หลังจากไปตึกปิยชาติและทำวิจัยหามรุ่งหามค่ำกับน้องพลอย และกลับถึงห้องตีห้ากว่า
ทำให้อีกวันนึงเวลาที่หมดไปในช่วงที่มีแสงแดด จึงถูกใช้ไปกับการนอน ตื่นมาอีกทีก็บ่ายสามแก่ๆ
ทำให้อีกวันนึงเวลาที่หมดไปในช่วงที่มีแสงแดด จึงถูกใช้ไปกับการนอน ตื่นมาอีกทีก็บ่ายสามแก่ๆ
ตื่นมาถึงก็นั่งปั่นวิจัยต่อถึงสองทุ่ม แล้วจึง พับคอมขนของไปคณะ
เพราะคืนนี้มีนัดกับน้องพลอยอีกว่าจะไปตึกปิยชาติเพื่ออ่านหนังสือด้วยกันอีก
เพราะคืนนี้มีนัดกับน้องพลอยอีกว่าจะไปตึกปิยชาติเพื่ออ่านหนังสือด้วยกันอีก
เมื่อมาถึงคณะก็ไม่ผิดหวัง คณะยังคงคึกคัก โวยวาย และเต็มไปด้วยการจิกกัดเช่นเดิม
แสดงนำโดย พี่โตน้อท แอมโบ้ท อิฉี น้องแอ้ม น้องพลอย นกไป้ (ที่ไปกินเหล้ากับชาย) นิกกี้ และข้าวปลายที่นั่งอ่านหนังสือกันข้างนอก
เมื่อถึงห้าทุ่ม ซึ่งเป็นเวลาที่ทุกคนรู้ว่าต้องแยกย้าย ไม่งั้น คุณพ่อ(ยาม) จะเดินมาไล่
อีกอล์ฟกับ น้องพลอยก็รู้จุดหมายที่จะไปกันโดยอัตโนมัติ
แต่สิ่งพิเศษกว่านั้นคือ คืนนี้เรามีแขกรับเชิญมาอีกหนึ่งคน คือ น้องแอ้ม ยามแห่งรุ่น 60
แสดงนำโดย พี่โตน้อท แอมโบ้ท อิฉี น้องแอ้ม น้องพลอย นกไป้ (ที่ไปกินเหล้ากับชาย) นิกกี้ และข้าวปลายที่นั่งอ่านหนังสือกันข้างนอก
เมื่อถึงห้าทุ่ม ซึ่งเป็นเวลาที่ทุกคนรู้ว่าต้องแยกย้าย ไม่งั้น คุณพ่อ(ยาม) จะเดินมาไล่
อีกอล์ฟกับ น้องพลอยก็รู้จุดหมายที่จะไปกันโดยอัตโนมัติ
แต่สิ่งพิเศษกว่านั้นคือ คืนนี้เรามีแขกรับเชิญมาอีกหนึ่งคน คือ น้องแอ้ม ยามแห่งรุ่น 60
เมื่อไปถึงเราก็เริ่มพิธีกรรมการอ่านหนังสือไป เปิดเพลงไป คุยกันไป ด่ากันไป ถ่ายแฟชั่นไป
ทำสิ่งเหล่านี้ไปจนเวลาล่วงเลยมาถึงตีห้า ในขณะที่น้องพลอยอ่านชีทซาเทียร์บำบัดของอาจารย์ชานนท์เสร็จพอดี ก็ได้เวลาเก็บของกลับห้อง นอน!! โดยในระหว่างเก็บของ อีกอล์ฟก็โพล่งพูดเล่นมาว่า
"อ่านไปนี่เป๊ะมากนะ แต่สรุปคือไม่ได้สอบ เพราะไม่ตื่น"
ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จ ที่สามารถสร้างความขบขันให้กับผีสองตัวได้หัวเราะกันพองาม
โดยไม่รู้ถึงเหตุการณ์เบื้องหน้า
โดยไม่รู้ถึงเหตุการณ์เบื้องหน้า
![]() |
| แฟชั่นชุดที่ แสดงพัฒนาการแบบก้าวกระโดของน้องแอ้ม |
กลับมาถึงห้องก็ล้างหน้า เตรียมตัวนอน และเช็คนิวฟีดเฟสบุ๊ค อีกรอบ และได้ไปฝากข้อความไว้กับสถานะอิฉี ว่าด้วยการไม่มั่นใจในตัวเอง ว่าจะตื่น เมื่อทำทุกอย่างเสร็จก็ตั้งนาฬิกาปลุก ไว้ที่ 8.10 AM แล้วทิ้งตัวลงนอนด้วยความกระหาย
