่ตอนนี้ต้องรอบนรถก่อนเพราะต้องรอเรือยนตร์อีกฝั่งหนึ่ง และไม่รู้ว่าเรือจะมาได้หรือเปล่าเพราะน้ำเชี่ยวมาก ทุกคนพลันหันไปมองแม่น้ำทันที ซึ่งแม่น้ำตอนนี้มีอัตราเร่งของการไหลคือแรงมว๊ากกกกกกกกก น้ำสีน้ำตาลชานม คือน้ำป่าอะแก พอหันไปมองแม่น้ำปุ๊บทุกคนหันหน้ามองกันเหลือกหลากแล้วพูดกันต่างๆ เช่น ตายๆๆๆๆ น้ำเชี่ยวมาก มันจะอันตรายไม๊เนี่ย นี่มันอันตรายมากนะ กลัวจัง และโยโย่ (คนที่สองจากซ้ายที่ชูสองนิ้ว) สาวชาวจีนก็ให้ความเห็นอันน่าสนใจมาว่า นี่เมื่อสองสามวันก่อนมีเด็กหญิงจีนมาพายคายักแล้วจมน้ำตายด้วยนะ ค่าาาาา อิห่า ช่วยได้เยอะเลย 5555 เมื่อเป็นดังนั้นปุ๊บ ทุกคนต่างร้องขอ Life Jacket หรือ เสื้อชูชีพกันสุดฤทธิ์
เห็นน้ำปุ๊บก็ต้องถ่ายรูป ปั้นหน้ายิ้ม สู้ตายค่าาา
รออยู่สักพักไกด์ก็ได้แจกน้ำดื่มกันคนละขวด คงให้สงบสติอารมณ์กัน 555 และสักพักนางก็บอกว่าเรือมาแล้วววววว ซึ่งเรือที่มาคือเรือเครื่องอ่ะค่ะ เรือเครื่องยนตร์ปกติ กับลุงคนขับมีอายุคนนึง กับน้ำเชี่ยวกรากขนาดนี้กูก็แบบ ฮ๊ายยยย ไหวไม๊น้า.... แต่เอานา ลุงแกขับมาได้ ก็ต้องขับกลับได้สิ ก็ไม่ลังเลเดินลุยน้ำไปขึ้นเรือและทำตัวอะเลิ้ต สู้ตาย
ในระหว่างทางนั่งเรือบอกเลยว่าเสียวมาก เรือโคลงเคลงสุดๆ น้ำก็ไม่รู้จะเชี่ยวไปไหน ให้อารมณ์ความรู้สึกเหมือนเล่นเครื่องเล่นที่สวนสนุก ขับไปซักพักลุงแกก็ตีโค้งเพื่อที่จะเลี้ยวประคองลำเรือไปอีกฝั่งหนึ่ง โมเม้นต์นี้คือมันต้องทวนกระแสน้ำเชี่ยว ทุกคนบนเรือช่วยกันโยกตัวหน้าหลังช่วยเรือและท่องมนตร์ go go go กันเป็นเสียงเดียว พอเรือข้ามผ่านและไปได้ก็ร้องเฮกันสนั่น สนุกมาก กูขำตัวเองมาก 5555 แต่ดีที่ลุงแกเก่งมาก ขับโคตรเทพอยากกราบตีน
นี่คือคุณลุงโชว์เฟอร์เรือยนตร์ของอะลิตเติ้ลค่ะ กราบตีนสิค่ะ กราบ!!
และในที่สุดก็มาถึง สิ่งที่เพื่อนเกาหลีพูดกับอะลิตเติ้ลคำแรกและอดขำไม่ได้คือ
นางถามว่า "Am i still alive"
รอดปลอดภัยกันทุกคน
เมื่อทุกคนมาถึงเราก็พร้อมที่จะออกเดินทางไปเที่ยวชมถ้ำ ซึ่งเรามีสมาชิกมาเพิ่ม เป็นครอบครัวชาวอังกฤษ 5 คน (ภรรยาเป็นคนไทย) และน้องคนไทยอีก 2 คน ซึ่งถ้ำแรกที่เราจะไปซึ่งอยู่ภายในตัววัดที่เป็นท่าเทียบเรือ คือถ้ำช้าง เดินนิดเดียวก็ถึง ซึ่งภายในถ้ำจะเป็นเวิ้งหิน ที่มีพระพุทธรูป รอยพระพุทธบาท และมีก้อนหินก้อนหนึ่งลักษณะ คล้ายช้าง มาก เลยได้ถูกตั้งชื่อว่า ถ้ำช้าง
ช้างแมะ ช้าง!!!
