วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2559
Where To Invade Next
ไปดูมาสองรอบยังถึงใจถึงอารมณ์เหมือนเดิม
ยิ่งถ้าใครที่เรียนและอินในงานสังคมสงเคราะห์
สวัสดิการสังคม และ พวกสิทธิมนุษยชนนะ มึงเอ้ยยย!!
เราจะเหมือนโดนกระทำชำเราทางความรู้สึก
หลายๆ คำพูดในสารคดีเรื่องนี้จะโดนจุดเสียวทางอารมณ์
จุด G-spot ทางความคิดจนเราจะกระตุก ตุ๊บๆๆๆๆ เป็นระยะ
พูดเลยว่านอนตายติดเบาะลงตรงนั้น!!
นางพาเราไปบุกประเทศต่างๆ ด้วยตีมที่ว่า "ไปเก็บดอกไม้"
ดังนั้นนางก็ได้ดอกไม้มาจริงๆ สวยงามมาก และบันดาลใจมากด้วย
นางพาเราไปรู้จักกับเหง้าคิดของรัฐและค่านิยมความเชื่อแกนกลาง
ที่คนในสังคมนั้นยึดถือ ที่แม่งถ้ามาพูดกันในไทยก็จะโดนด่าว่า "อิโลกสวย" ไม่ว่าจะเรื่อง
- คุณภาพชีวิตของมนุษย์
- การเคารพคุณค่าและศักศรีดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
- การยอมรับในประวัติศาสตร์ด้านมืดของตนเอง
- การศึกษาที่เน้นการสร้างความสุข
และให้มนุษย์เข้าถึงศักยภาพสูงสุดของตนเอง
- การศึกษาคือประโยชน์สาธารณะ
- การพัฒนาและบริหาร "ส่วนงาม" ของมนุษย์
- การยึดคุณค่า ของความสัมพันธ์ และการประคับประคองกันของทั้งสังคม
- การเคารพในพื้นที่ส่วนตัวของสมาชิกในสังคมต่างๆ อีกมากมาย และแต่ใครจะจับมาได้
นางพาเราไปประเทศที่มีวันหยุดให้กับแรงงานเยอะแยะ
ลาคลอดลาเลี้ยงลูกก็หยุดได้ หยุดได้หยุดดีพร้อมจ่ายเงินเดือนให้ครบ
หยุดให้ตายแต่คุณภาพการทำงานและผลผลิตกลับยังคอยู่ในระดับดี
นางพาเราไปคุยกับนายจ้าง และรู้จักเหง้าคิดของรัฐที่ให้ความสำคัญกับ
"คุณภาพชีวิตแรงงาน" ได้หยุดงานไปเที่ยว ไปพักผ่อน ไปเอากัน ไปเลี้ยงลูก
เพราะเค้าบอกว่า "
ช่วงเวลานั้นของลูกมันช่วงสวยงามคุณจะยอมพลาดมันไปได้ยังไง
ฉันเชื่อว่าทั้งโลกเค้าก็คิดกันแบบนี้"
"ฉันได้ไปเที่ยวพักตากอากาศ แล้วทำไมลูกจ้างฉันไม่ได้ไป" จุก!!
นางพาเราไปประเทศที่ถ้าลูกจ้างเครียดสามารถเดินไปขอใบรับรองแพทย์
เพื่อลาไปเข้าสปาผ่อนคลาย และนายจ้างไม่สามารถติดต่อเรื่องงานได้
หลังจากเลิกงานและวันหยุด ลูกจ้างพักกลางวันสองชั่วโมง
เพื่อสามารถกลับไปทำกับข้าวกับปลากินกันพร้อมหน้าครอบครัว
เห็นมั้ยว่า "ความสัมพันธ์" คือสิ่งที่นางให้ความสำคัญ
จนลูกจ้างในประเทศบอกว่า "ฉันอยู่บนสวรรค์อ่ะจ๊ะ"
นางพาไปโรงอาหารในโรงเรียนชนบทของประเทศหนึ่ง
ที่เมนูต่างๆ โคตรครบถ้วนบริบูรณ์ด้วยสารอาหาร
เพราะทั้งครู เจ้าหน้าที่เมือง นักโภชนาการนางประชุมคิดเมนูอาหารทุกเดือน
เพราะนางคิดว่ามื้ออาหารคือช่วงสำคัญที่เด็กได้เรียนรู้เรื่องมารยาท
การแบ่งปัน และโภชนาการ นางเลยให้เด็กฟาดพักกลางวันไปตั้งสองชั่วโมง
นางพาเราไปประเทศที่นักโทษสามารถเลือกตั้งได้
ถ้านักการเมืออยากได้เสียงพวกเขาก็เข้าไปในคุกจัดเวทีหาเสียงสิ
เห่นโหล่วว ที่พูดมาคือความจริงจ๊ะ
นางพาเราไปประเทศที่ครูสอนเรื่องเพศศึกษาแล้วถามเด็กถึง
วิธีการป้องกันการติดโรคและตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร
เด็กตอบว่า "งดมีเพศสัมพันธ์ครับ" ครูแย้งทันควัน
"งดมีเพศสัมพันธ์ไม่ใช่การป้องกันจ้าาา"
แต่มีเพศสัมพันธ์อย่างให้เกียรติ เคารพในความรู้สึกอีกฝ่าย