เวลาผ่านไป............ฉันรู้สึกตัวอีกทีด้วยการสลึมสลือในท่านอนคว่ำหน้า แล้วผลุงหยิบมือถือออกมาดูเวลา และคุณขานาฬิกาบอกเวลาว่า ขณะนี้ 10.48 น. ทุกอย่างหลังจากนั้นเกิดขึ้นเร็วมาก ฉันพุ่งตัวไปห้องน้ำเปิดก็อกล้างหน้า ทายาสีฝันลงบนแปรง และแปรงไปพองาม ออกมาคุ้ยเสื้อนักศึกษาในตะกร้าผ้า คว้ากางเกงที่แขวนอยู้ ใส่เข็มขัด หยิบกระเป๋า ใส่รองเท้าแล้วก็วิ่งไปห้องสอบ ตอนนี้ฉันสายมาเกือบ 2 ชั่วโมงแล้ว ในระหว่างทางที่วิ่ง ความคิดฉันก็วิ่งวุ่นไม่แพ้กัน ฉันเดาเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นข้างหน้าไปต่างๆ นานาๆ พลักนึกสมน้ำหน้าตัวเองไม่ได้จริงๆ
เกียรตินิยมที่ฉันฝันคงถูกดับสลายเพราะฉันติด F จากการตื่นไม่ทันสอบ
ฉันขึ้นบันได SC ไปชั้นสามเดินตรงไปห้อง SC3050 ที่เป็นห้องสอบ ขณะนั้นเวลา 11 โมงกว่าๆ ฉันเปิดประตูห้องสอบเจอพี่ปอย(พี่เลขาชั้นสอง ผู้คุมสอบ)นั่งอยู่ พร้อมกับการหันขวับมาของเพื่อนทั้งห้อง ฉันบอกพี่ปอยด้วยรูปปากว่า "หนูเพิ่งมา" พี่ปอยแสดงสีหน้าตกใจ และให้ฉันเดินไปถามอาจารย์ว่าจะให้ฉันสอบไหม ในขณะที่ฉันกำลังเดินไป อาจารย์ก็รีบผลุงจากเก้าอีเดินมาหาฉันด้วยเช่นกัน ฉันเห็นอาจารย์พูน และอาจารย์ตั๊กที่กำลังเดินมา สิ่งที่ฉันทำได้มากที่สุดในตอนนั้นคือการยกมือไหว้ และบอกอาจารย์ว่า "หนูเพิ่งมา ค่ะ" อาจารย์ทั้งสองยิ้มซึ่งมีความหมายทางสัญลักษณ์ที่ฉันแปลเอาเองว่า
"ว่าแล้ว ต้องมีแบบนี้แน่ๆ" และอาจารย์ตั๊ก อาจารย์ประจำเซ็คฉันก็บอกฉันว่า
"ไปคุยกันนอกห้อง" ฉันเดินออกไปนอกห้องอย่างว่าง่าย แล้วทิ้งก้นลงไปที่ม้านั่งหน้าห้อง
และเริ่มบทสนทนากับอาจารย์
อาจารย์: น็อกเหรอ? เห็นเพื่อนว่าหลับตีห้ากว่าแล้ว ทำอะไรอยู่
กอล์ฟ: อ่านหนังสือค่ะ หนูคิดว่าจะงีบซักพัก แต่มัน......
อาจารย์: (ยิ้ม) เราว่างวันไหน สอบใหม่นะ แต่ต้องหนักกว่าเพื่อน
กอล์ฟ: ได้ค่ะ อาจารย์ หนูว่างหลังจากวันที่ 8 ค่ะ
อาจารย์: นั่งคิด พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูปฎิทิน "เอ ครูไม่ว่างเลย...เอานี้ไม๊ เราไม่ต้องสอบ แต่ครูจะให้เราไปสรุปบทเรียนมาตั้งแต่ต้นจนจบของวิชานี้ว่าเราได้เรียนรู้อะไรไปบ้าง แล้วส่งมาให้ครูทางเมว แต่คะแนน นี่เราก็จะได้ไม่เท่าเพื่อนนะ เต็ม 20 เราอาจจะได้สูงสุดแค่ 15"
กอล์ฟ: "ได้แค่นี้ก็ดีมากสำหรับหนูแล้วค่ะ แต่......หนูขอสอบได้ไม๊ค่ะอาจารย์ เพราะหนูคิดว่า มันแลดูเอาเปรียบเพื่อนมากไปหน่อย คนอื่นสอบกัน แต่หนูแค่ทำงานส่ง ถึงจะได้คะแนนไม่เท่าเพื่อนก็เถอะ หนูขอสอบตอนนี้ก่อนก็ได้"
อาจารย์: ."คือตอนนี้นี่ยากแล้ว เอาเป็นว่าวันที่ 11 เราว่างไม๊ ("ว่างค่ะ") มาเจอครูที่ตึกคณะนะ แต่สอบเราจะต้องหนักกว่าเพื่อน "
กอล์ฟ: "ขอบคุณมากค่ะอาจารย์" ยกมือไหว้ น้ำตาคลอเบ้า
อาจารย์: อาจารย์ยิ้มให้ และทิ้งท้าย "ไม่ต้องกังวลนะ"
จบบทสนทนาฉันแวะทักพี่อินอาร้มพี่ภัสบ็อกที่บริเวณหน้าห้องสอบ แล้วเดินกลับหออย่างลอยๆ
