วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ลูก (คนโต) กับการถูกทำร้ายโดยความปราถนาดี


วันนี้มีเรื่องมาเล่าและแบ่งปันให้ฟังครับ เรื่องมันมีอยู่ว่าหลังจากที่กอล์ฟได้กลับมาจากค่าpสังคมสงเคราะห์สัญจรก็มีน้องค่ายคนหนึ่งได้เข้ามาขอคำปรึกษา เกี่ยวกับการที่ตนเองถูกคาดหวังจากครอบครัวเพราะเป็นลูกคนโต และการที่ครอบครัวอยากให้ตนเป็นในสิ่งที่ครอบครัวอยากให้เป็น นี่คือการสนทนาที่เกิดขึ้นในแชทเฟสของเราสองคนครับ

น้อง: พี่คะ ทำไมลูกคนโตจึงถูกคาดหวังจากพ่อแม่มากจังค่ะ คอยพูดกรอกหูเราทุกวันว่าโตขึ้นเป็นอย่างนี้นะ เป็นอย่างนั้นนะ ทั้งๆที่สิ่งที่เขาบอกให้เป็นนั้น เราไม่ชอบ มันไม่ใช่ตัวตนของรา แต่กับน้องบอกว่าเป็นอะไรก็ได้ที่อยากเป็น ที่ชอบ แล้วทำไมไม่ถามหนูบ้างว่าอยากเป็นอะไร น้องต้องทำไงดีค่ะพี่

อะลิตเติ้ล: เอางี้นะ ก่อนอื่นเลยพี่อยากให้เราลองคิดว่าตนเองเป็นพ่อแม่ ลองสมมุติว่าเราอยู่ในสถานะท่าน แล้วมองมายังลูกคนโต พี่ว่าเราน่าจะมองเห็นอะไรบางอย่าง ลองคิดตามพี่นะ ลูกคนโต มันมีความหมายสำคัญบางอย่างแฝงอยู่ มันเกี่ยวโยงถึงโครงสร้างความสัมพันธ์และโครงสร้างอำนาจในครอบครัว เพราะถัดจากพ่อแม่ลงมา ความไว้วางใจ การฝากฝังต่างๆ ที่มีต่อครอบครัวจะถูกถ่ายโอนมายังลูกคนโตเป็นธรรมชาติโดยครอบครัวเองอาจไม่ทันสังเกตและรู้สึกตัว ลูกคนโตจะถูกคาดหวังให้ต้องคอยดูแลน้อง ถูกคาดหวังให้ต้องเป็นต้นแบบให้น้อง ถูกคาดหวังให้ต้องรับผิดชอบกับอะไรหลายๆอย่าง ถูกคาดหวังให้ต้องเป็นหน้าเป็นตาให้กับครอบครัว เพราะอะไร เพราะเราโตสุด เราสามารถทำความคาดหวังให้กับครอบครัวให้สำเร็จได้เร็วที่สุด (นี่พี่อยากให้เราเข้าใจก่อนว่าทำไม พ่อแม่ถึงจุ้นจ้านวุ่นวาย และรุงรัง กับลูกคนโตมากนัก)
พอเราถูกคาดหวังจากครอบครัวแล้ว สิ่งที่ตามมาคือ ครอบครัวก็จะเริ่ม บงการนู่น บงการนี่ บอกนั่น บอกนี่ อย่างให้เราเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ เพราะพ่อแม่เราเห็นว่า ถ้าเราเป็นอย่างที่เข้าให้เราเป็น หรืออยากที่จะให้เราเป็นแล้วมันจะดีต่อตัวเรา และดีต่อครอบครัว เพราะเขาเห็นต้นแบบมาจากสังคมว่า ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วจะดี เลยเป็นที่มาว่า ทำไมเขาถึงบอกให้เราเป็นนู่นนี่ แต่โดยเหตุผลแล้ว มันมาจากความหวังดีล้วนๆ
แต่พอความหวังดี แสดงออกมาผิดวิธี ผ่านบริบทในครอบครัวที่มีการเปรียบเทียบ และไม่คำนึงถึงความต้องการของลูก ที่แท้จริง หรือ ถามความต้องการ หรือความอยากเป็นของลูก มันก็เลยเกิดปัญหา
นี่แค่สิ่งที่พี่อยากให้เราเข้าใจ ที่มาของมันก่อน 5555

