วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2557

สารจากประธานค่าย "สังคมสงเคราะห์สัญจร"

21 พฤษภาคม 2556 เวลา 10.30 น. ณ รัฐอินเดียน่า สหรัฐอเมริกา ขณะที่ฉันกำลังเป็นแรงงานข้ามชาติอยู่นั้น ฉันได้รับข้อความผ่านเฟสบุ๊คจากเพื่อนคนหนึ่งยิงตรงมาจากประเทศไทยว่า เธอ โรงเรียนปากพนังใหญ่หม้ายอ่ะหลังจากที่ฉันได้เห็นข้อความนั้น ใจฉันเต้นไม่เป็นระส่ำ ฉันพยายามคาดเดาสิ่งที่เพื่อนฉันกำลังคิด เพื่อไม่ให้ตัวเองคิดเกินเลยไปเอง เพราะก่อนหน้านี้ฉันก็คิดอยู่เสมอว่าฉันอยากเอาค่ายคณะของฉันไปเหยียบแผ่นดินเกิดสักครั้ง ฉันจึงพิมพ์ย้อนกลับไปเพื่อสร้างความมั่นใจว่า กูขอให้มึงเอ่ยปากว่ากำลังหาโรงเรียน สังเคราะสัญจรเถอะ เพี้ยง!!!และใช่ค่ะ นิกกี้กำลังคิดหาโรงเรียนเพื่อทำค่ายสัญจรครั้งนี้อยู่ และโรงเรียนปากพนัง โรงเรียนเก่าระดับมัธยมต้นของฉันก็เป็นหนึ่งในเป้าหมาย


ในตอนนั้นฉันไม่รู้เลยว่าโอกาสความเป็นไปได้มีมากขนาดไหน ฉันไม่ได้ทำงานกน. เพื่อนเห็นฉันแค่เต้น กรีดร้อง ปีนต้นไม้ และชนกระจกได้ คงไม่มีใครกล้าคาดหวังและยอมรับให้ฉันจัดการงานใหญ่ขนาดนี้ แต่คุณพระ โชคดีที่สังคมสงเคราะห์เราเหมาเด็กนครไว้ค่อนจังหวัด
จึงทำให้น้ำหนักต่างๆ มันมีมากขึ้น  หลังจากที่ฉันเห็นโอกาสความน่าจะเป็น ฉันพยายามตอบคำถามของเพื่อน พยายามให้ทุกคนเห็นความเป็นไปได้ ถึงแม้ว่าฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันก็เถอะ แต่ฉันบอกตัวเองเสมอว่า ฉันต้องเชื่อมั่น แม้ฉันจะจากปากพนังไป 6 ปี ฉันอาจจะไม่มีอะไรที่ช่วยค่ายได้มาก ความพร้อมทางครอบครัวที่จะมาสนับสนุนอาจจะน้อย แต่ฉันมีใจ และความอยากมหาศาลที่จะขับเคลื่อนความฝันของฉันครั้งนี้
และการทำงานก็เริ่มขึ้นเมื่อทุกคนเห็นตรงกันว่า ค่ายครั้งนี้จะไปจัดที่ โรงเรียนปากพนัง หลังจากนั้น สิ่งที่วนเวียนในจิตใจและเป็นเป้าประสงค์สำหรับภาคการศึกษาครั้งนี้ของฉันคือ ค่ายสังคมสงเคราะห์สัญจรฉันกลับบ้านบ่อยขึ้น เกือบทั้งชีวิตปี3 จนถึงตอนนี้ของฉันอยู่ที่ห้องกน. หนังสือและการเรียนมีอิทธิพลต่อฉันน้อยลง ฉันทุ่มเททุกอย่างเพื่อค่ายครั้งนี้ ฉันคิดอยู่ตลอดว่าฉันอยากเห็นอะไร ฉันอยากเปลี่ยนอะไร ฉันต้องทำอะไร หลายๆ อย่างเข้ามาประดังประเด ให้คิด ให้วุ่นวาย ให้ได้แล่นไปมาในสมองฉันกันอย่างสนุกสนาน
ตั้งแต่วันแรกที่รู้ตัวมาถึงวันนี้ ฉันได้พยายามทำอะไรหลายๆ อย่าง ฉันกับใครอีกหลายคนได้ก่อร่างสร้างความฝันครั้งนี้ด้วยกัน ในตลอดระยะทางที่ผ่านมามันลำบาก มันเหนื่อย เงินกว่าสองแสนที่ต้องหามันลดจำนวนลงมาเรื่อยๆ ก็เพราะความมุ่งมั่นและตั้งใจของทุกคน ฉันไม่รู้ว่าฉันสามารถทำอะไรไปได้มากน้อยแค่ไหน ฉันไม่รู้ว่าฉันสามารถทำอะไรให้มันเกิดขึ้นได้บ้าง ฉันไม่รู้ว่าฉันได้เปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างไปได้หรือเปล่า แต่สำหรับฉัน ฉันได้ทำทุกอย่างเพื่อค่ายนี้อย่างเต็มที่แล้ว เต็มที่แล้วจริงๆ ฉันหวังเหลือเกินว่าความหวังของฉันที่มีต่อทุกสิ่งในค่ายนี้มันจะได้ถูกก่อร่างสร้างขึ้นมาบ้างแล้ว
สำหรับเรา ชาวสังคมสงเคราะห์ฉันได้บอกทุกคนไปแล้วว่าฉันไม่ได้อยากได้คนร่วมค่าย แต่ฉันอยากได้คนทำค่าย ได้มีคนมาแบ่งปัน เฉลี่ยทุกข์สุข ร่วมเผชิญความเหนื่อยยากระหว่างทาง แล้วไปรับอะไรบางอย่างเพื่อทำให้หัวใจได้ชุ่มชื่นด้วยกันในค่าย ฉันปรารถนาอย่างลึกซึ้งที่จะให้ทุกคนรู้สึกเป็นเจ้าของ และผูกพันกับสิ่งที่เรากำลังทำ ฉันอยากให้ค่ายได้เป็นครูที่สอนสิ่งใหม่ ได้เป็นเวทีให้หลายคนได้แสดงออก ได้เป็นฆ้อนทุบกำแพงได้เป็นไฟละลายน้ำแข็งอันเป็นอุปสรรคต่อการสร้างสัมพันธภาพ และได้เป็นกาวเชื่อมประสานใจพวกเราเอาไว้ด้วยกัน

