กราบ 1 กราบ 2 กราบ 3 ให้กับนางเลย
Spotlight ทำให้ 126 นาทีเคลื่อนผ่านไปไวอย่างน่าใจหาย
เป็นหนังอีกเรื่องที่เราเปลี่ยนท่านั่งบ่อยมาก กูตื่นเต้น มันบีบหัวใจ และลุ้น!!
มัน Based on true story หว่ะแก หนังที่สร้างจากเรื่องจริง
ที่บาทหลวงกว่า 200 คน ล่วงละเมิดทางเพศเด็กกว่า 1,000 คน
และการเพิกเฉย ละเลย ไม่ใสใจของสังคมแวดล้อมหลายฝ่าย
เราว่าถ้าเพื่อนๆ วารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนและคนทำงานด้านสื่อได้ดูคงไฟลุกโชน เราเห็นคุณค่าและพลังที่แท้จริงของคำว่าสื่อมวลชนที่สามารถส่งผลกระทบยิ่งใหญ่ให้สังคมและชีวิตผู้คนได้ #กัดไม่ปล่อยที่แท้จริง
ในทางสังคมสงเคราะห์มีหลายอย่างที่หนังได้ฉายให้เราได้เห็น
- รูปแบบการเลือกเหยื่อของบาทหลวงที่มีลักษณะเดียวกันคือ เด็กยากจนในชุมชนแออัด ที่พ่อเสียชีวิต ซึ่งลักษณะเหยื่อเช่นนี้มีนัยยะสำคัญมาก เพราะเด็กกลุ่มนี้จะมีความเปราะบางมากกว่ากลุ่มเด็กทั่วไปด้วยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างจำกัดทำให้มีความต้องการในการเติมเต็มทางด้านวัตถุอยู่แล้ว บวกกับความต้องการทางจิตใจที่เกิดจากพ่อเสียชีวิต เมื่อบาทหลวงที่มีลักษณะเป็นเพศพ่อผู้ใจดีเข้ามาซื้อไอศครีมให้กิน เข้ามาให้ความสำคัญในตัวเขา ช่วยเหลือครอบครัว เหยื่อหลายรายเลยรู้สึกว่าเขาดีใจและได้รับเกียรติ เสมือนถูกดึงตัวตนขึ้นมา และนั่นเป็น Step แรกโดยใช้จุดอ่อนทางความเปราะบางของเด็ก
- สังคมเรายังเข้าใจคำว่าล่วงละเมิดทางเพศอยู่แค่การ "สัมผัส" แต่จริงๆ แล้วการล่วงละเมิดทางเพศมันครอบคลุมทั้งรูปแบบ "สัมผัส" และ "ไม่สัมผัส" ซึ่งมีความน่ากลัวไม่แพ้กัน เพราะว่าอีการล่วงละเมิดแบบไม่สัมผัสนี่แหละ ที่เป็นตัวต่อชิ้นสัมคัญไปสู่แบบสัมผัส เช่นตัวอย่างในเรื่อง บาทหลวงเริ่มจากการชวนพูดคุยเรื่องลามก การเปิดหนังโป๊ให้ดู ลามไปสู่การชวนเด็กให้ชักว่าวและอมครวยให้ ซึ่งมีลักษณะของการกระทำที่ต่อเนื่องและเป็นแบบแผน ที่ทำให้เด็กรู้สึกค่อยๆ ปล่อยผ่านและเหมือนจะชินกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปทีละนิด จนรู้ตัวอีกทีแม่งกูโดนละเมิดในลักษณะสัมผัสและสอดใส่แล้วหว่ะ
- เหยื่อในเรื่องสะท้อนภาพชัดของผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศในวัยเด็กได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกสับสนเกี่ยวกับบทบาททางเพศ และรสนิยม เด็กหลายคนที่โดนล่วงละเมิดตั้งแต่เด็กจะส่งผลให้รูบแบบการสร้างตัวตนของตนเองผิดแผกไป เช่นบางคนจะหาความยอมรับจากคนอื่นหรือเรียกร้องความสนใจผ่านการให้คนอื่นมีเพศสัมพันธ์ด้วย (ไม่ได้อยู่ในหนังแต่เป็นเคสที่เคยเจอ) แม้ทุกวันนี้หลายคนจะเป็นผู้ใหญ่แล้วแต่บาดแผลทางใจที่เกิดจากการถูกล่วงละเมิดยังส่งผลในระยะยาว มันเป็นแผลเป็นแห่งความอับอาย ความรู้สึกผิดที่ติดตัวผู้ถูกกระทำไปตลอด
- เราแนะนำว่านักข่าวในเรื่องเวลาไปสัมภาษณ์เหยื่อควรหาเพื่อนที่เป็นนักสังคมสงเคราะห์ไปด้วย หลายคำถามกูตกใจ 55555
สรุปคือ หนังเรื่องนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ยิ่งถ้าทำงานและเรียนด้านสื่อคืออย่าเพิ่งตายถ้าไม่ได้ดู และหนังเรื่องนี้สอนให้เราเห็นความสำคัญและเกิด GAT เชื่อมโยงว่า ก่อนเก่าที่วารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนเคยอยู่ภายใต้คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์มันคงมีเหตุผลอะไรบางอย่าง เราเห็นพลังของสองวิชาชีพนี้ว่าถ้าจับมือช่วยกัน Voice เกี่ยวกับประเด็นสังคมแล้ว มันคงก่อให้เกิดผลกระทบและสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมและคนได้อีกหลายชีวิต
ศาล: "ถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกไปสู่สังคม สื่ออย่างคุณจะรับผิดชอบอย่างไร"
สื่อ: "หน้าที่ที่สื่อต้องรับผิดชอบคือการนำเสนอเรื่องนี้สู่สังคมครับ"
ปิดจ็อบ ปัง!!!
