"นักสังคมสงเคราะห์ Drag Queen
และการเลี้ยงลูกให้เติบโตท่ามกลางความหลากหลาย"
......................................................................................
Kyle Chu หรือในชื่อ Panda Dulce เป็นนักสังคมสงเคราะห์และก็เป็น Drag Queen ด้วยในเวลาเดียวกัน สิ่งที่น่าสนใจก็คือ Kyle Chu หรือ Panda Dulce ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกิจกรรม Drag Queen Story Hour ที่จะให้เหล่า Drag Queen ได้สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเล่านิทานที่ห้องสมุดสาธารณะ ในทุกๆ เดือน โดยเด็กส่วนใหญ่จะเป็นเด็กเล็กที่เพิ่งเริ่มเรียนรู้โลกกว้างโดยเฉพาะเรียนรู้เรื่องบทบาททางเพศ โดยเป้าประสงค์ของกิจกรรมนี้ก็เพื่อให้เด็กๆ ได้มีโอกาสสำรวจและค้นหาความหลากหลายทางเพศที่มีอยู่ เพราะ Panda Dulce เองเชื่อว่า "มันสำคัญมากที่เด็กๆจะได้เรียนรู้ที่จะปฏิสัมพันธ์กับผู้คนที่มีความหลากหลายทางเพศ และเราเองก็ต้องการที่จะทำให้เด็กๆ เห็นว่าพวกเราก็คือมนุษย์คนหนึ่งเหมือนกัน" เพราะ "การที่เด็กๆ ได้มีโอกาสเห็นและอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนมากมายที่มีความหลายหลายนั้น มันจะนำไปสู่การเรียนรู้ที่จะเห็นอกเห็นใจและเข้าใจผู้อื่น และไม่เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ใจแคบ"

Merrie Cherry, Drag queen อีกคนที่เข้าร่วมโครงการนี้บอกว่ากิจกรรมนี้เป็นกระบวนการในการทำงานหรือเรียนรู้ร่วมกัน(Co- working process) ระหว่างเด็กๆ และ Drag Queen เพื่อที่เวลาเขาโตขึ้นเขาจะได้คุ้นชินกับความแตกต่างเวลาเจอตุ๊ด เจอกะเทย หรือเจอคนที่มีความหลากหลายในด้านต่างๆ เดินตามถนนเนี่ยเด็กๆ พวกนี้จะได้ไม่ต้องจ้องมองตาเขม็งและล้อเค้าอย่างสนุกปากว่า ไอ้ตุ๊ดๆๆๆ หรือดูคนนั้นสิแต่งตัวเหี้ยไรว้าาา เพราะเด็กๆ ได้เติบโตมาในสถาพแวดล้อมที่แตกต่าง และความแตกต่างเหล่านั้นต่างเป็นที่ยอมรับ เหมือนกับที่ผู้ปกครองของเด็กบอกว่า "มันสำคัญอย่างมากที่เราจะเลี้ยงดูให้เด็กๆ ของเราได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความแตกต่างมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะมันจะทำให้เด็กคนหนึ่งเติบโตเป็นเด็กที่มีความรัก มีจิตใจที่ดี และยอมรับคนอื่นๆ ซึ่งตอนนี้ฉันก็กำลังทำแบบนั้นตั้งแต่จุดเริ่มต้น"