รูัทันตัวเอง และรู้จักป้องกันคือคีย์ในการสอน
นางพาไปประเทศที่ไม่มีการบ้านให้เด็ก หรือมีก็ทำกันไม่เกิน 20 นาที
เด็กมีชั่วโมงการเรียนน้อยมากแต่แม่งฟาดแชมป์คุณภาพการศึกษาโลก
เด็กที่ถูกสัมภาษณ์แม่เจาะจมูก ทำผมสีชมพูพิ้งกี้
แต่ไม่โดนครูเชิญเข้าห้องปกครอง
ประเทศที่ครู เจ้าหน้าที่รัฐพูดเป็นเสียงเดียวกันในเรื่อง
"โรงเรียนคือสถานที่แห่งความสุข"
"การศึกษาคือการทำให้เด็กรู้จักตัวเองและบรรลุศักยภาพสูงสุดของตน"
ประเทศที่ครูพูดได้เต็มปากว่า "โตไปเธอจะเป็นอะไรก็ได้ตามที่เธอฝัน"
เพราะนางให้คุณค่าและความสำคัญกับทุกความฝัน
นางเคารพในความหลากหลายของผู้เรียน
ไม่มีการสอบวัดมาตรฐาน นางเห็นคุณค่าในช่วงชีวิตวัยเด็ก
นางบอกว่าการ "เล่น" คือการเรียนรู้ ปีนต้นไม้คือการเรียน
และโรงเรียนที่ดีที่สุดคือโรงเรียนที่ใกล้บ้านมากที่สุด
เพราะทุกโรงเรียนมาตรฐานเดียวกัน (ร้องค่ะ กูร้อง)
นางพาไปประเทศที่ยกเลิกโทษประหารชีวิต
และโทษรุนแรงที่สุดคือจำคุก 21 ปี
ไม่ว่าคุณจะเลวทรามต่ำช้า ก่อคดีสะเทือนขวัญแค่ไหน
ต่อให้ใครว่าคุณเป็นเดนมนุษย์
คุณก็จะได้รับการปฏิบัติอย่างเคารพและเท่าเทียม
และรัฐทำหน้าที่ในการยืนยันหลักการนี้อย่างแข็งขัน
แม้แต่พ่อของเด็กที่ถูกผู้ก่อการร้ายฆ่าตายยังบอกว่า
"ผมโกรธเค้าแต่ผมไม่ได้อยากฆ่าเค้า
ทำไมผมต้องลดตัวไปทำในสิ่งที่เค้าทำกับลูกชายผม" (กูเด้งงงงงง!!)
ถ้าคุณถูกจำคุกจริงๆ รัฐก็จะปฏิบัติต่อคุณ
อย่างเคารพในคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคุณ
ไม่ว่าคุณจะเป็นฆาตกร นักข่มขืน ก่อคดีร้ายแรง
การติดคุกคือการมีบ้านได้ถือกุญแจของตนเอง ได้ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ
ทำอาหารเอง เพราะที่นี่การเข้ามาอยู่ในเรือนจำคือ
"การบำบัดฟืนฟู ไม่ใช่การแก้แค้น" การลงโทษที่รุนแรงที่สุดคือ
"การจำกัดอิสรภาพ" นางบอกว่าแค่นี้พอแล้ว ปิดจ็อบ!
ในส่วนของเรือนจำความคุ้มกันสูงที่ประดับประดาไปด้วยรูปภาพศิลปะ
ทุกคนมีห้องของตนเองที่สบายกว่าหอในมหาลัย ถือกุญแจเอง
มีตู้เย็น ชั้นวางผ้า มีห้องอัดเพลงให้ได้ระบายความรู้สึกผ่านดนตรี
และกับผู้คุมที่งงเมื่อถามว่า "คุณไม่มีปืนเหรอ" นางตอบยิ้มๆ
"ที่นี่เราไม่มีปืน เวลาเราจะควบคุมใครเราใช้การคุยกัน"
และการสัมภาษณ์นักโทษที่ได้เรียนหนังสือในเรือนจำ
นางอยากกลับออกมาเป็นนักการเมือง ได้ทำงานพัฒนาสังคมเห็นคุณค่าของความสัมพันธ์
และประเทศนางอัตราก่ออาชญการรมซ้ำแค่ 20 เปอร์เท่านั้นเด้อออ
แนวปฏิบัติของนักสังคมสงเคราะห์/นักจิตวิทยาตามป.วิอาญา ในการสืบพยานเด็ก
สวัสดีพี่น้องนักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาตามป.วิ อาญา ที่รักทุกท่าน ผู้เขียนตั้งใจเขียนแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมาเพราะรู้ดีว่าแม้พวกเราจะได้ร...
-
สวัสดีพี่น้องนักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาตามป.วิ อาญา ที่รักทุกท่าน ผู้เขียนตั้งใจเขียนแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมาเพราะรู้ดีว่าแม้พวกเราจะได้ร...
-
The Letter เริ่มเล่าเรื่องราวด้วยการให้ความตายของยายเล็ก ญาติห่างๆ ของดิวเป็นตัวนำดิวกลับไปสู่เชียงใหม่และทำให้ได้พานพบกับต้น หน...
