วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2558

ลาว: เพราะคิดถึงจึงกลับมาหา วังเวียง2



วังเวียงในช่วงนี้จะประดามีไปด้วย เกาหลี เกาหลี และเกาหลี ซึ่งเรามาครั้งที่แล้วก็ว่าเยอะแล้วนะ
แต่ครั้งนี้คือเกือบทั้งหมดเป็น เกาหลี แต่ส่วนใหญ่หน้าดี เลยให้อภัย


ภูเขา ขนาบข้างยังคงเป็นมนต์เสน่ห์ที่น่าหลงใหลของวังเวียง


วันนี้เราได้มีโอกาสนั่งหน้าข้างพี่โชว์เฟอร์สุดหล่อ นางเป็นคนขี้อายนะ ไม่ค่อยพูด แต่อีนี่ก็ชวนคุยตลอด ตอดแรกนางเปิดเพลงแล้วก็เบาเสียงลง คงเพราะเกรงใจเรา แต่เพลงที่นางเปิดเราร้องคลอได้ นางก็เลยเพิ่มเสียง
คราวนี้ก็ร้องตามใหญ่เพราะเพลงที่นางเปิดคือ "สาวเลยยังรอค่ะ" กูนี่ก็ลมพ๊าดดดดด ตึง ๆๆๆๆ กันสนุก
นางก็คงได้ใจก็จัดเพลงแดนซ์ให้อย่างต่อเนื่อง จ๊ะ คันหูก็มา กระแตอาร์สยามก็มี 
ด้วยความสงสัยเราก็ถามว่า 
"พี่ๆ ลาวมีหมอลำไม๊"
"มีสิ"
"แล้วเวลามีหมอลำ มีคนไปเต้นหน้าฮ้านไม๊"
"ที่แถวนี้ไม่ค่อยมี ถ้าจะมีเยอะๆ ต้องปากเซ จำปาสัก"
ดูสิคุณแค่วัฒนธรรมการเต้นหน้าฮ้านของคน ในแต่ละที่ยังต่างกันเลย
แสดงว่าคนลาวใต้ต้องอัพแรงกว่าคนลาวภาคกลางแน่ๆ ต้องลองไปสักที





เมื่อไปถึงที่หมายไกด์ก็แจกน้ำคนละหนึ่งขวดตามระเบียบ เราทุกคนจะตื่นเต้นกับน้ำ "ดาว" มากๆ
"ด๊าว เอิ้น ด๊าว ก๊ะ ได๊" วลีที่ไม่พลาดในการพูด


การมาครั้งนี้แตกต่างกับการมาครั้งที่แล้วมาก เพราะครั้งที่แล้วเรามาหน้าฝน
น้ำจะเป็นสีน้ำตาล ไหลแรงระดับจรวด ระดับพัดสะพานขาด
แต่ครั้งนี้บรรยากาศต่างออกไป น้ำไม่ลึก และมีสีเขียว ใส น่าเล่นมาก ธารน้ำ โขดหิน และวิถีชีวิตของคนกับแม่น้ำชัดเจนขึ้นกว่าครั้งที่แล้ว



ในระหว่างทางเดินที่เราจะไปดูถ้ำเราก็จะผ่านหมู่บ้าน 
เราจะเห็นบ้านที่ทำจากไม้ มีฝาเป็นไม้ไผ่สานที่เหมาะกับการเป็นฉากถ่ายรูปทำสวย
และคงเป็นสิ่งแปลกตาสำหรับคนเมืองหลายๆ คน