ครั้งนี้เป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่อีกหนึ่งครั้งในชีวิต ฉันรู้สึกสมน้ำหน้าตัวเองชิบหาย และมากไปกว่านั้น
มันทำให้ฉันรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมากที่ได้มีโอกาสมาอยู่ในคณะนี้
ทุกอย่างที่ฉันคิด และสิ่งที่ฉันเป็นมันต่างกัน ฉันไม่รู้จะหาคำไหนที่จะกล่าวขอบคุณอาจารย์
และฉันไม่รู้จะหาวิธีไหนที่จะอธิบายความรู้สึกที่ฉันมีอยู่ตอนนี้ กับท่าทีของอาจารย์ที่ไม่ติเตียน
และให้โอกาสฉัน หนูขอบคุณอาจารย์อีกครั้งนะคะ
หลังจากเหตุการณ์นี้มันทำให้ฉันเข้าใจว่า
การให้โอกาสกับบุคคลที่ทำพลาดมันสำคัญขนาดไหน
เพราะการได้รับโอกาสจากอาจารย์ในครั้งนี้ มันทำให้ฉันชุ่มชื่นและเจ็บแปลบในหัวใจในขณะเดียวกัน ฉันว่าการให้โอกาสเป็นการลงโทษที่ทรงประสิทธิภาพมากสำหรับฉัน
การสำนึกผิด ความตื้นตัน แรงกระตุ้นสู่การปรับตัว และกลิ่นอายแห่งบทเรียน
มันคลุกเคล้ากันไปอย่างกลมกล่อม
วันนี้ทำให้ฉันศรัทธา ในหลักสังคมสงเคราะห์ที่นำมาสู่การปฏบัติโดยอาจารย์ที่ว่า
"มนุษย์ทุกคนสามารถปรุงปรับ และพัฒนาได้ถ้าเราให้โอกาส"
การให้โอกาสกับตนเอง ก็เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าหากฉันเลือกที่จะไม่ไปสอบ เพราะคิดเอาเองว่ามันคงไม่มีอะไรดีขึ้น เพราะฉันคงไม่ได้เข้าห้องสอบ และคงติดเอฟแน่ๆ ฉันก็คงจะไม่ได้โอกาสอันนี้ สิ่งสำคัญที่ฉันเห็นคือ ความผิดพลาดทุกอย่างเกิดขึ้นได้ และการคาดการณ์ล่วงหน้าถึงสิ่งที่เลวร้ายก็ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะนั่นจะทำให้เราได้ให้โอกาสส่วนหนึ่งของตัวเรา
ได้ปลอบใจตัวเองก่อนที่จะไปเจอเหตุการณ์จริง
แต่ครั้งนี้ มันสอนฉันว่า สิ่งที่เราคิดกับที่ที่เกิดขึ้นมันไม่เหมือนกัน ดังนั้น เมื่อผิดพลาด
จึงต้องทำทุกทางที่มีเพื่อหาวิธีแก้ อย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะถ้าตอนนั้นฉันเลือกนอนจิตตก และปลง
ไม่เดินไปห้องสอบ ฉันก็คงพลาดโอกาสนี้ไป ดังนั้น ฉันแค่อยากจะบอกว่า
" ก่อนที่จะหวังให้คนอื่นหยิบยื่นโอกาสให้ เจ้าจงให้โอกาสตนเองก่อน"
เชื่อเถอะว่าวันนี้จะเป็นอีกหนึ่งวันที่ตราตรึงและเด่นชัดอยู่ในชีวิตมหาลัยของฉัน
ครั้งหน้าถ้าอ่านหนังสือดึก จงอย่าลืม
- ตั้งนาฬิกาปลุกโดยตรวจทานว่าได้แตะเพื่อให้มันทำงานแล้ว
- ถ้าบอกเพื่อนให้ปลุก ควรบอกเวลาที่จะให้เพื่อนโทรปลุกไว้ด้วย
- ถ้าไม่มั่นใจ อย่างีบ แต่จงหากิจกรรมทำจนถึงเวลาสอบ!
ขอให้ความผิดพลาดของฉันเป็นบทเรียนของฉัน และทุกคน
ขอขอบคุณความผิดพลาดที่ทำให้ฉันได้เข้าใจบางอย่างอย่างแจ่มชัด
และขอขอบคุณที่ทำให้รู้ว่าโอกาสที่เป็นบทลงโทษที่กลมกล่อมที่สุด