เมื่อเสร็จจากถ้ำช้างเราก็เดินไปดูถ้ำกันต่อ โดยระยะเวลาในการเดินจะค่อนข้างนาน ในระหว่างทางจะผ่านบ้านชาวบ้าน เจอฝูงเป็ดไก่ ฝูงวัวเต็มไปหมด ขี้วัวก็เต็มไปหมดเช่นเดียวกัน ซึ่งสิ่งที่ตลกที่สุดคือ ซือลา เพื่อนสาวชาวเกาหลีนางกลัวสัตว์มีปีก และนางก็หวีดลั่น ร้องไห้โฮเสียงดังไปสามบ้านแปดบ้าน ทั้งสงสารทั้งขำ ทุกคนต้องช่วยกันไก่ กันเป็ดไม่ให้เข้าใกล้นางอ่ะ 555
เมื่อผ่านตัวหมู่บ้านไปก็จะเข้าสู่ เขตของทุ่งนา และภูเขาเขียว ซึ่่งนางจะมีคันนาไว้เป็นทางเดินให้ โอ๊ยยยยยย อยากแก้ผ้า แล้วเอาลำโพงตั้ง เปิดเพลงแฟชั่นโชว์ของวิคตอเรีย ซีเคร็ทแล้วสับขาไปตามคันนานี่มาก
เมื่อเดินมาซักพักก็จะถึงจุดบริการนักท่องเที่ยวที่เป็นจุดพักให้คนนั่ง และตรงนี้เองก็จะมี Tubing ด้วย แต่ก็ว่าแหละน้ำแรง เลยไม่ได้เล่น พักพอหายเหนื่อยถอดชูชีพไว้ก็เดินกันต่อไปถ้ำอะไรก็ไม่รู้ ระหว่างทางจะเป็นสวนชาวบ้าน โคลนเลอะระดับ 10
โคลนถึงหัว
เดินมาประมาณ 15 นาทีก็ถึงปากทางถ้ำ โดยไกด์จะให้เราได้ลงไปล้างเท้าที่ลำธาร ซึ่งน้ำเย็นสบายมากๆ
น้ำเย็นมว๊ากกกก
ล้างตีนเสร็จ เตรียมขึ้นไปถ้ำ
ก่อนที่จะขึ้นไปถ้ำไกด์ของเราจะแจกไฟฉายคาดหัวให้คนละอัน พร้อมแนะนำวิธีการใช้ และแนะนำว่าควรตามหลังไกด์และฟังคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเพราะภายในถ้ำจะมืดมาก มีหลุมใหญ่ และลื่นมากด้วย ซึ่งเมื่อเข้าไปในถ้ำแล้วคือลื่นวัวตาย ลื่นควายล้มจริงๆ เดี๋ยวบั๊ฟ เดี๋ยวบั๊ฟ สลับกันลื่นสนุกสาน โดยคนที่เก็บแต้มไปได้มากที่สุดคือน้อง ไทซ๋า จากประเทศจีน เดินสามล้มสี่ แต่ละทีคือล้มแรงมาก 5555
อาวหล่ะ ตอนเดินในถ้ำนะ ก็จะต้องใช้ไฟส่องดูคือนางสวยมากระยิบระยับ หินงอกหินย้อย เป็นพวง เป็นแท่งบางอันก็เหมือนแชงกาเรีย บางอันก็เป็นแอ่งน้ำ งดงามมาก เอาแบบนี้ดีกว่า ดูรูป!!
เกลียดนักท่องเที่ยวประเภทนี้ นิสัยผีเปรตชอบฝากซากความอัปปรีย์ไว้ ไปเที่ยวแล้วไม่ควรทำอะไรแบบนี้นะทุกคน
โอ๊ยยยยยงาม อยากตัดไปไว้บ้าน
ซือลาผู้กลัวสัตว์ปีกคือชะนีคนที่สอง
หลังจากดูถ้ำเสร็จเราก็เดินกลับกลางสายฝนปรอยและไปกินข้าวที่จุดพัก อาหารมื้อนี้เป็นข้าวผัด ขนมปังฝรั่งเศส บาร์บีคิว แตงโม กล้วย และที่ประทับใจสุดคือ ซางโยริ เพื่อนชาวเกาหลี ได้เลี้ยงเบียร์อะลิตเติ้ล เราก็แบบเฮ้ยยย เลี้ยงทำไมเนี่ยนางตอบมาว่า ""why not you are my friend" เกือบร้องกู!!!
