วันพฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2560

เมื่อการถ่ายคลิปไม่ได้แก้ปัญหา และปวีณาไม่ใช่คำตอบ

ถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ "แม่ใช้ความรุนแรง"
"เมื่อการถ่ายคลิปไม่ได้แก้ปัญหา และปวีณาไม่ใช่คำตอบ"



1. การถ่ายคลิปไม่ใช่ทุกอย่าง
พอสักทีครับกับเทรนด์การถ่ายคลิปประจานในลักษณะนี้
เพราะบางครั้ง "เจตนาดี" ใช่จะ "ส่งผลดี" ทุกทีไป
ถ้าเราเห็นใครถูกทำร้ายร่างกายในลักษณะนี้
สิ่งที่ควรทำคือเข้าไป "ห้าม" ครับ
ถ้าคนเดียวไม่กล้าก็ชวนกันไปหลายๆ คนครับ
เพราะการห้ามในขั้นต้นจะช่วยเด็กได้มาก
"ลูกกูกูจะทำอะไรก็ได้" เหตุผลนี้ใช้ไม่ได้ครับ!! อย่าเชื่อ

แต่ถ้าไม่กล้าจริงๆ แทนที่จะหยิบโทรศัพท์ถ่ายคลิป
ผมแนะนำโทร 191 หาตำรวจให้มาห้ามสถานการณ์ก่อน
แล้วแจ้ง 1300 ครับ!! ศูนย์ประชาบดี
มีเจ้าหน้าที่ stand by ตลอด 24 ชม.

เพราะตามมาตรา 29 ของพรบคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546
บอกว่าใครก็ตามที่เห็นเหตุการณ์แบบนี้
"จะต้องให้การช่วยเหลือเบื้องต้น" และแจ้งไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่
หรือตำรวจ "โดยมิชักช้า"

ไม่ต้องรอคลิปอัพโหลด ไม่ต้องรอเรื่องจะแชร์ถึงหูคนนู้นคนนี้
ทีเดียวเปรี้ยง!! น้องเข้าสู่ระบบการคุ้มครองเลย
............................................................................

2. ทำไมถ่ายคลิปไม่ได้?
จริงๆ คลิปนะถ่ายได้ครับ แต่ควรถ่ายเพื่อเก็บเป็นหลักฐาน
ไม่ใช่การนำลงมาเผยแพร่ในที่สาธารณะเช่นนี้
เพราะอย่าลืมครับเมื่อทุกอย่างอยู่ใน internet สิ่งนั้นจะคงอยู่ถาวร
แทนที่เราจะช่วย แต่เราจะทำให้เด็กคนนี้ถูกละเมิดอย่างไม่รู้จบ

สิทธิ์ที่จะถูกลืม (Right to be forgotten) ว่าเหตุการณ์เลวร้าย
ในลักษณะนี้ได้เกิดขึ้นกับตัวของน้องเค้าได้ถูกพรากไป

คงไม่มีผู้ถูกกระทำคนไหนที่มีความสุข
กับภาพตัวเองถูกกระทำแบบนี้ไปตลอดชีวิตใช่มั้ยครับ
............................................................................

3.ปวีณาไม่ใช่คำตอบ
ผมเชื่อว่าหลายคนนึกถึงคุณปวีณาเพราะเชื่อมั่นว่า
ถ้าเรื่องนี้ถึงหูปวีณาทุกอย่างจะคลี่คลาย แต่!!!!! ทุกคนครับ
โดยพื้นฐานคุณปวีณาแกเป็นนักการเมือง
แกช่วยให้เป็นข่าว คนสนใจ ประสานงานให้ได้
แต่เรื่องทางด้านอารมณ์ สังคม จิตใจของผู้ถูกกระทำจริงๆ นี่
มูลนิธิทำไม่ได้ครับ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องหลักเลยที่ต้องดูแล

คือถึงจะแจ้งคุณปวีณาอย่างไร
ยังไงคนที่ทำเคสก็เป็นบ้านพักเด็กและครอบครัว (บพด.)
และพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) อยู่ดีครับ

เพราะบ้านพักเด็กฯ มีนักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา
ที่จะทำงานและประเมินเด็กเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองตามระบบ
ดังนั้นการโทร 1300 โดยตรงจะช่วยลดขั้นตอนให้เด็ก
ได้รับการช่วยเหลือเร็วขึ้นด้วยซ้ำ
ไม่ต้องรอคุณปวีณาประสานไปอีกที

แต่ที่ไม่เป็นข่าวฉาวแล้วพาเด็กมาออกสื่อซ้ำ มานั่งให้สัมภาษณ์
เพราะมันผิดจรรยาบรรณครับ เรื่องเหล่านั้นมันเป็นความลับ
การนำพวกเค้ามาออกสื่อซ้ำๆ มานั้่งเป็นวัตถุ
ให้กล้องถ่ายรูปแชะๆ ไปพาดหัวฉาวๆ
มันเป็นการกระทำซ้ำ!! มันละเมิดในละเมิดครับ

เค้าเลยไม่ทำกัน!!!