หน้าฝนครั้งที่แล้วเราเจอข้าว แต่หน้าหนาวครั้งนี้เราเจอฟาง
สำหรับเราแล้ววังเวียงในหน้าฝนสวย และมีมนต์สะกดมากกว่านี้ เราชอบฝนตกปรอยๆ
ชอบไอฝนที่จับเป็นกลุ่มหมอกและลอยบนยอดเขา เราชอบการที่เท้าเราเหยีบย่ำบนโคลน
และเราชอบการได้ยินเสียง ตุ๊บ! จากเพื่อนร่วมทางที่ลื่นกันเป็นว่าเล่น
เราว่ามันมีเสน่ห์ และเรื่องราวมากกว่า 
แต่หน้าหนาวก็ดีตรงที่หลายๆ อย่างมัดชัดขึ้น
พื้นดิน บ้านเรือน ภูเขา ต้นไม้ วิถีชีวิต ในหน้าฝนอาจจะดูจางๆ 
แต่ในหน้าหนาวทุกอย่างจะดูชัด ดูเข้ม มันก็ดูดีไปอีกแบบ





การมีทางเดินลาดยาว มีฉากสวยๆ การหักห้ามใจไม่ให้คิดว่าเป็นรันเวย์ หรือเรากำลังเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันรายการค้นหานางแบบนั้น มันยากมากสำหรับเรา



และแล้วเราก็มาถึงถ้ำน้ำ ถ้ำชื่อดัง ที่เราจะต้องลอยห่วงยางสาวเชือกเข้าไปในถ้ำ แต่ แต่ แต่
ความฝันมันไม่ได้สวยงามเสมอไป หนทางการเข้าถ้ำน้ำของเราก็ไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ
เพราะว่าช่วงนี้คนเยอะมว๊ากกกกกกกกก และถ้ำน้ำก็ต้องจำกัดจำนวนคนเข้าในแต่ละรอบ
เราก็ต้องนั่งรอค่ะ รอไป รอ รอ รอ



ในระหว่างรอก็แอบถ่ายรููปคู่รักบ้าง ขอถ่ายบ้าง น่าหมั่นไส้นะคะ บางคนก็น่าตบเอาผัวเหลือเกิน


นี่หนูรอจนไม่รู้จะรอยังไงแล้วค่ะพี่




บริเวณนี้ก็จะมีกิจกรรมอื่นด้วย ที่เห็นก็คือ Zip line มีให้เลือก ว่าใกล้ ไกล ราคาก็พอได้อยู่ ส่วนกูนี่ก็ยืนดูชะแง้แล้ว ชะแง้อีก เพราะ ผู้เล่นต้องใส่เชือกหนีบไข่ อีนี่ก็ยืนดูกันเพลิน เปรตมาก แหม ของดีมากองตรงหน้าขนาดนี้ ไม่ดูก็เสียดายแย่



ถ่ายให้พี่เกาแล้ว พี่เกาก็ใจดีถ่ายคืนให้พวกเราบ้าง

สำหรับภายในถ้ำน้ำนั้นเราก็จะต้องลอยห่วงยางเข้าไป โดยเค้าจะมีเชือกให้เราสาวค่ะ มือใครยาวสาวได้สาวเอาเลยว่างั้น บรรยากาศความตื่นเต้นจะมาตั้งแต่การหย่อนตูดลงห่วงยาง ใครชำนาญก็ทีเดียว ใครไม่เคยก็ต้องหาตัวช่วย ตอนน้ำสัมผัสร่างกายนะคะ แม่เจ้า อยากจะบ้าค่ะ น้ำเย็นมาก เหมือนคนเทน้ำแข็งใส่หลัง จี๊ดจ๊าดสะใจ
ทริ๊คง่ายๆ ในการเข้าถ้ำน้ำให้สนุกคือ การหวีดค่ะ หวีดไปเลย หวีดให้สุดเสียง พร้อมกับเร่งความเร็วในการสาวเชือก แล้วก็หวีด พอคนแรกหวีดจะมีคนที่สอง สาม สี่และห้า และเมื่อใดที่เสียงหวีดมันกึกก้อง
ทีนี้มันจะสนุกมากค่ะ สนุกเยี่ยวเล็ด 555 เราว่าบรรยากาศของความสนุกมันสามารถสร้างได้ ดังนั้น จงสร้าง