ในฐานะที่เป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่เคยแต่งหญิงทำงานกับเด็กๆ มาแล้วนั้น เรายังจำได้ดีว่าเราเคยโดนตำหนิตั้งแต่ช่วงเริ่มจับไมค์ทำกิจกรรมใหม่ๆ ว่า "อย่าออกสาวมากทำตัวให้เรียบร้อย เราจำเป็นต้องเป็น Role model ที่ดีให้กับเด็กๆ" แต่เราก็พยายามอธิบายและสื่อสารกลับไปยังผู้ใหญ่ตลอดว่า "เรากำลังเป็น Role model ในแบบของเรา ในแบบตุ๊ดหัวโปกที่พูดค่ะ ร้องโหวกเหวกโวยวาย หัวเราะเสียงดังเวลาทำกิจกรรม แต่กิจกรรมของเรานั้นก็อัดแน่นไปด้วยสาระแบบนี้นี่แหละ" เรามีทั้งแต่งหญิงโพกฮิญาบทำกิจกรรมกับเด็กมุสลิม ใส่เสื้อเชิ้ตใส่ต่างหูยาว ที่แวบแรกเราถูกมองตั้งแต่หัวจรดตีนและเคยโดนถามว่า "เป็นวิทยากรเหรอคะ?" มาแล้ว แต่เราเองก็ยืนยันและอธิบายว่ามันจำเป็นที่เด็กๆ จะต้องได้เห็นความแปลก แตกต่าง ผิดแผกจากสิ่งที่ตนเองเคยเห็นหรือถูกบอกว่ามันดีเพื่อที่้เค้าจะได้เรียนรู้ที่จะบริหารความคิดของตัวเองเพื่อนำไปสู่การยอมรับและรู้สึก "คุ้นชิน" ในความแตกต่างเหล่านั้น
ซึ่งมากไปกว่านั้นการจำกัด Role model ให้กับคนทำงานกับเด็กเป็นแค่คนเรียบร้อย วางมาดแบบเดิมๆ เท่ากับการที่เราทำร้ายเด็กโดยการจำกัดทางเลือกให้กับเขา เรากำลังบอกเด็กๆ ว่าบุคลิกและการแสดงออกที่ได้รับการยอมรับมีจำกัด หนูจะโตขึ้นมาได้ไม่กี่แบบ และมันมีผลกระทบคือเด็กๆ หลายคนของเราจะพยายามหลอมตัวเองให้เป็นแบบที่ถูกยอมรับ ความสร้างสรรค์ในการแสดงออกซึ่งการเป็นตัวเองของใครหลายคนเลยหายไป หลายคนก็เลือกที่จะเป็นใครไม่รู้เวลาแสดงออก
ซึ่งพ่อแม่เองก็เป็นปัจจัยสำคัญในการที่จะสร้างเด็กที่มีคุณลักษณะแบบนั้น และเหล่าพ่อแม่ที่พาลูกมาฟัง Drag Queen เล่านิทานต่างมีทัศนคติและเหตุผลที่น่าสนใจ
"ฉันอยากให้โอกาสให้ลูกอยากเป็นใครก็ได้ที่เธอต้องการ และให้เค้าได้รู้ว่าพ่อแม่จะยังคงรักและมีความสุขในตัวตนของเค้าไม่ว่าเค้าจะเป็นเพศไหนหรือทำอะไรก็ได้ในโลกใบนี้" (Megan Touhy)
"มันสำคัญกับลูกสาวที่เพิ่งอายุสองขวบของชั้นมากที่จะได้รู้สึกอุ่นใจเมื่อถูกแวดล้อมไปด้วยผู้คนที่มีความหลายหลาย" (Chandra)
"ฉันอยากให้เขาได้เห็นถึงความแตกต่างหลากหลายของความงดงาม" (Elena)
ดังนั้นการเป็นตัวเองที่หลากหลายของคนทำงานด้านเด็กมันจะเป็นการส่งสารอันทรงพลังไปบอกเด็กๆ ของเราว่าถ้าโตมาหนูควรได้เป็นอะไรก็ได้ที่หนูอยากเป็น หนูควรที่จะมีความสุขกับการที่หนูได้เลือกวัตถุอะไรก็แล้วแต่ขึ้นมาตกแต่ง สอดใส่และวางทับบนตัวหนู และสิ่งเหล่านั้นจะได้รับการยอมรับ เพราะเนื้อหาสาระที่แท้จริงของการถูกยอมรับมันควรดูที่หนูทำอะไร ไม่ใช่แค่หนูแต่งตัวยังไง มีลักษณะทางเพศแบบไหน
พ่อแม่เองก็มีส่วนสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่หลากหลายเพื่อให้เด็กเติบโตมาอย่างมีภูมิคุ้มกันและเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารักในศตวรรษที่ 21 เพราะ ปีนี้ 2017 ปีหน้า 2018 และโลกมันต้องเดินหน้าไปเรื่อยๆ แบบนี้ทุกปีเด้ออออ
เรื่องราวของ Merrie Cherry >>
Short-Form Digital Drag Queen Story Hour