สำหรับน้อง ผู้ร่วมค่ายจากจุดเริ่มต้นถึงสิ้นสุด ค่ายนี้ทำเพื่อพวกน้องทุกคน พี่อยากให้ค่ายได้สร้างแรงบันดาลใจ ได้จุดประกายไฟอะไรบางอย่าง อยากให้น้องกลับไปด้วยความอบอุ่นภายใน แล้วเก็บทุกอย่างไว้เป็นแรงผลัก จงเชื่อมั่นและเห็นคุณค่าในตัวเอง อย่าละเลย หลงลืม ความต้องการและความฝันของเรา 

พี่ทำได้แค่จุดประกายไฟให้ หลังจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะคอยประคับประคองป้องลม และเติมเชื้อไฟให้มันยังคงปะทุอยู่เสมอ สุดท้ายหวังว่าค่ายนี้จะปลุกพลังศักยภาพ และปลูกฝังเมล็ดพันธุ์แห่งการสำนึกรักบ้านเกิดให้เติบโตในหัวใจทุกคน
สำหรับ ปากพนังขอบคุณที่มอบช่วงเวลาอันมีคุณค่าที่เป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิตฉัน ขอบคุณที่ยังคงให้ความอบอุ่นและยึดโยงถักทอหลายภาพให้แจ่มชัดสวยงามทุกครั้งที่กลับมา และปากพนังจ๋า วันนี้ฉันได้กลับมาทำอะไรเพื่อเธออย่างที่สัญญาแล้วนะ
ขอขอบคุณทุกการอยู่เคียงข้าง ขอบคุณมิตรภาพระหว่างทางกับการทำให้เห็น คนที่รักฉันขอบคุณทุกคำถามที่ห่วงใย ขอบคุณทุกกำลังใจ ขอบคุณทุกการสนับสนุน ขอบคุณทุกความช่วยเหลือ ขอบคุณทุกคำแนะนำ ขอบคุณทุกความเสียสละ ขอบคุณทุกประสบการณ์ทุกความยากลำบาก ขอบคุณสำหรับโอกาสครั้งสำคัญครั้งนี้ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามามีส่วนร่วมและร่วมขับเคลื่อนค่ายครั้งนี้ของเราไปด้วยกัน
และสุดท้ายขอขอบคุณสำหรับการมอบความไว้วางใจและการมอบสิ่งที่มีคุณค่าที่เข้ามาเติมเต็มช่วงชีวิตของการเรียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยที่รักของฉันให้สมบูรณ์มากขึ้นด้วยสิ่งที่เรียกว่า ประธานค่าย



               ขอบคุณจริงๆ
กอล์ฟ พงศธร จันทร์แก้ว
สังคมสงเคราะห์ศาสตร์
รุ่นที่ 58

แนวปฏิบัติของนักสังคมสงเคราะห์/นักจิตวิทยาตามป.วิอาญา ในการสืบพยานเด็ก

สวัสดีพี่น้องนักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาตามป.วิ อาญา ที่รักทุกท่าน ผู้เขียนตั้งใจเขียนแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมาเพราะรู้ดีว่าแม้พวกเราจะได้ร...