ในระหว่างทางกลับเราก็เจอ งัว หรือ วัว นั่นเอง แล้วทีนี้มันก็มีเรื่องราวประทับใจมาเล่าให้ฟังสิคะ เอ้า ไป๊
"เฮ้ยยย! นั่นลูกวัวป่าวอ่ะ น่ารักมาก"
"ใช่ๆ ลูกงัว ไปถ่ายรูปไม๊"
ไกด์หนุ่มชาวลาวเสนอ
เราค่อยๆ ย่างเข้าไปใกล้ลูกงัวตัวน้อย
"เธอๆ เราขอถ่ายรูปเธอหน่อยได้ไม๊" เราขออนุญาต
พลางเดินเข้าไปใกล้
"งอววววววววว" เสียงร้องจากคันนาด้านล่าง
งัวตัวหนึ่งเงยหน้าขึ้นมองด้วยความไม่สบายใจ
Alittle ทำเฉย ไม่ลดละที่จะเข้าหาลูกงัว
ในใจคิด "อยากลูบหัวมันสักที"
แกรบๆๆ เสียงฟางถูกเหยียบ
พร้อมกับที่แม่งัวถีบตัวขึ้นมาจากคันนา
เดินมาทางลูก เอ๊ะ หรือจะพุ่งมาทางเรา
"มันห่วงลูก ถอยๆ" ไกด์หนุ่มส่งสัญญาณ
โอเค ได้ ได้ เราคิด
พร้อมค่อยๆ ถอยห่าง ยกกล้อง
และอมยิ้มกับภาพแห่งรักที่กำลังดำเนินไป



"มันห่วงลูก" ใช่ลูกวัวในช่วงนี้ก็เหมือนเด็ก
เด็กต้องได้รับความคุ้มครองจากผู้ใหญ่
และผู้ใหญ่เป็นห่วงเด็กก็คงเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม
และเป็นหน้าที่ทางความสัมพันธ์
และทางสังคมที่ควรทำ แต่เราว่าต้องทำมากกว่า
แต่หลายๆ ครั้ง ผู้ใหญ่ก็ละเลยหน้าที่นี้
ส่งผลให้เด็กหลายคนได้รับอันตรายทั้งโดยตั้งใจ
และไม่ตั้งใจ ลองคิดสิ ถ้าเราคิดไม่ดีต่อลูกวัว
โดยแม่วัวไม่เดินเข้ามาปกป้อง
ลูกวัวตัวนั้นก็คงเป็นเหมือนเด็กหลายคนที่โดนทำร้าย
ทุกคนสามารถไปตามอ่านเรื่องราวต่างๆ ของชีวิตเล็กๆ ที่เราได้ประสบพบเจอได้นะคะ


ในระหว่างทางกลับเพื่อนเจนนางก็เจอแม่ไก่ และลูกๆ กำลังคุ้ยหาอาหาร นางก็พยายามจับภาพค่ะ
เห็นไม๊ค่ะ รายละเอียดระหว่างสองข้างทางจะนำมาซึ่งความอิ่มเอมให้กับผู้เดินทางเสมอถ้าเราใส่ใจ
และเห็นความสำคัญในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เพื่ิอนๆ ว่าไม๊หล่ะคะ


และแล้วเราก็เดินมากินข้าวกันค่ะ ที่ร้านอาหารของเราเป็นเพิงขายของเล็กๆ 
เราแอบเห็นเครื่องทอผ้าด้วย เห็นผ้าที่ทอไม่เสร็จนั่นไม๊ค่ะ สั้นๆนะคะ "วิจิีตร"



อาหารก็ยังเป็นเหมือนเดิม คือข้าวผัด บาร์บีคิว และขนมปังฝรั่งเศส อร่อยนะ อร่อยเลยแหละ





เมื่องานถ้ำเสร็จเราก็ไปต่อกันที่งานคายัก ขากลับนี้เราได้นั่งรถคันเดียวกับว่าที่พ่อของลูกเรา (เสื้อดำ)
เรารักเค้ามาก เราแบบต้องการสร้างชีวิตคู่ รักแบบอยากอยู่ด้วยกัน และตายด้วยกัน
เรารักเค้าาาาาาาาาาาาาาาาา