(ดูความคืบหน้าการช่วยเหลือจากบพด.
และพมจ. นนทบุรีได้ในเม้นแรก)
............................................................................

ดังนั้นจึงอยากให้ทุกคนท่องให้ขึ้นใจนะครับว่า
"งดถ่ายคลิป ไม่ต้องแจ้งปวีณา แค่โทรหา 1300"
อ่ะพูดตามอีกครั้ง "1300"

ทีนี้ความหวังดีของทุกท่าน
จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเด็กจริงๆ ครับ
............................................................................

อ้างอิง

พรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 >> http://www.ecpat-thailand.org/th/1_3.pdf

สื่อไทยกับสิทธิเด็ก และสิทธิของผู้ต้องหา>> http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/636878

สิทธิแต่งหญิง คือ สิทธิมนุษยชน


ไม่น่าเชื่อว่าในเดือนต.ค. ปี 2559 ที่ผ่านมา
จะต้องมีนักศึกษาคนหนึ่งต้องเผชิญกับเรื่องราวที่สร้าง
ความปวดร้าวให้กับชีวิตด้วย "การถูกบังคับ"
ให้เปลี่ยนใส่ชุดที่ไม่ตรงกับเพศสภาพ จนถึงขั้นตัดผมสั้น
ถูกทำร้ายจากคำพูดด้วยความไม่เข้าใจและอคติทางเพศ
ถูกกล่าวหาว่าทำให้จรรยาบรรณ และความเชื่อถือทางวิชาชีพเสื่อมเสีย
ถูกเรียกพบ และตอบคำถามจากคณาจารย์เพียงเพราะ
"การแต่งกายตามเพศสภาพที่ตนเลือก" นั้น
ไม่สอดคล้องกับคำนำหน้านามว่า "นาย"

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จาก "ความบ้า" ของ "ลีน่าจัง"

ในหลายวันมานี้กระแสของขุ่นแม่ลีน่าได้ปะทุเปรี้ยงปร้างขึ้นมาอีกครั้งในโลกอินเตอร์เน็ตผ่าน Live โดยเพจ ข่าวโหด ของนาง เราเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เข้าไปเล่นกับขุ่นแม่บ่อยๆ ไม่ว่าจะคลิปหวีดใส่ลิง หรือการโฟนอินหาผัวคนที่ 9 ก็ตาม ต้องยอมรับจริงๆ ว่านางได้สร้างความสุข และความสนุกให้กับเราก่อนนอนมาหลายคืนแล้ว


เลือกแผนการเรียนม.ปลาย ผิดนี่นรกชัดๆ!



ช่วงนี้เป็นช่วงสับสนของน้องๆ ม.3 หลายคนที่ต้องเลือกแผนการเรียนว่าเอ้....เหง้าหน้า เหง้าสมองอย่างเราจะเลือกเรียนอะไรดี แหม!! เรียนมาอายุ 15 16 ปีแล้วพี่ขา หนูยังไม่รู้เลยค่าาาา ว่าหนูชอบอไร อยากเรียนอะไร เรียนเพื่อพ่อ เพื่อแม่ เพื่อตัวเอง หรือเพื่อใคร ตัดสินใจไม่ได้สักที ถ้าหนูกำลังเจอสถานการณ์เหล่านี้ พี่บอกเลยว่าไม่ใช่แค่หนูที่เป็นค่ะ หลายคนก็เคยเป็นและกำลังเป็นอยู่ ถ้างั้นมาเลยค่ะ มานี่!!! มาคุยกันก่อนนนนน
...........................................................................
ในฐานะคนที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับ 3 ปี ที่เลือกเรียนผิดสาย (วิทย์ คณิต) และการเข้าเรียนมหาลัยที่ต้องเบี่ยงมาอีกสาย (สายสังคม) เพื่อให้ตรงกับความถนัด ความชอบ ความฝัน
และเพื่อให้มันตอบโจทย์ชีวิตนั้น เราขอแนะนำโดยเอาประสบการณ์เราเป็นฐาน ว่าาาาาาาาาา

แนวปฏิบัติของนักสังคมสงเคราะห์/นักจิตวิทยาตามป.วิอาญา ในการสืบพยานเด็ก

สวัสดีพี่น้องนักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาตามป.วิ อาญา ที่รักทุกท่าน ผู้เขียนตั้งใจเขียนแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมาเพราะรู้ดีว่าแม้พวกเราจะได้ร...