เราถามพี่ว่าน้องต้องทำไงดีค่ะพี่ พี่ขอตอบว่า ขั้นแรกต้องเข้าใจก่อน (จากที่พี่ร่ายมาเป็นทางยาวข้างบน) ว่าเพราะอะไร พอเราเข้าใจพ่อแม่ เราก็จะสบายใจมากขึ้น ว่า อ๋อ...... ที่เขาทำมันมีเหตุผลในตัวเขา บางทีเขาแสดงออก เขาก็ยังไม่รู้เลย พอเข้าใจเสร็จ ถ้าสิ่งที่เราจะเลือก มันขัดแย้งกับสิ่งที่เขาคาดหวัง เราเองต้องยืนหยัดในสิ่งที่เราเลือก และต้องรู้และเข้าใจ ว่าสิ่งที่เราเลือกมันคืออะไร และอธิบายให้เขาเข้าใจได้ว่า ถ้าเราเลือกสองอย่างนี้ มันจะมีข้อดีกว่า สิ่งที่เขาเลือกให้ยังไง พยายามสะท้อนให้เขาเห็นถึงความสุข และความถนัด ความชอบของสิ่งที่เราเลือก และให้เขามั่นใจให้ได้ว่า ถ้าเราเลือกในสิ่งที่เราถนัด และชอบ มันจะทำให้เรามีความสุข และสิ่งที่เราทำอย่างมีความสุข จะนำมาซึ่งความสำเร็จเอง ให้เขามั่นใจว่า แม้เราเลือกอย่างนี้ เราก็จะสามารถดูแลเขาได้ และอยากให้เขาเข้ามาเป็นแรงสนับสนุน และอยากให้เขาเชื่อใจ และช่วยผลักดันในสิ่งที่เราเลือก

น้อง: กว่าจะจบ (จิกกูด้วย 555) แล้วต้องพูดยังไงค่ะ พ่อแม่จึงจะเข้าใจ ให้เดินไปบอกตรงๆก็ไม่กล้า

อะลิตเติ้ล: ค่อยๆ ค่ะ

น้อง: ยังไง

อะลิตเติ้ล: เอาเป็นว่าเราหนักแน่น ก่อน แล้วค่อยๆ แหย่ ไปทีนิดๆ

น้อง: แบบพูดวันละนิดได้ไหมค่ะ

อะลิตเติ้ล: ดีเลยค่ะ แรกๆ แค่บอกว่าเราอยากเรียนอะไร วันหลังก็ย้ำอีก วันต่อมาถ้าเราเรียนอันนั้นแล้วเราจะบายใจยังไง วันต่อมาก็แบบว่า เราเห็นคนที่เรียนแบบนั้นแล้วเค้าเป็นยังไง วันละนิดละหน่อย 5555

น้อง:อ้อ เดี๋ยวจะลองดูค่ะ

อะลิตเติ้ล: เป็นกำลังใจให้ค่ะ 555

น้อง:ขอบคุณค่ะ แล้วจะพยายามทำตามคำแนะนำของพี่นะค่ะ


……สามวันต่อมา……


น้อง: พี่คะ น้องพูดว่า วิชาฟิสิกส์ เคมี ชีวะ น่าเบื่อ เรียนยาก เรียนไม่รู้เรื่องเลย ต่อหน้าพ่อ พ่อบอกมาว่า ตั้งใจเรียนสิ เท่านั้นเเหละน้องพูดไม่ออกเลย

อะลิตเติ้ล: อย่ายอมแพ้ บ่นไปเรื่อยๆ สิ เค้าบอกให้ตั้งใจเรียนก็บอกไปว่า ตั้งใจแล้ว แต่มันไม่เข้าเลย เคมีไม่ตรงกัน 555

……หนึ่งเดือนผ่านไป……

น้อง: น้องทำตามที่พี่บอกเเล้วนะค่ะพูดกรอกหูคนในบ้านทุกวันว่าอยากจะเรียนอะไร สงสัยย่าจะรำคาญจึงพูดว่า เอ้อ อยากอิเรียนไหรตามใจเเหละ เเสดงว่าถ้าน้องอยากจะเรียนอะไรก็เรียนได้ใช่ไหมค่ะ รู้สึกดีใจจังเลย ส่วนพ่อก็เริ่มตามใจว่าจะเรียนอะไรก็ตามที่เราถนัด ดีใจกำลังสองค่ะ

ดีใจในความสำเร็จของน้อง และขอให้มีความสุขในสิ่งที่จะเลือกต่อไป โดยมีครอบครัวคอยสนับสนุนค่ะ
ดีงามไปอีก

แนวปฏิบัติของนักสังคมสงเคราะห์/นักจิตวิทยาตามป.วิอาญา ในการสืบพยานเด็ก

สวัสดีพี่น้องนักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาตามป.วิ อาญา ที่รักทุกท่าน ผู้เขียนตั้งใจเขียนแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมาเพราะรู้ดีว่าแม้พวกเราจะได้ร...