ความรุนแรง คือ เรื่องสาธารณะ
...........................................................................
เห็นภาพเหตุการณ์ชายใส่ชุดลายคล้ายทหาร
ทำร้ายร่างกายผู้หญิงบนรถเมล์แล้วปวดใจ
เมื่อไหร่เราจะเลิกมองว่าปัญหาความรุนแรงเหล่านั้น
มันเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นแค่เรื่องผัวเมียทะเลาะกัน
โนววววว ทุกความรุนแรงเป็นประเด็นสาธารณะ
ที่ "ไม่สามารถยอมรับได้" ต่อให้เกิดที่ไหน กับใครก็ตาม
ไม่มีใครที่ยินดีกับการที่ตนถูกกระทำความรุนแรงหรอกครับ
เลิกใช้ข้ออ้างว่าฝ่ายผู้ถูกกระทำความรุนแรง
ไม่ขอความช่วยเหลือ แล้วเราจะไปเสือกทำไมสักที
หลายกรณีที่คนถูกกระทำมักกลัว
และอับอายเกินกว่าจะส่งสัญญาณร้องขอ
หลายกรณีผู้ถูกกระทำโดนเพิกเฉิยต่อคำขอจนไม่กล้าเอ่ยปาก
หลายกรณีที่ผู้กระทำย่ามใจจนกระทำรุนแรงมากขึ้น
เพราะเรา เรา ทั้งหลายที่เพิกเฉย
และมองเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่ธุระเรานี่แหละ
การเพิกเฉยของเราเป็นแรงเสริมและสัญญาณสำคัญ
ที่ "อนุญาต" ให้การกระทำนั้นดำเนินต่อไป
โดยที่เราอาจไม่ตั้งใจ แต่ด้วยการเพิกเฉยนั้น
เรากำลังปลูกฝังเมล็ดพันธุ์ความคิดใส่ผู้กระทำ
ว่าคุณสามารถทำรุนแรงอะไรกับใครก็ได้
เรากำลังส่งสารไปยังผู้ถูกกระทำว่าคุณจะต้องจำยอม
กับอะไรแบบนั้นเพราะไม่มีใครช่วยเหลือคุณ
สิ่งที่เราทำได้คือการช่วยกันห้ามการกระทำนั้น
ไม่ใช่แค่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่ทุกคนที่เห็นต้องช่วยกัน
ถ้าคุณกลัวและไม่รู้ว่าจะเริ่มทำอะไร
ก็ชักชวนคนที่อยู่ใกล้ให้เข้าไปห้ามด้วยกัน
เราเชื่อว่าไม่มีใครยอมรับได้กับความรุนแรงในลักษณะนั้น
แต่หลายคนก็รออยู่เหมือนกันว่าต้องทำอะไร
ดังนั้นเราต้องเริ่มเปิดและต้องมี action อะไรบางอย่าง
เพื่อตัดวงจรที่กำลังดำเนินอยู่ และส่งสัญญาณว่า
สิ่งนั้น มันยอมรับไม่ได้!!!!!!
อย่าใช้เหตุผลเรื่องผัวเมียทะเลาะกัน
และผู้ถูกกระทำไม่ขอความช่วยเหลือ
มาเป็นข้ออ้างปลอบประโลมใจ
ที่เราไม่ได้ทำอะไรกับเหตุการณ์ตรงหน้าเลยครับ
ต่อให้ใครทำผิดต่อใครมากขนาดไหน
ใครก็ไม่มีสิทธิ์ไปละเมิด
และทำร้ายร่างกายใครได้ทั้งนั้น
แค่คุณปรับ โลกก็เปลี่ยน
ถ้าคุณกลัว ชวนคนข้างๆ ช่วยๆ กันครับ
เริ่มจากมองเรื่องนี้เป็นเรื่องสาธารณะ
และไม่สามารถยอมรับได้ไม่ว่าอะไรทั้งนั้น
