ถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ "แม่ใช้ความรุนแรง"
"เมื่อการถ่ายคลิปไม่ได้แก้ปัญหา และปวีณาไม่ใช่คำตอบ"
1. การถ่ายคลิปไม่ใช่ทุกอย่าง
พอสักทีครับกับเทรนด์การถ่ายคลิปประจานในลักษณะนี้
เพราะบางครั้ง "เจตนาดี" ใช่จะ "ส่งผลดี" ทุกทีไป
ถ้าเราเห็นใครถูกทำร้ายร่างกายในลักษณะนี้
สิ่งที่ควรทำคือเข้าไป "ห้าม" ครับ
ถ้าคนเดียวไม่กล้าก็ชวนกันไปหลายๆ คนครับ
เพราะการห้ามในขั้นต้นจะช่วยเด็กได้มาก
"ลูกกูกูจะทำอะไรก็ได้" เหตุผลนี้ใช้ไม่ได้ครับ!! อย่าเชื่อ
แต่ถ้าไม่กล้าจริงๆ แทนที่จะหยิบโทรศัพท์ถ่ายคลิป
ผมแนะนำโทร 191 หาตำรวจให้มาห้ามสถานการณ์ก่อน
แล้วแจ้ง 1300 ครับ!! ศูนย์ประชาบดี
มีเจ้าหน้าที่ stand by ตลอด 24 ชม.
เพราะตามมาตรา 29 ของพรบคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546
บอกว่าใครก็ตามที่เห็นเหตุการณ์แบบนี้
"จะต้องให้การช่วยเหลือเบื้องต้น" และแจ้งไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่
หรือตำรวจ "โดยมิชักช้า"
ไม่ต้องรอคลิปอัพโหลด ไม่ต้องรอเรื่องจะแชร์ถึงหูคนนู้นคนนี้
ทีเดียวเปรี้ยง!! น้องเข้าสู่ระบบการคุ้มครองเลย
............................................................................
2. ทำไมถ่ายคลิปไม่ได้?
จริงๆ คลิปนะถ่ายได้ครับ แต่ควรถ่ายเพื่อเก็บเป็นหลักฐาน
ไม่ใช่การนำลงมาเผยแพร่ในที่สาธารณะเช่นนี้
เพราะอย่าลืมครับเมื่อทุกอย่างอยู่ใน internet สิ่งนั้นจะคงอยู่ถาวร
แทนที่เราจะช่วย แต่เราจะทำให้เด็กคนนี้ถูกละเมิดอย่างไม่รู้จบ
สิทธิ์ที่จะถูกลืม (Right to be forgotten) ว่าเหตุการณ์เลวร้าย
ในลักษณะนี้ได้เกิดขึ้นกับตัวของน้องเค้าได้ถูกพรากไป
คงไม่มีผู้ถูกกระทำคนไหนที่มีความสุข
กับภาพตัวเองถูกกระทำแบบนี้ไปตลอดชีวิตใช่มั้ยครับ
............................................................................
3.ปวีณาไม่ใช่คำตอบ
ผมเชื่อว่าหลายคนนึกถึงคุณปวีณาเพราะเชื่อมั่นว่า
ถ้าเรื่องนี้ถึงหูปวีณาทุกอย่างจะคลี่คลาย แต่!!!!! ทุกคนครับ
โดยพื้นฐานคุณปวีณาแกเป็นนักการเมือง
แกช่วยให้เป็นข่าว คนสนใจ ประสานงานให้ได้
แต่เรื่องทางด้านอารมณ์ สังคม จิตใจของผู้ถูกกระทำจริงๆ นี่
มูลนิธิทำไม่ได้ครับ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องหลักเลยที่ต้องดูแล
คือถึงจะแจ้งคุณปวีณาอย่างไร
ยังไงคนที่ทำเคสก็เป็นบ้านพักเด็กและครอบครัว (บพด.)
และพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) อยู่ดีครับ
เพราะบ้านพักเด็กฯ มีนักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา
ที่จะทำงานและประเมินเด็กเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองตามระบบ
ดังนั้นการโทร 1300 โดยตรงจะช่วยลดขั้นตอนให้เด็ก
ได้รับการช่วยเหลือเร็วขึ้นด้วยซ้ำ
ไม่ต้องรอคุณปวีณาประสานไปอีกที
แต่ที่ไม่เป็นข่าวฉาวแล้วพาเด็กมาออกสื่อซ้ำ มานั่งให้สัมภาษณ์
เพราะมันผิดจรรยาบรรณครับ เรื่องเหล่านั้นมันเป็นความลับ
การนำพวกเค้ามาออกสื่อซ้ำๆ มานั้่งเป็นวัตถุ
ให้กล้องถ่ายรูปแชะๆ ไปพาดหัวฉาวๆ
มันเป็นการกระทำซ้ำ!! มันละเมิดในละเมิดครับ
เค้าเลยไม่ทำกัน!!!
(ดูความคืบหน้าการช่วยเหลือจากบพด.
และพมจ. นนทบุรีได้ในเม้นแรก)
............................................................................
ดังนั้นจึงอยากให้ทุกคนท่องให้ขึ้นใจนะครับว่า
"งดถ่ายคลิป ไม่ต้องแจ้งปวีณา แค่โทรหา 1300"
อ่ะพูดตามอีกครั้ง "1300"
ทีนี้ความหวังดีของทุกท่าน
จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเด็กจริงๆ ครับ
............................................................................
อ้างอิง
พรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 >> http://www.ecpat-thailand.org/th/1_3.pdf
สื่อไทยกับสิทธิเด็ก และสิทธิของผู้ต้องหา>> http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/636878