หลังจากกินเสร็จเราก็เดิน และขึ้นเรือกลับ ขึ้นรถต่อไปยังอีกที่เพื่อล่องคายัก โดยก่อนลงคายัก ไกด์จะมาแนะนำวิธีใช้ไม้พาย วิธีพาย ข้อควรปฏิบัติต่างๆ ในขณะพาย รวมถึงถ้าคายักคว่ำให้ทำไง ซึ่งทั้งหมดจะบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ ถ้าใครไม่เข้าใจอย่าทำสวยฟังรู้เรื่อง ให้ถามนางเป็นภาษาไทย เพราะทุกอย่างที่นางพูดสำคัญมาก และส่งผลต่อชีวิตเราโดยตรง ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมานี่คือไม่สนุกนะค้า ซึ่งนางจะถามว่าใครเคยพายบ้าง โดยจะจัดให้คนที่เคยพายคอยเป็นตัวหลัก และถ้าใครพายครั้งแรก ก็จะมีไกด์คอยเป๋นคนพายอยู่ในลำเรือด้วย โดยในลำของอะลิตเติ้ลมีอะลิตเติ้ล และซางโยริ (คนที่เลี้ยงเบียร์) เป็นพาร์ทเนอร์กัน ซึ่งก่อนพายไกด์จะให้บรรจุของสำคัญทุกอย่างไว้ในกระเป๋ากันน้ำ ถอดรองเท้า และผูกไว้กับตัวเรือ เพื่อกันของลอยหายไปกับน้ำเมื่อคายักคว่ำ เมื่ออกสตาร์ท ลำเราก็ไปได้คล่อง เพราะอีอะลิตเติ้ลนี่ขโมยเรือ ยายนอง มาพายตั้งแต่เด็กๆ เรื่องพายเรือ เลยขี้หมามาก ยิ่งน้ำเชี่ยวกลับยิ่งพายสนุก เรือไปไว แต่ก็อันตรายมากเช่นกัน วี๊ดว๊าด กรี๊ดกร๊าด กันไปไม่ถึง 5 นาที เรือลำน้องทศ กับน้อง คนไทยก็ล่ม ลอยคอตุ้มป๋อง เพราะน้องทั้งสองพายไม่เป็นเลยถูกน้้ำซัด ดีที่ยังเกาะเรือกันไว้ทัน เรือลำต่างๆ ที่มีไกด์ก็กรูกันเข้าไปช่วย และดี๊...ที่ตรงนั้นมีพุ่มไม้ด้วย ก็เลยทำให้ไม่ลอยไปไกล ซักพักเรือฝรั้งก็คว่ำ แต่่สิ่งที่เห็นคือ พอคว่ำปุ๊บพวกนางจับท้องเรือ ช่วยกันพลิกกลับ และดีดตัวขึ้นบนเรืออย่างชำนาญ ของดีมากๆ ในระหว่างที่ที่พาย นะ แม่มึงเอ้ย วิวสวยมาก ฝนตกปรอยๆ น้ำสีชาเย็น และข้างๆ คือแนวเขาตลอดทาง สวยไม่รู้จะพูดยังไง เหมือนอยู่ในนิยาย ข้างบนเหมือนสวรรค์เลย
ล้อมวงฟังบรรยาย
NO EXPLANATION
จอดรอเพื่อนๆ ที่กำลังมา
ความน่ารักของการมาทัวร์กันแบบนี้คือ เราจะรอซึ่งกันและกัน ทุกคนจะคอยห่วงกันว่า อีนั่นมายังว่ะ อีนี่เมื่อไหร่จะมา มองไปทางไหน ก็จะเห็นคายักสีเหลืองพายกันสนุกสนาน อีกอล์ฟนี่หวีดตลอดทางเลย
เออ รูปตอนล่องคายักถ่ายยากมาก ดีที่ลุงมอร์แกน(ชาวอังกฤษ) แกถ่ายไว้บ้างเลยมีมาให้เห็น
เมื่อพายไปซักพักเราก็จได้แวะพักกันที่บาร์ริมฝั่งแม่น้ำ เพื่อหาเครื่องดื่ม พักพ่อน ประมาณครึ่งชั่วโมง ซึ่งบาร์จะเต็มไปด้วยฝรั่งต่างๆ shirtless และ bigini ดื่มเบียร์ และโยกเยกกันสนุกสาน
ทั้งหมดของทีมเรา