ด้วยการที่น้ำไม่สูง ไม่เชี่ยว ไหลแบบน่ารักๆ ครั้งนี้เลยไกด์เลยไม่ซีเรียสมากเท่าหน้าฝน 
ครั้งที่แล้วนะต้องล้อมวงกันพูดคุย แนะนำวิธีการพาย วิธีการปฏิบัติตัวเมื่อเรือคว่ำ ใครพายไม่เป็นก็มีไกด์ประกบ มีการนัดแนะกระบวนท่าต่างๆ แต่ครั้งนี้ชิวมาก มาถึงก็ลงเลย
นั่นดูอีเสื้อดำสิ ทะเล้นมาก ยั่วเราอยู่แน่ๆ บ้าจริง
สำหรับทริ๊คการพายคายัคให้สนุก คือการชวนเพื่อนลำอื่นแข่งค่ะ เราจะมีปฏิสัมพันธ์ได้เห็นรอยยิ้มเพื่อนร่วมทาง หรือจะเป็นการสาดน้ำใส่กันก็ไม่เลวนะคะ สาดมันเลยค่ะ ทำเป็นสงครามระหว่างเรือ และหวีดไปด้วย คราวนี้ระหว่างทางของเราก็จะสนุกเพิ่มขึ้นอีกมาก เราต้องสร้างค่ะ 555





วังเวียงนี่มันขึ้นกล้องจริงๆ 


ทริปของเราครั้งนี้มีเด็กน้อยเกาหลีขวัญใจชาวคณะด้วย ชื่อไรไม่รู้แต่เราเรียกนางแฮรี่ ดูสิเหมือนไม๊


และเมื่อพายมาได้สักพักเราก็จะหยุดพักหายใจหายคอ และสัมผัสกับบรรยากาศอันสวยงามของวังเวียงกันที่บาร์ริมแม่น้ำค่ะ ที่บาร์ก็จะมีเครื่องดื่มเอย อาหารเอยขาย และมีกิจกรรมสนุกๆ ให้เราทำ
ไม่ว่าจะเป็น สนุ๊ค บาส วอลเล่ย์ เปตอง นอนเปล หรือเต้น แล้วแต่ ใครอยากทำไรทำ



นี่เลือกเล่นบาส


นี่เลือกกิน


นี่ขอดื่ม


นี่ก็กินลม ชมบรรยากาศ





ส่วนนี่ดื่มเสร็จ พอกรึ่มๆ ก็อ่อยค่ะ ด้วยการไปเล่นวอลเล่ย์ กับหนุ่มเกาหลี และไกด์ชาวลาว
ประเด็นคือ เกาหลีเสื้้อดำตามดาวมาเล่นด้วยค่ะ เค้าต้องชอบดาวมากแน่ๆ 
ในระหว่างเล่นดาวก็วาดลวดลายเต็มที่ แตะมือบ้าง กอดบ้าง ฉวยโอกาสกันก็ช่วงนี้
โอ๊ยยยย นี่ดาวก็สบายใจ ตายตาหลับ


เบียร์ลาว ถ้ามาลาวต้องเบียร์ลาว ถ้าไม่เบียร์ลาว แสดงว่าไม่ได้มาลาว

พอจบทริปคายัก เพื่อนๆ ก็เหนื่อยกันมากแล้ว เราก็ขอแยกตัวกับเพื่อนๆ เช่าจักรยานและไปหาเด็กๆ
เพราะเรายังอยากสัมผัสวังเวียง และอยากใช้ชีวิตในระหว่างอยู่ที่นี่ให้ได้คุ้มค่าที่สุด เราก็เลยไปหาน้องคร แต่น้องยังไม่กลับ เรากับน้องพายเลยปั่นจักรยานไปตามน้องกันที่โรงเรียน