หลังจากนั้นเราก็พายกันไปต่อและได้เปลี่ยนพาร์ทเนอร์เป็นน้องทศ และมีไกด์มาด้วยอีก ในระหว่างทางก็ได้คุยกันกับไกด์ ไกด์บอกว่าเมื่อก่อนวังเวียงมีกิจกรรมสนุกกว่านี้มาก มีบาร์แบบนี้เปิดตลอดริมฝั่งน้ำ มีเครื่องเล่นคล้ายสวนน้ำ แต่ทางผู้ใหญ่บ้านให้ปิดลง เพราะ ฝรั่งเมาแล้วเลอะเทอะ และมีตายเยอะ เค้าก็บอกว่าหลายประเทศอาจจะมองว่าลาวบ้านนอก ยังไม่พัฒนา โดยเฉพาะคนไทย แต่สำหรับเค้าเค้าบอกว่าเค้ามีความสุขกับการใช้ชีวิตแบบนี้ หาปลา หาผัก หาหน่อไม้ แล้วทำงานกับนักท่องเที่ยว เค้าบอกว่าอยากให้ลาวเป็นแบบนี้ เพราะนักท่องเที่ยวที่มาลาวส่วนใหญ่ มาเพราะลาวยังบ้านนอก ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปเยอะ และเราก็อยากมาลาวด้วยเหตุผลนี้เหมือนกัน เพราะลาวทำให้เราได้กลับไปสู่พื้นฐานบางอย่าง พายไปซักพักก็ถึงสถานที่จอด ซึ่งจะจอดกันในตัวเมืองวังเวียง ซึ่งก็ถือเป็นการจบทริปของวันนี้ โดยหลังจากจบทริปแล้ว เราๆ ที่มารถคันเดียวทั้งจีน ไทย เกาหลี กันก็ยังไม่จบ สนุกกันไม่หายมีนัดไปต่อบลูลากูนกันพรุ่งนี้ โดยไปจองรถเสร็จสรรพ และจะเจอกัน เก้าโมงเช้า
หลังจากเสร็จเดย์ทริปอะลิตเติ้ลก็เดินกลับไปที่พักอย่างมีความสุข อาบน้ำแต่งตัว และพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเพื่อน Coi และขอตัวนอนพักสักครู่ โดยคืนนี้ Coi ชวนไปเที่ยวบาร์กัน อีกอล์ฟก็ตกลงอย่างว่าง่าย โดยบาร์ที่เราไปคืนนี้คือ ซากุระบาร์ ซึ่งเป็นบาร์ที่สนุกที่สุดแล้วมั้ง มีแต่ฝรั่ง ฝรั่ง และฝรั่ง ในบาร์นี้เราเจอพี่สาวชาวจีน 1 คน ที่สนิทกันมาก รุงรังด้วยกัน เต้นผีบ้าผีบอ เล่นเกมส์โยนปิงปองไรไม่รู้ เล่นสนุ๊ก สนุกมว๊ากกกแอ๊บบอยสุดฤทธิ์
หน้าร้านเป็นแบบนี้ มีคนควงกระบองไฟเต้นโชว์เหนืออยู่
เพื่อน Coi ผู้พาขึ้นอะลิตเติ้ลมาบาร์
ประมาณ เที่ยงคืน บาร์นี้จะปิดตัวลง ใครอยากไปต่อสามารถไปต่อที่ผับได้ ซึ่งที่นี่มีสองผับ คือ The Moon และ Heart Beat ซึ่งอันหลังจะได้่รับความนิยมกว่าเพราะเพิ่งเปิดใหม่ แต่ค่อนข้างไกล แต่คืนนี้เราไป The moon ใกล้ๆ โดยมีคนในร้านไปส่ง (เพราะนางสนิทกับ Coi และพี่สาวชาวจีนนางเป็นคนจีนเหมือนกัน) เข้าไปในร้านคือ ไม่มีใครเลย มีแต่กลุ่มเรา เต้นกันซักพักกูพาลง ก็ชวนทุกคนกลับเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไป บลูลากูน ทุกคนก็กลับกัน และแยกย้ายเข้านอน ซึ่งวันนี้สนุกมาก มันส์มากทั้งกลางวัน กลางคืน พรุ่งนี้ไปบลูลากูนจะเป็นไง ติดตาม!
ขอขอบคุณรูปภาพบางสาวนจาก ลุงมอร์แกน และ เพื่อน Coi
ต่อกันที่ >>I'm fine สบายดี (วันที่ 4 Blue Lagoon&Jungle Party) : http://alittlegobgeb.blogspot.com/2014/09/im-fine-4-blue-lagoon-party.html#more
ต่อกันที่ >>I'm fine สบายดี (วันที่ 4 Blue Lagoon&Jungle Party) : http://alittlegobgeb.blogspot.com/2014/09/im-fine-4-blue-lagoon-party.html#more










