โรงเรียนลาวก็เหมือนโรงเรียนไทยในชนบทห่างไกลที่มีอาคารไม่กี่หลัง และสนามหญ้าตรงกลางกว้างๆ เพื่อประกอบกิจกรรม เมื่อเราไปถึงก็มีเด็กหนุ่มวังเวียงกำลังเตะบอลกันอยู่



เราก็ชวนเด็กๆ ไปปั่นจักรยานเล่น ปั่นเรื่อยๆ ไม่มีจุดหมาย แค่อยากใช้เวลา หัวเราะ และพูดคุยกับเด็กพวกนี้ 
"พี่กอล์ฟ ไปทางนู้นสิ ไปทางนี้สิ ไปนู่นดีกว่า ไปนี่ดีกว่า" หลากหลายคำแนะนำของเด็กๆ ที่ได้ยิน ทำให้มีความสุขพิลึก



หนุ่มๆ แก็งค์จักรยาน






"พี่กอล์ฟพระอาทิตย์กำลังตกดิน" ใครไม่รู้บอกเรา
เราหันไปดูสวยมาก สวยจนต้องร้อง โหหหหหหหหหหหหห
"ไป๊ เร็วๆ" เราสั่งเด็กๆ ให้รีบปั่น เพื่อหาสถานที่ในการชมพระอาทิตย์
เมื่อไปถึงปรากฎว่านางหายไปแล้ว นางตกเร็วมาก ตกเร็วจนน่าตกใจ 
แต่เอาเถอะอย่างน้อยก็เห็นเสี่้ยวหนึ่งของความงามนางแล้ว
เราไปหยุดกันที่แปลงนาแห่งหนึ่งและตั้งกล้องถ่ายรูปกันสนุกสนาน เสียงหัวเราะ เสียงเด็กๆ ทะเลาะแย่งที่ยืนกัน
ยังก้องอยู่ในหูของเราอยู่เลยตอนนี้





"เด็กๆ เรามาโยนฟางกันดีกว่า"


"เด็กๆ เรามากระโดดกันดีกว่า นับ 1 2 3 นะ"
"พี่กอล์ฟ เราทำแบบนี้ไม๊" พายเสนอพร้อมทำหกสูงให้ดู
"โอเค ทุกคนทำแบบพายบอกนะ"



เอ้าถ่ายรูปรวมก่อนกลับหน่อยมา
"เดี๋ยวผมถ่ายให้" น้องครอาสา 

เรายังเชื่อเสมอว่า
สถานที่แห่งนั้นก็จะมีความสวยงามและพิเศษมากยิ่งขึ้น
ด้วยความรัก ความรู้สึกดีๆ จาก "คน" ที่คอยเข้ามาเติมเต็มให้เราในระหว่างเดินทาง

และคืนนี้ก่อนที่เราจะแยกย้ายกลับเราได้แวะไปบ้านน้องคร
และมอบของขวัญปีใหม่เป็นกระเป๋าดินสอให้กับเด็กๆ ในบ้าน
ในขณะเดียวกับที่น้องครเดินไปเปิดลิ้นชักโต๊ะ และหยิบถุงหนึ่งมาให้
ภายในบรรจุกระเป๋าแขวนคอใบเล็ก 4 ใบ แล้วบอกว่า
"แม่ฝากไว้ให้พี่ๆ ทุกคน แม่บอกว่าแวะมาหาอีกนะ"

เราเดินกลับมากินอาหารกับเพื่อนโดยแบกน้องครอยู่บนหลัง และรายล้อมไปด้วยเด็กๆ ที่มาส่ง
กับข้างในหัวใจที่ไม่สามารถอธิบายความรู้สึกได้

แนวปฏิบัติของนักสังคมสงเคราะห์/นักจิตวิทยาตามป.วิอาญา ในการสืบพยานเด็ก

สวัสดีพี่น้องนักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาตามป.วิ อาญา ที่รักทุกท่าน ผู้เขียนตั้งใจเขียนแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมาเพราะรู้ดีว่าแม้พวกเราจะได้ร...